วันอังคาร ที่ 28 กรกฎาคม 2569

Login
Login

เปิดแผนบริหาร 'แอร์พอร์ตลิงก์' CP จ่อหมดสัญญา 30 ก.ย.นี้

โครงการรถไฟความเร็วสูง (ไฮสปีดเทรน) เชื่อม 3 สนามบิน (ดอนเมือง สุวรรณภูมิ อู่ตะเภา) กำลังก้าวเข้าสู่โค้งสุดท้ายของการพิจารณาแนวทางออกสัญญาร่วมลงทุน ซึ่งคาดว่าจะมีการเสนอให้คณะกรรมการเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (กพอ.) ที่มีนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี เป็นประธานพิจารณาภายในเดือน ส.ค.2569

ล่าสุดเมื่อวันที่ 15 ก.ค. ที่ผ่านมา การประชุมคณะกรรมการบริหารสัญญาฯ ได้มีมตินำ 2 แนวทางออกเพื่อเตรียมเสนอ กพอ. ประกอบด้วย

1.) แนวทางแก้ไขสัญญาตามมติ กพอ.เดิม ซึ่งหาก กพอ.เห็นชอบตามแนวทางนี้จะเดินหน้าโครงการตามเงื่อนไขที่หารือ และเป็นไปตามร่างแก้ไขสัญญาแก้ไขที่สำนักงานอัยการสูงสุดตรวจสอบ โดยจะเสนอ ครม.ขออนุมัติแก้ไขหลักการ และลงนามแก้ไขสัญญาร่วมทุน

2.) แนวทางสิ้นสุดสัญญา โดยกรณีนี้เกิดขึ้นหาก กพอ.พิจารณาว่าแก้ไขสัญญาไม่ได้จะนำไปสู่กระบวนการพิจารณาเหตุสิ้นสุดสัญญา ซึ่ง รฟท.และเอกชนคู่สัญญาต้องกลับมาพิจารณาข้อกฎหมาย

ขณะเดียวกันยังมีการหารือถึงสิทธิบริหารเดินรถแอร์พอร์ตเรลลิงก์ ซึ่งจะสิ้นสุดสัญญากับ บริษัท เอเชีย เอราวัน จำกัด หาก กพอ.มีการพิจารณาสิ้นสุดสัญญาร่วมลงทุนในโครงการไฮสปีดเชื่อม 3 สนามบิน ประกอบกับบันทึกข้อตกลง (MOU) การบริหารเดินรถในปัจจุบันจะครบกำหนดในวันที่ 30 ก.ย. 2569 ทำให้บริษัท เอเชีย เอราวัน จำกัด จะไม่ได้รับสิทธิในการบริหารเดินรถ

ดังนั้น เพื่อไม่ให้กระทบต่อบริการประชาชนคณะกรรมการบริหารสัญญาฯ ยังได้หารือถึงทางออกในการดำเนินงาน โดยมอบหมายให้การรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) พิจารณารูปแบบของการจ้างเอกชนรายเดิมเป็นสัญญาชั่วคราวในการเข้าบริหารงานเดินรถแอร์พอร์ตเรลลิงก์ เนื่องจากพิจารณาและพบว่าแนวทางนี้จะเป็นทางออกที่ดำเนินการได้ทันที ไม่ทำให้บริการประชาชนสะดุด

อีกทั้งแนวทางการมอบหมายให้บริษัท รถไฟฟ้า ร.ฟ.ท. จำกัด (รฟฟท.) บริษัทลูกของ รฟท. เข้ามาให้บริการเดินรถแอร์พอร์ตเรลลิงก์นั้น เป็นแนวทางที่ดำเนินการได้ยากกว่า เนื่องจากปัจจุบัน รฟฟท.เป็นผู้ให้บริการเดินรถไฟฟ้าชานเมืองสายสีแดง ซึ่งมีบุคลากรในการให้บริการอย่างจำกัด หากจะต้องบริหารทั้งสองโครงการในเวลาเดียวกัน มีความจำเป็นต้องเปิดรับบุคลากรเพิ่ม ซึ่งหากเปิดรับบุคลากรใหม่ก็จำเป็นต้องใช้เวลาในการฝึกอบรม