วันอังคาร ที่ 1 กันยายน 2569

Login
Login

‘กอช.’ ปั้นกองทุน 1.8 หมื่นล้านปี 69 รุกลงทุนหุ้นต่างประเทศ 7% ครั้งแรก

“กอช.” ตั้งเป้าดันมูลค่าพอร์ตการลงทุนเติบโตเพิ่มขึ้นอีก 2,000 ล้านบาท สู่ระดับ 18,000 ล้านบาทภายในปี 2569 เน้นบริหารกองทุนความเสี่ยงต่ำ ลงทุนพันธบัตรรัฐบาลและตราสารหนี้ 80–90% ตั้งเป้ารุกลงทุนต่างประเทศครั้งแรกปีนี้ ไม่เกิน 7% ของพอร์ตย่อย สร้างผลตอบแทนเฉลี่ย 3.12% ต่อปี ชนะเงินเฟ้อ-ดอกเบี้ยเงินฝากธนาคาร

นายเพ็ชร ชินบุตร เลขาธิการคณะกรรมการกองทุนการออมแห่งชาติ หรือ กอช. เปิดเผยว่า กอช. ตั้งเป้าการเติบโตของมูลค่าพอร์ตที่ 2,000 ล้านบาท สู่ระดับ 18,000 ล้านบาทภายในสิ้นปีนี้ จาก 16,000 ล้านบาทในปัจจุบัน จากการบริหารเชิงรุก เช่น การโยกย้ายเงินลงทุนไปลงทุนหุ้นต่างประเทศมากขึ้น

ทั้งนี้ สำหรับ โครงสร้างพอร์ต 16,000 ล้านบาท กว่า 70% หรือราว 11,000 ล้านบาท ถือเป็นส่วนของเงินสะสมสมาชิก ซึ่งเป็นส่วนหลักที่ต้องบริหารจัดการภายใต้กรอบการลงทุนที่เข้มงวดซึ่งจะเน้นสินทรัพย์ที่มีความเสี่ยงต่ำเป็นหลัก อย่างพันธบัตรรัฐบาลและตราสารหนี้ที่คิดเป็นสัดส่วนถึง 80-90% ของพอร์ตการลงทุนโดยรวม

ส่วนตราสารทุนหรือ “หุ้น” แม้จะมีนโยบายให้ลงทุนในตราสารทุนได้ไม่เกิน 20% ของพอร์ตทั้งหมด แต่ในทางปฏิบัติมีการลงทุนในส่วนนี้น้อยมากเพื่อควบคุมความเสี่ยงเงินสะสมของสมาชิก

อย่างไรก็ดี ปีนี้ถือเป็นปีแรกที่ กอช. เริ่มนำเงินไปลงทุนในต่างประเทศได้ในสัดส่วนไม่เกิน 7% ของพอร์ตย่อยมูลค่า 3,000 ล้านบาท โดยมีการบริหารจัดการร่วมกับผู้เชี่ยวชาญจากหน่วยงานต่าง ๆ เช่น ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) และกองทุนเงินสำรองเลี้ยงชีพข้าราชการ (กบข.)

ในด้านผลตอบแทนการดำเนินงาน กอช. เน้นสร้างผลตอบแทนที่มั่นคงเพื่อชนะอัตราดอกเบี้ยเงินฝากทั่วไป ปัจจุบันกองทุนสร้างผลตอบแทนอยู่ที่ 3.12% ต่อปีซึ่งสูงกว่าอัตราเงินเฟ้อ (CPI) เฉลี่ย 10 ปี ที่ 0.98% และสูงกว่าอัตราดอกเบี้ยเงินฝากธนาคารทั่วไปที่ประมาณ1.12% โดยคาดว่าปีนี้ กอช. จะสร้างผลตอบแทนชนะเงินเฟ้อได้อย่างน้อย 1.2%

“กอช. มีระเบียบบังคับตามกฎหมายว่าต้องบริหารเงินฝากให้ได้ผลตอบแทนไม่ต่ำกว่าค่าเฉลี่ยอัตราดอกเบี้ยเงินฝากประจำของ 7 ธนาคารพาณิชย์ขนาดใหญ่ เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับสมาชิกในการออมระยะยาว”  นายเพชร กล่าว