หนึ่งในหมวด "รายจ่ายที่ยากต่อการลดทอน" ซึ่งสร้างภาระต่องบประมาณอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้คือ "รายจ่ายสวัสดิการบุคลากรภาครัฐ" โดยเฉพาะหมวดค่าใช้จ่ายในการรักษาพยาบาลข้าราชการ ลูกจ้าง และพนักงานของรัฐ ซึ่งความตึงตัวทางงบประมาณนี้ได้นำไปสู่การจุดประกายแนวคิดที่รัฐบาลจะเดินหน้าการปฏิรูประบบสวัสดิการภาครัฐครั้งใหญ่
แหล่งข่าวจากกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า กรมบัญชีกลางอยู่ระหว่างการศึกษา โดยนำตัวเลขการเบิกจ่ายด้านสวัสดิการของรัฐทั้งหมดมาพิจารณาด้วยเพื่อปรับปรุงการใช้จ่ายทั้งระบบ เช่นเดียวกับที่ได้เปิดลงทะเบียนคัดกรองผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐใหม่ในปีนี้ เพื่อลดความซ้ำซ้อนและปรับลดรายจ่ายที่ไม่จำเป็นลง
แหล่งข่าวระบุว่า ที่ผ่านมางบประมาณรายจ่ายเพื่อสวัสดิการประชาชนมีแนวโน้มขยายตัวอยู่ในระดับสูงอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้งบประมาณที่ตั้งไว้และได้รับจัดสรรไม่เพียงพอต่อการเบิกจ่ายจริง ทำให้รัฐบาลต้องแก้ปัญหาด้วยการสั่งจ่ายเงินจาก "เงินคงคลัง" ออกไปก่อน
โดยในปีงบประมาณ 2568 รัฐบาลมีภาระที่จะต้องตั้งงบประมาณรายจ่ายเพื่อชดใช้เงินคงคลัง ซึ่งจะต้องนำไปตั้งจ่ายในงบปี 2570 เป็นจำนวนเม็ดเงินสูงถึง 71,038 ล้านบาท
นอกจากนี้ รายงานความเสี่ยงทางการคลังประจำปีงบประมาณ 2568 ได้ส่งสัญญาณเตือนอย่างชัดเจนว่า สวัสดิการค่ารักษาพยาบาลข้าราชการปรับตัวสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ สะท้อนให้เห็นถึงความจำเป็นเร่งด่วนให้มีการเชื่อมโยงฐานข้อมูลและการนำเทคโนโลยีดิจิทัลเข้ามาช่วยตรวจสอบ เพื่อป้องกันธุรกรรมที่มีความผิดปกติ
ย้อนดู 10 ปี เบิกจ่ายงบรักษาพยาบาลสูงเกินวงเงิน
รายงานข่าวจากกรมบัญชีกลาง พบว่า การขอรับจัดสรรงบประมาณและผลการเบิกจ่ายค่ารักษาพยาบาลในช่วง 10 ปีที่ผ่านมา ตั้งแต่ปีงบประมาณ 2560 - 2569 นั้น ตัวเลขการเบิกจ่ายจริงมีทิศทางพุ่งสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องและมักจะเกินกว่ากรอบงบประมาณที่ตั้งไว้
โดยในปีงบประมาณ 2560 มีการเบิกจ่ายอยู่ที่ 73,631.83 ล้านบาท จากงบจัดสรรงบประมาณไว้ 60,000 ล้านบาท ก่อนจะไต่ระดับขึ้นมาและทะลุ 1 แสนล้านบาท เป็นครั้งแรกในปีงบประมาณ 2567 ที่ยอด 106,557.40 ล้านบาท จากงบประมาณที่จัดสรรไว้ 79,565 ล้านบาท
นอกจากนี้ ในปีงบประมาณ 2568 ซึ่งรัฐบาลได้รับจัดสรรงบประมาณไว้ที่ 93,800 ล้านบาท แต่ผลการเบิกจ่ายจริงกลับพุ่งสูงถึง 106,740.40 ล้านบาท ขณะที่ข้อมูลล่าสุดของปีงบประมาณ 2569 ผลการเบิกจ่าย ณ วันที่ 30 มิ.ย. 2569 มียอดการเบิกจ่ายไปแล้วถึง 94,273.72 ล้านบาท ซึ่งทะลุกรอบงบประมาณที่ได้รับจัดสรรทั้งปีที่ 94,200 ล้านบาทเป็นที่เรียบร้อยแล้ว
ขณะที่ในปีงบประมาณรายจ่าย 2570 มีการตั้งงบค่าใช้จ่ายในการรักษาพยาบาลข้าราชการ ลูกจ้าง และพนักงานของรัฐ ซึ่งเป็บงบด้านบุคลากรทีแฝงอยู่ในงบกลาง 94,200 ล้านบาท
พลิกโฉมสวัสดิการ ศึกษา "ระบบประกันสุขภาพ"
แรงกดดันจากรายจ่ายประจำที่ขยายตัวกำลังกดดันภาระงบประมาณอย่างหนัก โดยเฉพาะเมื่อนำงบบุคลากร ค่ารักษาพยาบาล และบำเหน็จบำนาญมารวมกัน พบว่ากินสัดส่วนเม็ดเงินไปแล้วมากกว่า 70% ของงบประมาณรายจ่ายประจำปี 2570 ส่งผลให้รัฐบาลจำเป็นต้องงัดมาตรการคุมเข้มค่าใช้จ่ายภาครัฐ
ล่าสุด นายปกรณ์ นิลประพันธ์ รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะประธานคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน (ก.พ.) ได้มอบหมายให้สำนักงาน ก.พ. ร่วมกับกรมบัญชีกลาง และสำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) เร่งเดินหน้าศึกษาวิธีการนำระบบ ประกันสุขภาพมาใช้ทดแทนระบบสวัสดิการค่ารักษาพยาบาลรูปแบบปัจจุบัน
นอกจากนี้ รัฐบาลยังเตรียมมาตรการควบคุมขนาดกำลังคน โดยสั่งการให้เร่งรัดมาตรการเกษียณอายุก่อนกำหนด (Early Retirement) สำหรับข้าราชการ ให้มีผลบังคับใช้ภายในปีงบประมาณ 2570 เพื่อควบคุมภาระค่าใช้จ่ายและขนาดของกำลังคนภาครัฐอย่างเป็นรูปธรรม ซึ่งถือเป็นก้าวสำคัญในการควบคุมรายจ่ายที่ยากต่อการลดทอน เพื่อรักษาเสถียรภาพทางการคลังของประเทศในระยะยาวต่อไป


