วันอังคาร ที่ 21 กรกฎาคม 2569

Login
Login

ศุภชัยหนุนรัฐบาลเร่งสปีดการลงทุน ชี้บุก ’เสฉวน‘ หนุนดึงไฮเทคแข่งเวียดนาม

เมื่อวันที่ 19 กรกฎาคม2569 ที่เมืองเฉิงตู นายศุภชัย เจียรวนนท์  รองประธานอาวุโส เครือเจริญโภคภัณฑ์ เปิดเผยในโอกาสร่วมคณะนักธุรกิจพบปะกับ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ที่เมืองเฉิงตู สาธารณรัฐประชาชนจริง ว่า การโรดโชว์ สาธารณรัฐประชาชนจีนของนายกรัฐมนตรีในครั้งนี้ จะช่วยดึงดูดเม็ดเงินลงทุนจากภูมิภาคสำคัญอย่าง ฉงชิ่ง และ เสฉวน ซึ่งเป็นฐานการผลิตอุตสาหกรรมเทคโนโลยีขั้นสูงที่สำคัญของจีน เพราะจากการวิเคราะห์ศักยภาพพื้นที่พบว่า เมืองฉงชิ่งและมณฑลเสฉวนเป็นศูนย์กลางของอุตสาหกรรมหลักที่ไทยกำลังเร่งให้การส่งเสริม

โดยเฉพาะในกลุ่ม เซมิคอนดักเตอร์ (Semiconductor), อิเล็กทรอนิกส์, เทคโนโลยีระดับสูง รวมถึงอุตสาหกรรมการบิน  ซึ่งหากประเทศไทยสามารถดึงดูดนักลงทุนหรือสร้างพันธมิตรทางธุรกิจจากพื้นที่เหล่านี้ได้ จะส่งผลบวกอย่างมากต่อการเพิ่มเม็ดเงินลงทุนจากต่างประเทศ 

นายศุภชัย กล่าวว่า จากข้อมูลที่น่าสนใจระบุว่า ในปีที่ผ่านมาประเทศไทยมีเม็ดเงินลงทุนจากต่างประเทศอยู่ที่ประมาณ 10,000 ล้านดอลล่าร์  ในขณะที่คู่แข่งสำคัญในอาเซียนอย่าง เวียดนาม สามารถดึงเม็ดเงินไปได้สูงถึง 27,000 ล้านดอลล่าร์  ตัวเลขที่แตกต่างกันนี้ส่งผลกระทบโดยตรงต่อการเติบโตของผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (GDP) ทำให้ไทยจำเป็นต้องเร่งบทบาทในการเป็นฐานการผลิตและส่งออก โดยเฉพาะในด้านอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์และเซมิคอนดักเตอร์ที่ปัจจุบันกลุ่มทุนตะวันตกยังเข้ามาลงทุนน้อยกว่าที่ควรจะเป็น แม้จะมีสัญญาณที่ดีในด้าน Data Center จากทางตะวันตกบ้างแล้วก็ตาม 


นายศุภชัย กล่าวว่า หัวใจสำคัญของการดึงดูดทุนจีนในครั้งนี้คือการสร้างความไว้วางใจและการแสดงออกถึงความเป็นมิตรประเทศ ซึ่งนักลงทุนจีนให้ความสำคัญอย่างมากกับความพร้อมของประเทศที่จะไปลงทุน โดยเฉพาะในด้านกฎหมาย ภาษี และการอำนวยความสะดวกจากภาครัฐ เพื่อป้องกันความเสียหายจากการลงทุนที่อาจเกิดขึ้นหากไปในประเทศที่ไม่มีความพร้อม 

“การเดินทางเยือนครั้งนี้มีนิมิตหมายที่ดี เนื่องจากนายกรัฐมนตรีมีความเข้าใจอย่างลึกซึ้งทั้งในมิติของภาครัฐ การเมือง และกลไกของภาคเอกชน  ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญในการสร้างความเชื่อมั่นและธรรมาภิบาลในการลงทุนระหว่างกัน ทำให้ผู้นำระดับสูงของจีนให้ความเกรงใจและพร้อมที่จะรับฟังข้อเสนอเพื่อสร้างความมั่นใจให้กับนักลงทุนจีนที่กำลังมองหาศูนย์กลางการผลิตในอาเซียน ไม่ว่าจะเป็นการเปรียบเทียบกับเวียดนาม มาเลเซีย หรืออินโดนีเซียก็ตาม“ 

นายศุภชัย กล่าวว่า การรุกคืบทางเศรษฐกิจในครั้งนี้ถูกมองว่าเป็นก้าวสำคัญที่จะทำให้ประเทศไทยกลับมาเป็นจุดหมายปลายทางหลักของเม็ดเงินลงทุนจากฝั่งตะวันออก โดยเฉพาะจากอุตสาหกรรมแห่งอนาคตที่อยู่ในมณฑลเสฉวน ที่มีเมืองสำคัญคือฉงชิ่ง และเฉิงตู เพื่อยกระดับโครงสร้างเศรษฐกิจไทยให้มั่นคงในระยะยาว