วันพุธ ที่ 15 กรกฎาคม 2569

Login
Login

7สมาคมเขย่าทัพเกษตรไทย ดันนวัตกรรมสุดจี๊ด ลุยตลาดโลก

เคลื่อนไหวครั้งสำคัญ ในงานเสวนาผลงานวิจัยดีเด่นกรมวิชาการเกษตร เมื่อภาคเอกชนจาก 7 สมาคมการค้าชั้นนำ แท็กทีมประสานเสียงเขย่าพิมพ์เขียวปฏิรูปโครงสร้างเศรษฐกิจฐานราก เร่งเร้าให้ภาครัฐพลิกโฉมสู่องค์กรอัจฉริยะ ปลดล็อกกฎหมายล้าสมัย และติดปีกระบบดิจิทัลเพื่อทลายกำแพงการค้าโลก หวังดันเมล็ดพันธุ์ไทยผงาดเบอร์หนึ่งในเอเชีย ควบคู่การรุกคืบส่งออกอินทผลัมพืชเศรษฐกิจใหม่ไปยึดครองตลาดจีน นี่จึงไม่ใช่เพียงแค่เวทีแลกเปลี่ยนมุมมอง แต่คือจุดเปลี่ยนครั้งใหญ่ที่จะเปลี่ยนงานวิจัยบนหิ้งให้เป็นเงินแสนล้านในมือเกษตรกร

7สมาคมเขย่าทัพเกษตรไทย ดันนวัตกรรมสุดจี๊ด ลุยตลาดโลก 7สมาคมเขย่าทัพเกษตรไทย ดันนวัตกรรมสุดจี๊ด ลุยตลาดโลก

วิภาวลี วัจนาภิญโญ นายกสมาคมผู้ประกอบการพืชผักผลไม้ไทย เปิดเผยในการเสวนา หัวข้อ “ตลาดนำการวิจัย สู่คุณค่าทางธุรกิจ”งานนำเสนอผลงานวิจัยดีเด่นกรมวิชาการเกษตร ว่า เป้าหมายของกรมวิชาการเกษตรกำลังขับเคลื่อนไปสู่การเป็น Smart Regulator โดยมีการพัฒนาระบบ e-Service และ e-Factory เพื่ออำนวยความสะดวกในการขึ้นทะเบียนวัตถุอันตรายทางการเกษตร

ซึ่งระบบนี้ได้ช่วยเพิ่มความรวดเร็ว ความโปร่งใส และสร้างความชัดเจน เพิ่มศักยภาพในการแข่งขัน สร้างความเชื่อมั่นให้กับเกษตรกร และยังดึงดูดให้ผู้ประกอบการ เข้ามาลงทุนในประเทศไทยเพิ่มขึ้น เนื่องจากสามารถนำเทคโนโลยีใหม่ ๆ มาปรับใช้ได้ทันท่วงที สอดรับกับประเทศเพื่อนบ้านที่มีการยกเครื่องกระบวนการกฎระเบียบให้ทันสมัยรองรับเทคโนโลยีเกษตรที่เติบโตอย่างรวดเร็ว

7สมาคมเขย่าทัพเกษตรไทย ดันนวัตกรรมสุดจี๊ด ลุยตลาดโลก

อย่างไรก็ตามตลาดโลกในปัจจุบันให้ความสำคัญกับมาตรฐานความปลอดภัยอาหารและการตรวจสอบย้อนกลับอย่างเข้มงวด โดยภาครัฐควรเร่งดำเนินการระบบการตรวจสอบย้อนกลับ ( Traceability) ต้องมีความชัดเจนในการเชื่อมโยงระหว่างมาตรฐานสินค้า (GAP) ผู้ส่งออก และผลการแล็บให้อยู่ในมาตรฐานเดียวกันเพื่อมุ่งสู่ระบบ e-Phyto

7สมาคมเขย่าทัพเกษตรไทย ดันนวัตกรรมสุดจี๊ด ลุยตลาดโลก

นอกจากนี้กฎระเบียบเดิมที่ใช้มานานกว่า 10 ปี ควรได้รับการปรับปรุงให้ทันโลก เพื่อไม่ให้เป็นอุปสรรคต่อการส่งออก เปิดโอกาสให้ภาคเอกชนมีส่วนร่วมในการกำหนดโจทย์วิจัยที่ตรงกับความต้องการของตลาด และ เจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงาน ต้องมีความรู้ความเข้าใจในมาตรฐานเดียวกัน และทำงานร่วมกันในฐานะทีมเดียวกัน โดยภาคเอกชนพร้อมเป็นพันธมิตรในการผลักดัน

ศรีเมือง เจริญศิริ นายกสมาคมผู้ปลูกอินทผลัม กล่าว่าปัจจุบันอินทผลัมถือเป็นพืชเศรษฐกิจตัวใหม่ของไทยที่มีสวนของเกษตรกรกว่า 200 แห่ง และมีผลผลิตราว 2,000 ตันต่อปี เนื่องจากตลาดในประเทศเริ่มอิ่มตัว การส่งออกจึงเป็นเป้าหมายสำคัญ โดยขณะนี้กำลังอยู่ระหว่างการขออนุญาตส่งออกไปยังประเทศจีน และรอการลงนามในพิธีสาร (Protocol) ร่วมกัน หากสำเร็จจะช่วยสร้างรายได้เข้าประเทศมหาศาล ทั้งนี้ สินค้าอินทผลัมของไทยมีจุดเด่นคือรสชาติดีเนื่องจากสภาพอากาศที่เหมาะสมและใช้เทคโนโลยีการเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อ (Tissue Culture) คุณภาพสูง

