วันจันทร์ ที่ 31 สิงหาคม 2569

Login
Login

กอช. ขอ 60 วันเคลียร์ระบบสลากเกษียณ คาด ต.ค. ชัดเจนพร้อมลุย

เพ็ชร ชินบุตร เลขาธิการ กอช. ป้ายแดง ขอเวลา 60 วัน ทบทวนกฎหมายและระบบหลังบ้าน "หวยเกษียณ" คาด ต.ค. นี้เคาะวันจำหน่ายชัดเจน ก่อนชงรองนายกฯ "เอกนิติ" ไฟเขียว ชูจุดขาย "เปลี่ยนเงินเสี่ยงโชคเป็นเงินออม" เล็งดึงกลุ่มเยาวชน-แรงงานนอกระบบ 11 ล้านคน เข้าแพลตฟอร์มรับมือสังคมสูงวัย

KEY POINTS

  • กอช. ขอเวลา 60 วัน เพื่อทบทวนระบบ "สลากเกษียณ" ทั้งด้านกฎหมาย ไอที และงบประมาณเงินรางวัลให้มีความรัดกุมและปลอดภัย
  • คาดว่าจะมีความชัดเจนและสามารถกำหนดวันเริ่มจำหน่ายสลากงวดแรกได้ภายในเดือนตุลาคมนี้
  • สลากดังกล่าวจะเป็น "สลากขูดดิจิทัล" ราคา 50 บาท โดยเงินค่าซื้อทั้งหมดจะถูกนำไปเป็นเงินออมในบัญชี กอช. ของผู้ซื้อ

นายเพ็ชร ชินบุตร เลขาธิการกองทุนการออมแห่งชาติ (กอช.) เปิดเผยว่า ภายหลังเข้ารับตำแหน่ง ได้เร่งขับเคลื่อนโครงการสลากสะสมทรัพย์เพื่อเงินออมยามเกษียณ หรือ "สลาก กอช." โดยขณะนี้ขอเวลา 60 วัน เพื่อทบทวนกฎหมายลูก กฎกระทรวงที่เกี่ยวข้อง รวมถึงระบบไอทีเบื้องหลังการจำหน่ายสลาก และการตั้งงบประมาณจ่ายเงินรางวัล ให้รัดกุมและปลอดภัยที่สุดตามกระบวนการทางกฎหมาย

"จากการหารือกับคณะกรรมการกอช. แล้วฝ่ายนโยบายไม่ได้ติดขัดเรื่องการผลักดันสลากกอช. ดังนั้นในช่วง 60 วันแรกเมื่อทบทวนระบบทั้งหมดอย่างรอบคอบแล้ว จะรายงานความคืบหน้าต่อ นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง โดยคาดว่าภายในเดือน ต.ค. นี้ จะเห็นทิศทางที่ชัดเจนและสามารถกำหนดวันเริ่มจำหน่ายสลากงวดแรกได้" นายเพ็ชร กล่าว

เจาะรูปแบบ "สลาก กอช." ซื้อแล้วเงินไม่หาย

สำหรับรูปแบบของสลาก กอช. จะเป็น "สลากขูดดิจิทัล" จำหน่ายในราคาใบละ 50 บาท (จำกัดสิทธิซื้อไม่เกิน 3,000 บาทต่อเดือน) เปิดขายงวดละ 5 ล้านใบ และออกรางวัลทุกวันศุกร์ เวลา 17.00 น. โดยมีจุดเด่นสำคัญคือ เงินค่าซื้อสลากทั้งหมดจะไม่สูญเปล่า แต่จะถูกนำไปเก็บเป็นเงินออมในบัญชี กอช. ของผู้ซื้อ เพื่อเป็นเงินก้อนหรือบำนาญไว้ใช้ยามเกษียณ (อายุ 60 ปี) ไม่ว่าจะถูกรางวัลหรือไม่ก็ตาม

ส่วนการจ่ายเงินรางวัล รัฐจะใช้งบประมาณสนับสนุนปีละ 780 ล้านบาท โอนเงินเข้าบัญชีพร้อมเพย์ของผู้ถูกรางวัลทันที ประกอบด้วย

