การเบิกจ่ายงบประมาณสวัสดิการค่ารักษาพยาบาล ของข้าราชการ ที่มีแนวโน้มสูงขึ้นทุกปี กลายเป็นหนึ่งในประเด็นสำคัญที่รัฐบาลต้องเร่งหาทางออก เนื่องจากปัญหาภาระงบประมาณที่ตึงตัวกำลังส่งผลกระทบต่อการจัดสรรงบประมาณเพื่อการพัฒนาประเทศ
นางแพตริเซีย มงคลวนิช อธิบดีกรมบัญชีกลาง เปิดเผยว่า จากสถิติการเบิกจ่ายค่ารักษาพยาบาลพบว่าผู้รับสวัสดิการมีความเจ็บป่วยด้วย "กลุ่มโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง" หรือ NCDs (Non-Communicable Diseases) จำนวนเพิ่มขึ้น และกลุ่มโรคนี้มีค่าใช้จ่ายในการรักษาที่สูงมาก
เปิด 10 อันดับโรคฮิต เบิกค่ายาสูงสุด
จากข้อมูลผลการเบิกจ่ายค่ายาในระบบเบิกจ่ายตรง ประจำปีงบประมาณ 2568 พบว่า 10 อันดับโรคที่มีมูลค่าการเบิกจ่ายสูงสุด มีดังนี้
- อันดับ 1 โรคเส้นเลือดในสมองแตก/อุดตัน มูลค่า 7,791.16 ล้านบาท (ผู้ป่วย 2.03 ล้านราย)
- อันดับ 2 โรคเบาหวาน มูลค่า 6,202.11 ล้านบาท (ผู้ป่วย 6.1 แสนราย)
- อันดับ 3 โรคไขมันในหลอดเลือดสูง มูลค่า 3,487.50 ล้านบาท (ผู้ป่วย 1.59 ล้านราย)
- อันดับ 4 โรคความดันโลหิตสูง มูลค่า 3,308.80 ล้านบาท (ผู้ป่วย 1.44 ล้านราย)
- อันดับ 5 โรคหัวใจล้มเหลว มูลค่า 2,313.13 ล้านบาท (ผู้ป่วย 1.13 ล้านราย)
- อันดับ 5 โรคหัวใจล้มเหลว มูลค่า 2,313.13 ล้านบาท (ผู้ป่วย 1.13 ล้านราย)
- อันดับ 6 โรคมะเร็ง มูลค่า 2,040.80 ล้านบาท (ผู้ป่วย 8.5 หมื่นราย)
- อันดับ 7 โรคไตวายเรื้อรัง มูลค่า 958.30 ล้านบาท (ผู้ป่วย 7.2 แสนราย)
- อันดับ 8 โรคถุงลมโป่งพอง มูลค่า 842.97 ล้านบาท (ผู้ป่วย 8.9 แสนราย)
- อันดับ 9 โรคผิวหนังพุพองเรื้อรัง มูลค่า 707.65 ล้านบาท (ผู้ป่วย 7.8 แสนราย)
- อันดับ 10 โรคเรื้อนกวาง มูลค่า 628.94 ล้านบาท (ผู้ป่วย 9.2 แสนราย)
นางแพตริเซีย ระบุว่า 3 อันดับโรคที่ใช้ยามากที่สุด คือ เส้นเลือดในสมองอุดตัน ความดันโลหิต และเบาหวาน โรคเหล่านี้ล้วนมีสาเหตุหลักมาจากพฤติกรรมการใช้ชีวิตแทบทั้งสิ้น โดยค่าใช้จ่ายเพื่อรักษาพยาบาลกลุ่มโรค NCDs ทั้งระบบนั้น มีการเบิกจ่ายงบประมาณรวมกันกว่า 40,000 ล้านบาทต่อปี
จับตา "ออฟฟิศซินโดรม" จ่อคุมงบเบิกนวดไทย
นอกจากกลุ่มโรคเรื้อรังแล้ว อธิบดีกรมบัญชีกลางยังพบความเปลี่ยนแปลงของเทรนด์การเบิกจ่ายที่น่าสนใจ คือ ค่ารักษาพยาบาลด้วยการนวดไทยที่ปรับตัวสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ซึ่งเป็นผลพวงมาจากพฤติกรรมการนั่งทำงานของข้าราชการที่ก่อให้เกิด โรค ออฟฟิศซินโดรม (Office Syndrome) ทั้งนี้ กรมบัญชีกลางเตรียมที่จะออกกฎเกณฑ์มาควบคุมการเบิกจ่ายในส่วนนี้ให้มีความรัดกุมมากยิ่งขึ้น
รื้อแนวคิดสาธารณสุข ชู "ป้องกัน" ก่อนรักษา
นางแพตริเซีย กล่าวว่า ค่ารักษาพยาบาลเป็นรายจ่ายที่ยากจะคาดเดาล่วงหน้าได้ และเม็ดเงินส่วนใหญ่ที่แพงที่สุดมักเกิดขึ้นในช่วงเดือนสุดท้ายของชีวิต การแก้ปัญหาด้านงบประมาณที่ยั่งยืนจึงไม่ใช่แค่การพยายามตัดลดงบ หรือมุ่งหาทางรักษาเพียงอย่างเดียว แต่ต้องรื้อระบบความคิด (Mindset) ใหม่ โดยหันไปให้น้ำหนักกับการป้องกันตั้งแต่ต้นน้ำ
"ถ้าเราคิดใหม่ว่าในช่วงชีวิตของคน เราควรจะต้องดูแลรักษาร่างกายอย่างไรไม่ให้เป็นโรค เพื่อลดอัตราการเกิดโรค NCDs ในอนาคต" นางแพตริเซีย กล่าวย้ำ
ทั้งนี้ รัฐบาลจะต้องเริ่มสร้างภูมิคุ้มกันทางสุขภาพตั้งแต่ในวัยเด็ก ทั้งการปลูกฝังพฤติกรรมการกิน การใช้ชีวิต และการออกกำลังกายในโรงเรียน รวมถึงการส่งเสริมนโยบายลดการบริโภคความหวาน เพื่อลดความเสี่ยงโรคเบาหวานและความดัน เพราะท้ายที่สุดแล้ว การสร้างความตระหนักรู้ให้ประชาชนดูแลตัวเองและป้องกันไม่ให้เกิดโรค คือกุญแจสำคัญที่จะช่วยแบ่งเบาภาระทางการคลังของประเทศได้อย่างยั่งยืนที่สุด



