วันพฤหัสบดี ที่ 23 กรกฎาคม 2569

Login
Login

อานิสงส์ EV ดันยอดขายรถในยุโรปพุ่ง แบรนด์จีนครอง 1 ใน 3 รถปลั๊กอินไฮบริด

ยอดขายรถยนต์ใน 'ยุโรป' พุ่งแรงสุดในรอบเกือบ 2 ปีครึ่ง จากกระแสรถยนต์ไฟฟ้า ขณะที่รถยนต์ปลั๊กอินไฮบริด 1 ใน 3 ที่ขายได้ล้วนเป็นแบรนด์จีน

ยอดขายรถยนต์ในยุโรปเพิ่มขึ้นอย่างแข็งแกร่งในเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา โดยได้แรงหนุนจากยอดขาย "รถยนต์ไฟฟ้า" (EV) ที่เติบโตอย่างโดดเด่น ช่วยบรรเทาแรงกดดันให้ผู้ผลิตรถยนต์ในภูมิภาคจากภาวะต้นทุนที่เพิ่มขึ้นและการแข่งขันจากผู้ผลิตจีน

สมาคมผู้ผลิตรถยนต์ยุโรป (ACEA) เปิดเผยว่า ยอดจดทะเบียนรถยนต์ใหม่ในยุโรปเพิ่มขึ้น 13% เมื่อเทียบรายปี สู่ระดับ 1.41 ล้านคัน ซึ่งเป็นอัตราการเติบโตที่สูงที่สุดนับตั้งแต่เดือนต.ค. 2023 

ขณะที่ยอดขายรถยนต์ไฟฟ้าแบบแบตเตอรี่ (BEV) เพิ่มขึ้นถึง 51% ส่งผลให้สัดส่วนรถยนต์อีวีทั้งหมดทุกประเภท เพิ่มขึ้นเป็นมากกว่าหนึ่ง 1 ใน 3 ของตลาดทั้งหมด

อานิสงส์ EV ดันยอดขายรถในยุโรปพุ่ง แบรนด์จีนครอง 1 ใน 3 รถปลั๊กอินไฮบริด

"ฝรั่งเศส" และ "เยอรมนี" ซึ่งเป็นตลาดรถอีวีที่ใหญ่ที่สุดของยุโรป มีส่วนสำคัญต่อการเติบโตดังกล่าว หลังมาตรการส่งเสริมใหม่ช่วยกระตุ้นยอดขาย ขณะที่ทุกประเทศในภูมิภาคต่างก็รายงานยอดขายรถยนต์อีวีที่เพิ่มขึ้น ยกเว้นเพียง "โปแลนด์" ประเทศเดียว 

นอกจากนี้ ราคาน้ำมันเชื้อเพลิงที่ยังอยู่ในระดับสูงอย่างต่อเนื่อง ยังทำให้ผู้บริโภคหันหลังให้กับ "รถยนต์เครื่องยนต์สันดาปภายใน" (ICE) มากขึ้นด้วย

รถยุโรปฟื้น รถจีนโตแรง

ตัวเลขดังกล่าวถือเป็นข่าวดีสำหรับผู้ผลิตรถยนต์อย่าง โฟล์คสวาเกน (Volkswagen) และ สเตลแลนทิส (Stellantis) ซึ่งกำลังปรับโครงสร้างธุรกิจเพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันกับผู้ผลิตรถยนต์จากจีน ในขณะที่ผู้ผลิตจีนอย่าง บีวายดี (BYD) และ จีลี่ (Geely) กำลังเร่งขยายธุรกิจในยุโรป เพื่อหลีกเลี่ยงการแข่งขันที่รุนแรงในตลาดแดนมังกร 

อานิสงส์ EV ดันยอดขายรถในยุโรปพุ่ง แบรนด์จีนครอง 1 ใน 3 รถปลั๊กอินไฮบริด

แม้ว่ายอดจดทะเบียนรถยนต์ของรถสัญชาติยุโรปจะเพิ่มขึ้น แต่ส่วนแบ่งตลาดของแบรนด์จีนก็ขยายตัวเช่นกัน โดยมีแรงหนุนสำคัญจากการเติบโตใน "สหราชอาณาจักร" ซึ่งข้อมูลจากสมาคมผู้ผลิตและผู้ค้ารถยนต์แห่งสหราชอาณาจักร (SMMT) พบว่า ยอดจดทะเบียนของ BYD และ MG เพิ่มขึ้นมากกว่าหนึ่งในสามทั้งคู่ 

ก่อนหน้านี้ในเดือนมี.ค. ยอดขายรถยนต์รุ่น Jaecoo 7 ของบริษัท Chery Automobile Co. ซึ่งได้รับฉายาว่าเป็น "Temu แห่งวงการ Range Rover" กลายเป็นรถยนต์ที่มียอดขายสูงสุดใน UK มาแล้ว

สำหรับทั้งภูมิภาคยุโรปนั้น แบรนด์ MG และ BYD มีส่วนแบ่งตลาดรวมกันอยู่ที่ 5.4% ในเดือนที่ผ่านมา เพิ่มขึ้นจาก 3.4% ในช่วงเดียวกันของปีก่อน