  • รางวัลที่ 1 (เลข 6 หลัก) รางวัลละ 1,000,000 บาท จำนวน 5 รางวัล
  • รางวัลที่ 2 (เลขหน้า 3 ตัว และเลขท้าย 3 ตัว) รางวัลละ 1,000 บาท จำนวน 10,000 รางวัล
  • รางวัลแจ็คพอต หากงวดใดไม่มีผู้ถูกรางวัล จะทบยอดเงินไปเป็นรางวัลพิเศษในงวดถัดไปทันที

อุดช่องโหว่แรงงานนอกระบบ 11 ล้านคน

นายเพ็ชร ระบุถึงวิสัยทัศน์ในการทำงานว่า ต้องการยกระดับ กอช. ให้เป็นแพลตฟอร์มบำนาญ (Pension Platform) ของประเทศ โดยเป้าหมายหลักของการออกสลากคือ การสร้างแรงจูงใจดึงดูดผู้ที่ยังไม่มีสวัสดิการรองรับยามเกษียณ 

ซึ่งปัจจุบันไทยมีความเสี่ยงจาก "แรงงานนอกระบบ" สูงถึง 11 ล้านคน แบ่งเป็นลูกจ้างที่ไม่มีประกันสังคม 3 ล้านคน และแรงงานอิสระที่ไม่ได้เป็นสมาชิก กอช. อีก 8 ล้านคน

นอกจากนี้ กอช. ยังเตรียมลุยแผนขยายฐานสมาชิกเชิงรุก ภายใต้แนวคิด "จากเด็กชายสู่นาย เด็กหญิงสู่นางสาว" เจาะกลุ่มเยาวชนอายุ 15-21 ปี ซึ่งมีอยู่กว่า 3 ล้านคน แต่ปัจจุบันเป็นสมาชิกเพียง 2 หมื่นคน กลุ่มนี้หากเริ่มออมเร็วจะได้เปรียบ โดยจะมีรัฐจะช่วยจ่ายเงินสมทบให้สูงสุดถึง 1,800 บาทต่อปีตามอายุ

ปัจจุบันจำนวนสมาชิก กอช. ยอดรวมแตะ 2.8 ล้านคน โดยบอร์ด กอช. ได้ตั้งเป้าหมายครึ่งปีหลังไว้ว่าจะต้องดึงสมาชิกใหม่เพิ่มให้ได้อีก 1.4 แสนคน

ทั้งนี้ กอช. มีแผนที่จะเสนอแก้ไขกฎหมายเพื่อปรับปรุงกลไกและเพิ่มแรงจูงใจให้เกิดการออมเงินอย่างต่อเนื่องของสมาชิก ซึ่งระบบเดิมอาจยังไม่ตอบโจทย์หากต้องออมเงินยาวนานถึงอายุ 60 ปี โดยจะเปิดช่องให้สมาชิกสามารถถอนเงินบางส่วนออกมาใช้ยามฉุกเฉินได้ก่อนกำหนด หรือสามารถใช้เป็นหลักฐานทางการเงินในการเข้าถึงสินเชื่อในระบบ 

กระจายลงทุนต่างประเทศ ดันผลตอบแทนชนะเงินเฟ้อ

ในด้านความมั่นคงของกองทุน ปัจจุบัน กอช. มีมูลค่าทรัพย์สินราว 1.6 หมื่นล้านบาท โดยเน้นลงทุนในสินทรัพย์ปลอดภัยอย่างพันธบัตรรัฐบาลถึง 80% อย่างไรก็ตาม ในปี 2569 จะเป็นปีแรกที่ กอช. สามารถกระจายความเสี่ยงไปลงทุนในสินทรัพย์ต่างประเทศได้ในสัดส่วน 7% ของมูลค่ากองทุน เพื่อแสวงหาผลตอบแทนที่ดีขึ้น

หากดูสถิติย้อนหลังช่วงปี 2564-2568 กอช. สามารถทำผลตอบแทนการลงทุนเฉลี่ยได้ที่ 1.54% ต่อปี ซึ่งสูงกว่าอัตราผลตอบแทนขั้นต่ำที่รัฐรับประกันไว้ โดยเฉพาะในปี 2568 สามารถทำผลตอบแทนได้สูงสุดถึง 3.74% 

ขณะที่ภาระทางการคลังของรัฐบาลในการจัดสรรงบอุดหนุน กอช. ในปี 2568-2569 อยู่ที่ราว 657 ล้านบาท และ 655 ล้านบาทตามลำดับ ซึ่งยังอยู่ในระดับที่รัฐบาลบริหารจัดการได้