วันอังคาร ที่ 1 กันยายน 2569

Login
Login

กบง. หั่นราคาดีเซลหน้าโรงกลั่น 2.40 บาทต่อลิตร ตั้งแต่ 24 ก.ค. - 15 ส.ค.69

"กบง." เห็นชอบ นำผลประโยชน์ส่วนเกินโรงกลั่นลดราคา ณ โรงกลั่นน้ำมันดีเซล 2.40 บาทต่อลิตรตั้งแต่วันที่ 24 ก.ค ถึงวันที่ 15 ส.ค.2569 เพื่อบรรเทาภาระประชาชน

KEY POINTS

  • คณะกรรมการบริหารนโยบายพลังงาน (กบง.) มีมติเห็นชอบให้ปรับลดราคา ณ โรงกลั่นสำหรับน้ำมันดีเซลหมุนเร็ว บี0, บี7 และบี20 ลง 2.40 บาทต่อลิตร
  • มาตรการดังกล่าวจะมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 24 กรกฎาคม ถึงวันที่ 15 สิงหาคม 2569
  • การปรับลดราคาครั้งนี้เป็นการนำผลประโยชน์ส่วนเกินจากค่าการกลั่นในช่วงครึ่งแรกของเดือนกรกฎาคม 2569 ซึ่งมีมูลค่าประมาณ 3,892 ล้านบาท มาใช้เป็นส่วนลด
  • มีวัตถุประสงค์เพื่อบรรเทาภาระค่าครองชีพของประชาชน และลดภาระของกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง โดยไม่กระทบต่อการดำเนินธุรกิจของโรงกลั่น

การประชุม คณะกรรมการบริหารนโยบายพลังงาน (กบง.) ครั้งที่ 8/2569 (ครั้งที่ 84) ที่มีนายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน เป็นประธาน

นายเอกนัฏ เปิดเผยว่า ในวันนี้ที่ประชุมได้มีการพิจารณาสถานการณ์ราคาน้ำมันโลกและต้นทุนการกลั่นในช่วงครึ่งแรกของเดือนก.ค.2569 ซึ่งพบว่ายังคงมีผลประโยชน์ส่วนเกินจากค่าการกลั่น ท่ามกลางสถานการณ์ที่ตึงเครียดอยู่เป็นระยะ ส่งผลให้ราคาน้ำมัน และค่าการกลั่นยังมีความผันผวนอย่างต่อเนื่อง 

ที่ประชุม กบง. ได้ใช้หลักเกณฑ์ที่คณะกรรมการศึกษาความเหมาะสมในการกำหนดต้นทุนราคาน้ำมันเชื้อเพลิง (คตร.) เคยให้ไว้เป็นเกณฑ์ในการพิจารณาผลประโยชน์ส่วนเกินจากค่าการกลั่น โดยกำหนดสมมติฐานปริมาณการใช้น้ำมันเชื้อเพลิงในประเทศไทย (เบนซิน และดีเซลหมุนเร็ว) ณ เดือนมิ.ย.2569 อยู่ที่ 91.03 ล้านลิตรต่อวัน สามารถประมาณการมูลค่าของผลประโยชน์ส่วนเกินที่เกิดขึ้นในช่วงวันที่ 1 - 15 ก.ค.2569 ตามหลักการของ คตร. ได้ประมาณ 3,892 ล้านบาท นำมาช่วยเป็นส่วนลดของราคาน้ำมัน โรงกลั่น สำหรับดีเซลหมุนเร็ว

ที่ประชุม กบง. จึงมีมติเห็นชอบให้ ปรับลดราคา ณ โรงกลั่นสำหรับน้ำมันดีเซลหมุนเร็ว บี0 บี7 และบี20 ลง 2.40 บาทต่อลิตร ตั้งแต่วันที่ 24 ก.ค. ถึงวันที่ 15 ส.ค. 2569

 

พร้อมเห็นชอบร่างประกาศคณะกรรมการบริหารนโยบายพลังงาน เรื่องการปรับลดราคา ณ โรงกลั่น และมอบหมายฝ่ายเลขานุการ ดำเนินการประกาศในราชกิจจานุเบกษาต่อไป 

“การกำหนดส่วนลดดังกล่าวอยู่บนหลักการนำผลประโยชน์ส่วนเกินจากการกลั่นน้ำมันมาใช้บรรเทาภาระค่าครองชีพของประชาชน และลดภาระของกองทุนน้ำมัน โดยคำนึงถึงความเหมาะสมของสถานการณ์ตลาด และไม่กระทบต่อความสามารถในการดำเนินธุรกิจของโรงกลั่นน้ำมัน เพื่อให้การส่งผ่านต้นทุนสู่ผู้บริโภคเป็นไปอย่างเป็นธรรม และยังคงรักษาเสถียรภาพด้านพลังงานของประเทศ” นายเอกนัฏ กล่าว

 

 

พิสูจน์อักษร....สุรีย์  ศิลาวงษ์