7สมาคมเขย่าทัพเกษตรไทย ดันนวัตกรรมสุดจี๊ด ลุยตลาดโลก

อำนาจ สุขประสงค์ผล​ นายกสมาคมการค้ามันสำปะหลังไทย กล่าวว่า ความร่วมมือกับกรมวิชาการเกษตรในการแก้ปัญหาโรคใบด่างในมันสำปะหลัง โดยมีการค้นคว้าและส่งเสริมพันธุ์ต้านทาน เช่น พันธุ์ใบด่าง 19 รวมถึงพันธุ์นิทัศน์ ซึ่งมีการขยายพันธุ์ไปแล้วเกือบ 1 ล้านต้น นอกจากนี้ สมาคมฯ ยังพร้อมสนับสนุนโครงการพัฒนาผลิตภัณฑ์มันสำปะหลังในรูปแบบ “Low Carbon” เพื่อยกระดับและเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันในตลาดโลก

7สมาคมเขย่าทัพเกษตรไทย ดันนวัตกรรมสุดจี๊ด ลุยตลาดโลก

วรัญญา บุญวิวัฒน์ นายกสมาคมการค้าผู้ผลิตปุ๋ยไทย กล่าวว่า การเพาะปลูกพิชในประเทศไทย ยังต้องพึ่งพาปุ๋ยเคมี ช่วงที่ผ่านมาปุ๋ยมีราคาแพง ทางกระทรวงเกษตร ฯ ได้เจรจาซื้อขายปุ๋ยแอมโมเนียมฟอสเฟต (DAP) กับประเทศรัสเซีย แม้ไม่สามารถส่งมอบได้ในปีนี้ แต่จะเป็นประโยชน์มากในการเจรจานำเข้าในปีต่อไป เพื่อความมั่นคงทางการเกษตร ทางนี้ทางสมาคมพร้อมให้ความร่วมมือในการปฏิบัติตามกฎระเบียบและการผลักดันงานวิจัย “จากหิ้งสู่ห้าง” เพื่อให้เกษตรกรได้ใช้ผลิตภัณฑ์ปุ๋ยที่มีคุณภาพสูงสุดในราคาที่เป็นธรรม

7สมาคมเขย่าทัพเกษตรไทย ดันนวัตกรรมสุดจี๊ด ลุยตลาดโลก

บุญญานาถ นาถวงษ์ นายกสมาคมการค้าเมล็ดพันธุ์ไทย กล่าวว่า ประเทศไทยติดอันดับ Top 10 ของโลกในการส่งออกเมล็ดพันธุ์ โดยมีมูลค่าการใช้ในประเทศและการส่งออกรวมกว่า 24,000 ล้านบาท การที่กรมวิชาการเกษตรถ่ายโอนภารกิจการตรวจสอบและรับรองห้องปฏิบัติการ ให้ภาคเอกชนและมหาวิทยาลัย มีส่วนช่วยให้มูลค่าการส่งออกเติบโตจาก 9,000 ล้านบาท สู่ 12,000 ล้านบาทภายใน 2 ปี และตั้งเป้าหมายขยับสู่ 50,000 ล้านบาทในอีก 10 ปีข้างหน้า โดยในสิ้นปีนี้ตั้งเป้าหมายจะยกระดับสู่การรับรองระบบการตรวจแปลงพืช ซึ่งจะทำให้ไทยเป็นที่ 1 ในเอเชียแปซิฟิกและเป็นที่ 2 ของโลกในด้านนี้

7สมาคมเขย่าทัพเกษตรไทย ดันนวัตกรรมสุดจี๊ด ลุยตลาดโลก

 วีรสิทธิ์ สินเจริญกุล เลขาธิการสมาคมยางพาราไทย กล่าวว่า สถานการณ์ราคายางพาราในปัจจุบันอยู่ในเกณฑ์ดีมากเฉลี่ย 85-90 บาทต่อกิโลกรัม อย่างไรก็ตามความท้าทายสำคัญคือมาตรการใหม่ ๆ จากต่างประเทศ เช่น EUDR, Carbon Footprint และ Sustainability ซึ่งทั้งหมด การส่งออกยางของไทยต้องผ่านการรับรองโดยหน่วยงานต่างประเทศ ที่มีค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้น ดังนั้นกรมวิชาการเกษตร ควรเข้ามาเป็นเจ้าภาพหลักในการรับรอง มาตรฐานเหล่านี้ให้กับผู้ประกอบการไทย เพื่อลดต้นทุนของเอกชนและสร้างการยอมรับในระดับสากล

บากบั่น บุญเลิศ ที่ปรึกษาสมาคมดินและปุ๋ยแห่งประเทศไทย กล่าวว่าดินเปรียบเสมือนราก และปุ๋ยเปรียบเสมือนลำต้น หากดินดีรากจะแข็งแรง และหากปุ๋ยดีลำต้นจะเติบโตพร้อมให้ผลผลิตที่ดี ทางสมาคมฯ มุ่งเน้นการทำงานร่วมกับกรมวิชาการเกษตรใน 2 เรื่องหลัก คือ การทำให้ดินของเกษตรกรมีคุณภาพ และการทำให้ปุ๋ยมีต้นทุนที่ต่ำ โดยไม่ทำลายดิน เพื่อสร้างความยั่งยืนให้กับพืชโปรดักส์แชมเปียนของไทย ทั้งข้าว ยางพารา มันสำปะหลัง และอ้อย ในอนาคตต่อไป