ARDA โชว์ผลงานทุนวิจัย Radar4Flood ดึงเทคโนโลยีเรดาร์แจ้งเตือนฝนตกหนัก-น้ำท่วมฉับพลันล่วงหน้า 24 ชม. นำร่องใช้งานจริงแล้ว 4 ลุ่มน้ำ ครอบคลุม 3.36 ล้านไร่ ช่วยชาวบ้าน-เกษตรกรกว่า 5.6 แสนครัวเรือน รับมือภัยพิบัติทันท่วงที
KEY POINTS
- สวก. (ARDA) สนับสนุนทุนวิจัยให้มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ พัฒนาระบบ "Radar4Flood" เพื่อติดตามและคาดการณ์ฝนตกหนักและน้ำท่วมฉับพลัน
- ระบบใช้ข้อมูลจากเรดาร์ตรวจอากาศเพื่อคาดการณ์ฝนล่วงหน้า 3 ชั่วโมง และเตือนภัยน้ำท่วม-ดินถล่มล่วงหน้าได้ถึง 24 ชั่วโมง
- ปัจจุบันใช้งานในพื้นที่นำร่อง 4 ลุ่มน้ำ ครอบคลุมพื้นที่กว่า 3.3 ล้านไร่ ช่วยให้เกษตรกรและประชาชนกว่า 1 ล้านคนเตรียมรับมือภัยพิบัติ
- มีแผนขยายผลการใช้งานไปยังพื้นที่เสี่ยงภัยใน 5 จังหวัดภายในปี 2569 และอีก 8 ลุ่มน้ำในภาคเหนือภายในปี 2571
ฝนตกหนักเพียงไม่กี่ชั่วโมง อาจสร้างความเสียหายต่อชีวิต พื้นที่เกษตร และทรัพย์สิน สิ่งสำคัญจึงไม่ใช่เพียงรู้ว่า “ฝนจะตกมากแค่ไหน” แต่ต้องรู้ให้ทันว่า “น้ำจะมาเมื่อไร และพื้นที่ใดจะได้รับผลกระทบ” เพราะทุกนาทีที่รู้ล่วงหน้า คือเวลาที่เพิ่มขึ้นสำหรับการเตรียมตัวรับมือและช่วยลดความเสียหายจากภัยพิบัติ สำนักงานพัฒนาการวิจัยการเกษตร (องค์การมหาชน) หรือ ARDA จึงสนับสนุนทุนวิจัยแก่มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ โดยมี รศ.ดร.พรรณทิพย์ พุทธรักษา มะเปี่ยม เป็นหัวหน้าโครงการวิจัยเพื่อพัฒนา “Radar4Flood” ระบบติดตามและคาดการณ์ฝนตกหนักและน้ำท่วมฉับพลัน โดยใช้ข้อมูลเรดาร์ตรวจอากาศ เปลี่ยนข้อมูลวิทยาศาสตร์ที่ซับซ้อนให้เป็นข้อมูลเฝ้าระวังที่เข้าใจง่าย ช่วยให้ประชาชน เกษตรกร และหน่วยงานในพื้นที่สามารถนำไปใช้ประกอบการตัดสินใจ และเตรียมรับมือได้จริง
ปัจจุบัน Radar4Flood ถูกนำไปใช้จริงในพื้นที่นำร่อง 4 ลุ่มน้ำ ได้แก่ ลุ่มน้ำทับมาและลุ่มน้ำคลองสะพาน จังหวัดระยอง ลุ่มน้ำลำตะคอง จังหวัดนครราชสีมา และลุ่มน้ำคลองสวนหมาก จังหวัดกำแพงเพชร ครอบคลุมพื้นที่รวม 5,382 ตารางกิโลเมตร หรือคิดเป็นประมาณ 3.36 ล้านไร่ โดยในจำนวนนี้เป็นพื้นที่เกษตรประมาณ 1.8 ล้านไร่ ครอบคลุมประชาชนและเกษตรกรประมาณ 1 ล้านคน หรือประมาณ 560,000 ครัวเรือน และมีหน่วยงานและเครือข่ายนำระบบไปใช้แล้ว 20 แห่ง สะท้อนการต่อยอดงานวิจัยจากการพัฒนาเทคโนโลยีสู่การใช้ประโยชน์ในพื้นที่จริง
ดร.ทวีศักดิ์ ธนเดโชพล ผู้อำนวยการ ARDA กล่าวว่า เป้าหมายของการสนับสนุนทุนวิจัยไม่ใช่เพียงทำให้เกิดองค์ความรู้หรือเทคโนโลยีใหม่ แต่ต้องผลักดันให้งานวิจัยถูกนำไปใช้ และสร้างประโยชน์ต่อประชาชนอย่างเป็นรูปธรรม จุดเด่นของ Radar4Flood คือการบูรณาการข้อมูลจากเครือข่ายเรดาร์ตรวจอากาศหลายสถานีร่วมกับข้อมูลจากสถานีวัดน้ำฝนภาคพื้นดิน ทำให้สามารถแสดงตำแหน่ง ทิศทางการเคลื่อนที่ ความรุนแรง และปริมาณฝนสะสมในระดับพื้นที่ได้อย่างละเอียด โดยให้ข้อมูลฝนความละเอียด 600 x 600 เมตร อัปเดตทุก 10 นาที และคาดการณ์แนวโน้มฝนล่วงหน้าได้ประมาณ 3 ชั่วโมง
