วันพฤหัสบดี ที่ 9 กรกฎาคม 2569

Login
Login

'ศุภชัย' ตอกปม 'สุภาพร' บุคคลปริศนาโผล่ถือหุ้น TRUE 7%  ซัดแรง 'ข่าวเพี้ยน' โบ้ยให้ไปถาม ก.ล.ต.

จากกรณีที่สร้างความสั่นสะเทือนให้กับ “ตลาดทุนไทย” อย่างมาก เมื่อมีการพบบุคคลปริศนาชื่อ “สุภาพร พิมพงษ์” ได้ทำการยื่นแบบรายงานการได้มาหรือจำหน่ายหลักทรัพย์ของกิจการ (แบบ 246-2) ต่อสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) เมื่อวันที่ 2 ก.ค.2569

โดยเนื้อหาในรายงานระบุถึงการเข้าถือหุ้นของ บริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ TRUE ในสัดส่วนที่มากกว่า 7% ซึ่งคิดเป็นมูลค่ามหาศาลเฉียด 3 หมื่นล้านบาท

ทั้งนี้ ภายหลังจากมีการเผยแพร่ข้อมูลดังกล่าว กลับพบ “ข้อพิรุธ” และความสงสัยหลายประการ เนื่องจากมีการตรวจสอบในเบื้องต้นแล้วพบว่า บุคคลคนนี้ไม่ได้มีการถือครองหุ้น TRUE จริงตามที่แจ้งไว้ 

ล่าสุด นายศุภชัย เจียรวนนท์ ประธานกรรมการ บริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) ได้ออกมาเคลื่อนไหวต่อเหตุการณ์ดังกล่าว โดยผู้สื่อข่าวได้สอบถามถึงข้อเท็จจริงในกรณีที่มีชื่อ "สุภาพร พิมพงษ์" เข้ามาถือหุ้นจำนวนมาก แต่นายศุภชัยปฏิเสธที่จะให้ความเห็นในรายละเอียด และระบุเพียงสั้นๆ ว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นนั้นเป็น "ข่าวเพี้ยน" และให้ไปสอบถามรายละเอียด และความชัดเจนจากทางสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) ซึ่งเป็นหน่วยงานที่รับการยื่นแบบรายงานดังกล่าวแทน

โดยก่อนหน้านี้ ทางด้านของ บริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) ได้ออกมาเคลื่อนไหวเพื่อชี้แจงต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น โดยระบุว่า ไม่พบข้อมูลการทำธุรกรรมจริง ตามที่มีการรายงานต่อ ก.ล.ต.แต่อย่างใด ซึ่งเป็นการยืนยันว่ารายงานการถือหุ้นดังกล่าวน่าจะเป็นข้อมูลเท็จที่ไม่ได้เกิดขึ้นจริง

ด้าน ก.ล.ต. ให้ข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับการรายงานการได้มาหรือจำหน่ายหลักทรัพย์ (แบบ 246-2) ตามที่ปรากฏข่าวเกี่ยวกับการรายงานการได้มาหรือจำหน่ายหลักทรัพย์ของนางสาวสุภาพร พิมพงษ์ สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) ขอให้ข้อมูลว่า ก.ล.ต. อยู่ระหว่างเร่งตรวจสอบเชิงลึกในข้อเท็จจริงทั้งหมดของผู้รายงาน โดยที่ผ่านมาได้สอบทานกับผู้รายงาน ซึ่งได้รับการยืนยันจากผู้รายงานว่า เป็นผู้รายงานข้อมูลเข้ามาในระบบรายงาน 246-2

อย่างไรก็ตาม จากการตรวจสอบของ ก.ล.ต. พบข้อสงสัยถึงความไม่สอดคล้องของข้อมูลที่รายงานหลายประการ จากข้อมูลการรายงานการได้มาหรือจำหน่ายหลักทรัพย์ จำนวน 7 รายงาน รวม 6 หลักทรัพย์ ของผู้รายงานรายดังกล่าว ที่เข้ามาในระบบเมื่อวันที่ 30 มิถุนายน 2569 และวันที่ 2 กรกฎาคม 2569 ซึ่งเป็นการได้มาของหลักทรัพย์ที่ต่างเวลากันตั้งแต่ปี 2564 เป็นต้นมา (และเพิ่งมีการรายงานใน 2 วันข้างต้น)

การรายงานเป็นการได้มาซึ่งหลักทรัพย์ด้วยตนเองในอดีต และไม่ปรากฏรายงานการจำหน่ายหลักทรัพย์ ซึ่งจากการตรวจสอบของ ก.ล.ต. ใน 5 หลักทรัพย์ ที่ไม่พบชื่อผู้รายงานในวันปิดสมุดทะเบียนในช่วงภายหลังของการได้มา (อยู่ระหว่างการตรวจสอบ 1 หลักทรัพย์)

รวมถึงการรายงานการได้มาซึ่งหลักทรัพย์บางประเภทที่ผู้ออกหลักทรัพย์ไม่เคยออกหลักทรัพย์ดังกล่าว อีกทั้งการรายงานการได้มาซึ่งหลักทรัพย์บางหลักทรัพย์ที่อาจมีสัดส่วนไม่สอดคล้องกับข้อมูลที่บริษัทจดทะเบียนเปิดเผย 

นอกจากนี้ ก.ล.ต. ได้ตรวจสอบเพิ่มเติมพบว่า ผู้รายงานรายดังกล่าวมีการรายงานการได้มาซึ่งหลักทรัพย์ตามมาตรา 59 โดยที่ไม่ได้เป็นกรรมการหรือผู้บริหารหรือบุคคลที่มีหน้าที่รายงานตามมาตราดังกล่าว ก.ล.ต. จึงได้ดำเนินการนำข้อมูลการรายงานตามมาตรา 59 ออกจากระบบ

ทั้งนี้ ก.ล.ต. ได้มีการเปลี่ยนสถานะของเครื่องหมายเพื่อเตือนผู้ลงทุนเกี่ยวกับข้อมูลรายงานแบบ 246-2 ดังกล่าว โดยได้เพิ่มข้อความ “อยู่ระหว่างตรวจสอบความถูกต้อง” เพื่อความชัดเจน และเป็นประโยชน์ต่อผู้ลงทุนในการใช้ข้อมูลประกอบการตัดสินใจด้วย


 

 

 

พิสูจน์อักษร....สุรีย์  ศิลาวงษ์