วันอังคาร ที่ 1 กันยายน 2569

Login
Login

'สถานทูตจีน' มองไทยเผชิญความท้าทายเป้าหมายนโยบาย EV 30@30

กรุงเทพธุรกิจ ร่วมกับหัวเว่ย เทคโนโลยี เปิดเวที Intelligent EV industry CXO Forum "สถานทูตจีน" มองไทยเผชิญความท้าทายบรรลุเป้าหมายผลิตรถยนต์ปลอดมลพิษให้ได้ 30% จากทั้งหมด เสนอภาครัฐเร่งลงทุนเพิ่มจำนวนสถานีชาร์จ ส่งเสริมวิจัยและเทคโนโลยี

กรุงเทพธุรกิจ ร่วมกับหัวเว่ย เทคโนโลยี ในงาน Intelligent EV industry CXO Forum Driving the Future of Intelligent Mobility เมื่อวันที่ 24 ก.ค.2569 

นายเจียง เว่ย อัครราชทูตที่ปรึกษา สถานเอกอัครราชทูตจีนประจำประเทศไทย เปิดเผยในงานว่า อุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้า (EV) ของไทยยังต้องเผชิญความท้าทายอีกหลายมิติ ในการบรรลุเป้าหมายการผลิตรถยนต์ที่ปล่อยมลพิษเป็นศูนย์ หรือ “ZEV” (Zero Emission Vehicle) ให้ได้ 30% ของการผลิตยานยนต์ทั้งหมด ภายในปี 2573 ตามนโยบาย “30@30” ของภาครัฐ

ทั้งนี้ เนื่องจากปัจจุบันสัดส่วนการผลิตรถยนต์ไฟฟ้าในไทยยังคิดเป็นเพียง 3% ของการผลิตรถยนต์ทั้งหมด จึงมองว่าภาครัฐควรเร่งออกมาตรการสนับสนุนอุตสาหกรรม EV เพิ่มเติม เช่น ลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานอย่างการเพิ่มจำนวน “สถานีชาร์จ” ให้มากขึ้น สนับสนุนงานวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีอัจฉริยะ ตลอดจนส่งเสริมช่องทางการส่งออกไปยังต่างประเทศ

อีกด้านหนึ่ง ความร่วมมือระหว่างไทยกับจีนจะเป็นอีกหนึ่งฟันเฟืองสำคัญที่ช่วยเสริมความเข้มแข็งทางเศรษฐกิจและอุตสาหกรรม ผ่านการถ่ายทอดเทคโนโลยีที่จะช่วยยกระดับความร่วมมือภาคธุรกิจ ควบคู่ไปกับการสนับสนุนให้บริษัทรถยนต์จีนนำทรัพยากรในไทยมาใช้ ซึ่งเป็นการเชื่อมโยงไทยเข้ากับห่วงโซ่อุปทานอุตสาหกรรม EV ระดับโลก

ที่ผ่านมาอุตสาหกรรม EV ในไทยเติบโตอย่างก้าวกระโดดภายใต้มาตรการภาครัฐ ส่งผลให้ปริมาณรถยนต์ไฟฟ้าเพิ่มขึ้นจาก 14 คันในปี 2566 มาอยู่ที่ 70,000 คันในปี 2568 

พร้อมกันนี้ยังมีการยกระดับสัดส่วนการใช้ชิ้นส่วนยานยนต์ภายในประเทศอย่างต่อเนื่องโดยเฉพาะแบตเตอรี่และมอเตอร์ไฟฟ้า รวมถึงการบ่มเพาะวิศวกรและสร้างความร่วมมือกับสถาบันอาชีวศึกษากว่า 10 แห่ง เพื่อส่งนักศึกษาเข้าฝึกปฏิบัติจริงในโรงงานผลิต

'สถานทูตจีน' มองไทยเผชิญความท้าทายเป้าหมายนโยบาย EV 30@30

นอกจากนี้ องค์กรชั้นนำด้านยานยนต์อย่าง “China EV 100” จะเข้ามามีบทบาทสำคัญในการแลกเปลี่ยนข้อมูลเชิงลึกเกี่ยวกับแนวโน้มเทคโนโลยี พร้อมร่วมสร้างระบบนิเวศของอุตสาหกรรม EV ที่ครบวงจร ตั้งแต่การผลิตชิ้นส่วน การพัฒนาบุคลากร ไปจนถึงการถ่ายทอดเทคโนโลยี

ดังนั้น จึงมองว่าความร่วมมือระหว่างประเทศครั้งนี้ จึงไม่ได้เป็นเพียงเรื่องของการค้าและการลงทุน แต่เป็นการวางรากฐานเพื่อผลักดันให้ประเทศไทยก้าวสู่การเป็นศูนย์กลางอีวีอัจฉริยะแห่งอาเซียนได้อย่างยั่งยืน