นอกจากนี้ Radar4Flood ยังเชื่อมโยงข้อมูลฝนเข้ากับแบบจำลองทางคณิตศาสตร์ เพื่อคาดการณ์น้ำท่วมฉับพลัน ดินถล่ม และการกัดเซาะหน้าดินแบบพลวัตล่วงหน้า ได้ถึง 24 ชั่วโมง พร้อมปรับปรุงผลการคาดการณ์ทุก 1 ชั่วโมง เพื่อให้สอดคล้องกับสถานการณ์ล่าสุด ข้อมูลดังกล่าวช่วยเพิ่มระยะเวลาในการเตรียมรับมือ โดยเกษตรกรสามารถนำข้อมูลไปประกอบการเร่งเก็บเกี่ยวผลผลิต เคลื่อนย้ายเครื่องจักร เปิดทางระบายน้ำ ป้องกันพื้นที่เพาะปลูกหรือเคลื่อนย้ายสัตว์เลี้ยงออกจากพื้นที่เสี่ยง ขณะที่หน่วยงานท้องถิ่นและประชาชนสามารถใช้เฝ้าระวัง หลีกเลี่ยงเส้นทางเสี่ยง เคลื่อนย้ายทรัพย์สิน และเตรียมอพยพได้อย่างทันท่วงที
" เราอาจหยุดฝนไม่ได้ แต่ข้อมูลที่รวดเร็ว และแม่นยำสามารถเพิ่มเวลาให้คนในพื้นที่เตรียมรับมือได้ Radar4Flood จึงสะท้อนให้เห็นถึงการนำงานวิจัยไปใช้ประโยชน์เพื่อช่วยลดความเสี่ยงต่อชีวิต พื้นที่ทำกิน และทรัพย์สิน โดยเป้าหมายต่อไปคือการพิสูจน์ประสิทธิภาพ ขยายการใช้งาน และเชื่อมโยงระบบเข้ากับกลไกเฝ้าระวังพื้นที่ เพื่อให้งานวิจัยสร้างผลลัพธ์ที่วัดได้และช่วยลดความสูญเสีย ให้ประชาชนอย่างเป็นรูปธรรม
รศ.ดร.พรรณทิพย์ พุทธรักษา มะเปี่ยม หัวหน้าโครงการวิจัย กล่าวว่า คณะวิจัยไม่ได้มุ่งเพียงพัฒนาระบบเทคโนโลยี แต่ยังทำงานร่วมกับหน่วยงานท้องถิ่น อาทิ เทศบาลตำบลทับมา จังหวัดระยอง องค์กรบริหารส่วนจังหวัดระยอง องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในจังหวัดกำแพงเพชร องค์กรผู้ใช้น้ำ เกษตรกร และเครือข่ายหมอดินในพื้นที่เพื่อถ่ายทอดการใช้งานระบบแก่พื้นที่ 72 ตำบล พร้อมสร้างเครือข่ายเฝ้าระวังภัยระดับชุมชนกว่า 500 คน เพื่อให้ข้อมูลจากงานสามารถนำไปใช้วางแผนรับมือภัยพิบัติระดับพื้นที่ได้จริง ความสำเร็จของ Radar4Flood ไม่ได้หยุดเพียงพื้นที่นำร่อง โครงการยังพัฒนาระบบฐานข้อมูลแบบจำลองพยากรณ์ฝนเชิงพื้นที่และ Open API เพื่อรองรับการเชื่อมโยงและต่อยอดระบบในอนาคต โดยในปี 2569
อยู่ระหว่างการขยาย Radar4Flood ไปยังพื้นที่เสี่ยงภัยใน 5 จังหวัดคือ พะเยา ชัยภูมิ ขอนแก่น สงขลา และพัทลุง และมีแผนขยายผลไปยัง 8 ลุ่มน้ำที่เสี่ยงภัยต่อน้ำท่วมฉับพลัน-ดินถล่มในภาคเหนือภายในปี 2571 ซึ่งคาดว่าจะครอบคลุมประชาชนเพิ่มขึ้นประมาณ 6.42 ล้านคน และพื้นที่เกษตรประมาณ 15.7 ล้านไร่ นับเป็นการยกระดับงานวิจัยจากระบบนำร่องสู่เครื่องมือเฝ้าระวังและสนับสนุนการตัดสินใจในพื้นที่เสี่ยงในวงกว้าง
สำหรับผู้สนใจนำผลงานวิจัยไปใช้ประโยชน์หรือร่วมขยายผล สามารถติดตามข้อมูลทางเว็บไซต์สำนักงานพัฒนาการวิจัยการเกษตร (องค์การมหาชน) และ Facebook สำนักงานพัฒนาการวิจัยการเกษตร หรือสอบถามรายละเอียดโครงการเพิ่มเติมได้ที่ รศ.ดร.พรรณทิพย์ พุทธรักษา มะเปี่ยม หัวหน้าโครงการวิจัย โทร. 081-807-9454
นวัตกรรม Radar4Flood ถือเป็นก้าวสำคัญของการนำงานวิจัยด้านวิทยาศาสตร์มาแปลงเป็นเครื่องมือที่ใช้ได้จริงในชีวิตประจำวัน การเปลี่ยนข้อมูลเรดาร์ที่ซับซ้อนให้กลายเป็นระบบแจ้งเตือนแบบเรียลไทม์ผ่านแอปพลิเคชัน ไม่เพียงแต่ช่วยเพิ่มเวลาให้เกษตรกรและชุมชนเตรียมพร้อมรับมือภัยพิบัติได้ทันท่วงที แต่ยังเป็นโมเดลต้นแบบในการขยายผลเพื่อลดความสูญเสียทางเศรษฐกิจและสิ่งแวดล้อมทั่วประเทศได้อย่างยั่งยืน