ก่อนหน้านี้ บลูมเบิร์ก อินเทลลิเจนซ์ ระบุในบทวิเคราะห์ช่วงปลายเดือนมิ.ย. ว่า ผู้เล่นหน้าใหม่จากจีนกำลังให้ข้อเสนอที่คุ้มค่าสำหรับผู้บริโภคในยุโรป ซึ่งการแข่งขันจากแบรนด์จีนกำลังบีบให้ผู้ผลิตแบรนด์รถยุโรป "ต้องลดราคาและเพิ่มแรงจูงใจด้านการขาย"

แรงกดดันดังกล่าวคาดว่าจะยังคงอยู่ต่อไป เมื่อผู้ผลิตรถยนต์จีนเริ่มเข้าไปตั้งฐานการผลิตในยุโรปมากขึ้น โดย BYD กำลังก่อสร้างโรงงานในประเทศฮังการี และในปีนี้ Stellantis ซึ่งเป็นเจ้าของแบรนด์ Fiat ได้ตกลงเปิดโรงงานในยุโรปให้แก่บริษัท เจ้อเจียง ลีปมอเตอร์ เทคโนโลยี และ ตงเฟิง มอเตอร์

ยอดจดทะเบียนที่เพิ่มขึ้นในตลาดยุโรปถือเป็นข่าวดีสำหรับผู้ผลิตรถยนต์ในภูมิภาค ซึ่งกำลังเผชิญต้นทุนการดำเนินงานที่สูงขึ้นภายในประเทศ และยอดขายที่ซบเซาในจีน ซึ่งเป็นตลาดรถยนต์ใหญ่ที่สุดของโลก

"โฟล์คสวาเกน" ผู้ผลิตรถยนต์รายใหญ่ที่สุดของยุโรป กำลังเผชิญวิกฤติครั้งใหญ่ที่สุดครั้งหนึ่งในประวัติศาสตร์ของบริษัท โดยกำลังพิจารณาปลดพนักงานเพิ่มเติมอีก 50,000 ตำแหน่ง ซึ่งจะทำให้ยอดปลดพนักงานรวมอาจสูงถึง 100,000 ตำแหน่ง พร้อมทั้งปิดโรงงานในเยอรมนีมากถึง 4 แห่ง และมีแผนลดจำนวนรุ่นรถยนต์ในเครือลงครึ่งหนึ่ง จากปัจจุบันที่มีประมาณ 150 รุ่น ครอบคลุมแบรนด์ต่างๆ เช่น Porsche, Audi และ Skoda

การลดต้นทุนในลักษณะเดียวกันยังเกิดขึ้นกับผู้ผลิตรายอื่น ไม่ว่าจะเป็น BMW, Mercedes-Benz และ Renault ซึ่งต่างกำลังเร่งเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงานเช่นกัน

แบรนด์จีนครอง 1 ใน 3 กลุ่ม PHEV

ด้านข้อมูลจากนักวิเคราะห์ของ Dataforce ระบุว่า แบรนด์รถยนต์จากจีนครองส่วนแบ่งมากกว่า  1 ใน 3 ของยอดขายรถยนต์ปลั๊กอินไฮบริด (PHEV) คันใหม่ในยุโรปเมื่อเดือนที่ผ่านมา

ข้อมูลระบุว่า ผู้ผลิตรถยนต์จีนซึ่งรวมถึง BYD และ Chery มีส่วนแบ่งยอดส่งมอบรถยนต์ปลั๊กอินไฮบริดในเดือนมิ.ย. สูงเป็นประวัติการณ์ที่ 34% ขณะที่ส่วนแบ่งตลาดของรถแบตเตอรี่ไฟฟ้าล้วน (BEV) และรถยนต์ไฮบริดที่ไม่ต้องเสียบปลั๊ก (HEV) จากจีน แทบไม่เปลี่ยนแปลงจากเดิม

จูเลียน ลิทซิงเกอร์ นักวิเคราะห์ของ Dataforce กล่าวว่า ผู้ผลิตรถยนต์จีนกำลังเร่งผลักดันยอดขายรถยนต์ปลั๊กอินไฮบริด ก่อนที่สหภาพยุโรป (อียู) อาจเรียกเก็บภาษีนำเข้ารถยนต์ประเภทดังกล่าวเพิ่มเติม

ปัจจุบัน มีเพียงรถยนต์ไฟฟ้า 100% ที่ผลิตในจีนเท่านั้นที่ถูกเรียกเก็บภาษีนำเข้าในอัตราสูง แต่หนังสือพิมพ์ Handelsblatt ของเยอรมนีรายงานว่า รถยนต์ปลั๊กอินไฮบริดอาจเป็นเป้าหมายของมาตรการภาษีเช่นกัน อย่างไรก็ตาม สหภาพยุโรปยังไม่ได้ระบุว่าจะมีการจัดเก็บภาษีเพิ่มเติมหรือไม่


ที่มา: Bloomberg