นายเพ็ชร ชินบุตร เลขาธิการกองทุนการออมแห่งชาติ (กอช.) เปิดเผยว่า ภายหลังเข้ารับตำแหน่ง ได้เร่งขับเคลื่อนโครงการสลากสะสมทรัพย์เพื่อเงินออมยามเกษียณ หรือ "สลาก กอช." โดยขณะนี้ขอเวลา 60 วัน เพื่อทบทวนกฎหมายลูก กฎกระทรวงที่เกี่ยวข้อง รวมถึงระบบไอทีเบื้องหลังการจำหน่ายสลาก และการตั้งงบประมาณจ่ายเงินรางวัล ให้รัดกุมและปลอดภัยที่สุดตามกระบวนการทางกฎหมาย
"จากการหารือกับคณะกรรมการกอช. แล้วฝ่ายนโยบายไม่ได้ติดขัดเรื่องการผลักดันสลากกอช. ดังนั้นในช่วง 60 วันแรกเมื่อทบทวนระบบทั้งหมดอย่างรอบคอบแล้ว จะรายงานความคืบหน้าต่อ นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง โดยคาดว่าภายในเดือน ต.ค. นี้ จะเห็นทิศทางที่ชัดเจนและสามารถกำหนดวันเริ่มจำหน่ายสลากงวดแรกได้" นายเพ็ชร กล่าว
เจาะรูปแบบ "สลาก กอช." ซื้อแล้วเงินไม่หาย
สำหรับรูปแบบของสลาก กอช. จะเป็น "สลากขูดดิจิทัล" จำหน่ายในราคาใบละ 50 บาท (จำกัดสิทธิซื้อไม่เกิน 3,000 บาทต่อเดือน) เปิดขายงวดละ 5 ล้านใบ และออกรางวัลทุกวันศุกร์ เวลา 17.00 น. โดยมีจุดเด่นสำคัญคือ เงินค่าซื้อสลากทั้งหมดจะไม่สูญเปล่า แต่จะถูกนำไปเก็บเป็นเงินออมในบัญชี กอช. ของผู้ซื้อ เพื่อเป็นเงินก้อนหรือบำนาญไว้ใช้ยามเกษียณ (อายุ 60 ปี) ไม่ว่าจะถูกรางวัลหรือไม่ก็ตาม
ส่วนการจ่ายเงินรางวัล รัฐจะใช้งบประมาณสนับสนุนปีละ 780 ล้านบาท โอนเงินเข้าบัญชีพร้อมเพย์ของผู้ถูกรางวัลทันที ประกอบด้วย
- รางวัลที่ 1 (เลข 6 หลัก) รางวัลละ 1,000,000 บาท จำนวน 5 รางวัล
- รางวัลที่ 2 (เลขหน้า 3 ตัว และเลขท้าย 3 ตัว) รางวัลละ 1,000 บาท จำนวน 10,000 รางวัล
- รางวัลแจ็คพอต หากงวดใดไม่มีผู้ถูกรางวัล จะทบยอดเงินไปเป็นรางวัลพิเศษในงวดถัดไปทันที
อุดช่องโหว่แรงงานนอกระบบ 11 ล้านคน
นายเพ็ชร ระบุถึงวิสัยทัศน์ในการทำงานว่า ต้องการยกระดับ กอช. ให้เป็นแพลตฟอร์มบำนาญ (Pension Platform) ของประเทศ โดยเป้าหมายหลักของการออกสลากคือ การสร้างแรงจูงใจดึงดูดผู้ที่ยังไม่มีสวัสดิการรองรับยามเกษียณ
ซึ่งปัจจุบันไทยมีความเสี่ยงจาก "แรงงานนอกระบบ" สูงถึง 11 ล้านคน แบ่งเป็นลูกจ้างที่ไม่มีประกันสังคม 3 ล้านคน และแรงงานอิสระที่ไม่ได้เป็นสมาชิก กอช. อีก 8 ล้านคน
นอกจากนี้ กอช. ยังเตรียมลุยแผนขยายฐานสมาชิกเชิงรุก ภายใต้แนวคิด "จากเด็กชายสู่นาย เด็กหญิงสู่นางสาว" เจาะกลุ่มเยาวชนอายุ 15-21 ปี ซึ่งมีอยู่กว่า 3 ล้านคน แต่ปัจจุบันเป็นสมาชิกเพียง 2 หมื่นคน กลุ่มนี้หากเริ่มออมเร็วจะได้เปรียบ โดยจะมีรัฐจะช่วยจ่ายเงินสมทบให้สูงสุดถึง 1,800 บาทต่อปีตามอายุ
ปัจจุบันจำนวนสมาชิก กอช. ยอดรวมแตะ 2.8 ล้านคน โดยบอร์ด กอช. ได้ตั้งเป้าหมายครึ่งปีหลังไว้ว่าจะต้องดึงสมาชิกใหม่เพิ่มให้ได้อีก 1.4 แสนคน
ทั้งนี้ กอช. มีแผนที่จะเสนอแก้ไขกฎหมายเพื่อปรับปรุงกลไกและเพิ่มแรงจูงใจให้เกิดการออมเงินอย่างต่อเนื่องของสมาชิก ซึ่งระบบเดิมอาจยังไม่ตอบโจทย์หากต้องออมเงินยาวนานถึงอายุ 60 ปี โดยจะเปิดช่องให้สมาชิกสามารถถอนเงินบางส่วนออกมาใช้ยามฉุกเฉินได้ก่อนกำหนด หรือสามารถใช้เป็นหลักฐานทางการเงินในการเข้าถึงสินเชื่อในระบบ
กระจายลงทุนต่างประเทศ ดันผลตอบแทนชนะเงินเฟ้อ
ในด้านความมั่นคงของกองทุน ปัจจุบัน กอช. มีมูลค่าทรัพย์สินราว 1.6 หมื่นล้านบาท โดยเน้นลงทุนในสินทรัพย์ปลอดภัยอย่างพันธบัตรรัฐบาลถึง 80% อย่างไรก็ตาม ในปี 2569 จะเป็นปีแรกที่ กอช. สามารถกระจายความเสี่ยงไปลงทุนในสินทรัพย์ต่างประเทศได้ในสัดส่วน 7% ของมูลค่ากองทุน เพื่อแสวงหาผลตอบแทนที่ดีขึ้น
หากดูสถิติย้อนหลังช่วงปี 2564-2568 กอช. สามารถทำผลตอบแทนการลงทุนเฉลี่ยได้ที่ 1.54% ต่อปี ซึ่งสูงกว่าอัตราผลตอบแทนขั้นต่ำที่รัฐรับประกันไว้ โดยเฉพาะในปี 2568 สามารถทำผลตอบแทนได้สูงสุดถึง 3.74%
ขณะที่ภาระทางการคลังของรัฐบาลในการจัดสรรงบอุดหนุน กอช. ในปี 2568-2569 อยู่ที่ราว 657 ล้านบาท และ 655 ล้านบาทตามลำดับ ซึ่งยังอยู่ในระดับที่รัฐบาลบริหารจัดการได้


