กระทรวงพลังงานเตรียมเสนอเปิดฉากปฏิรูปโครงสร้างราคาไฟฟ้าครั้งใหญ่ที่สุดในรอบหลายปี เล็งเพิ่มประเภทผู้ใช้ไฟฟ้าใหม่เป็น 10 ประเภท แยกกลุ่ม "ดาต้าเซ็นเตอร์" เป็นประเภทที่ 9 คิดค่าไฟเรตพิเศษหน่วยละ 5-6 บาท สกัดผลกระทบต้นทุน LNG นำเข้าพุ่ง มุ่งนำกำไรอุดหนุนกลุ่มเปราะบางและเอสเอ็มอี พร้อมเคลียร์ปมร้อน "ค่าไฟทางแฝง" ประเภทที่ 10 มูลค่า 1.7 หมื่นล้านบาท ออกจากบิลประชาชน หวังลดภาระค่าไฟฐานลงทันที
แหล่งข่าวระดับสูงจากกระทรวงพลังงาน เปิดเผยว่า ในการประชุมคณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ (กพช.) ที่มี นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี เป็นประธาน ซึ่งมีกำหนดการประชุมในวันที่ 15 ก.ค.นี้ วาระสำคัญที่ นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน จะนำเสนอต่อที่ประชุมคือ การปรับปรุงโครงสร้างประเภทผู้ใช้ไฟฟ้าใหม่ โดยจะมีการเพิ่มประเภทผู้ใช้ไฟฟ้าจากปัจจุบันที่มีอยู่ 8 ประเภท ขึ้นเป็น 10 ประเภท เพื่อให้สอดคล้องกับบริบททางเศรษฐกิจและการเปลี่ยนผ่านสู่ยุคดิจิทัล
แยก "ดาต้าเซ็นเตอร์" ประเภท 9 โขก 5-6 บาท ป้องกันบิดเบือนกลไก Ft
ไฮไลต์สำคัญของการปรับโครงสร้างครั้งนี้ คือการกำหนดให้กลุ่มดาต้าเซ็นเตอร์ (Data Center) และระบบประมวลผลปัญญาประดิษฐ์ (AI) ซึ่งปัจจุบันกำลังขยายตัวอย่างมากในประเทศไทย แยกออกมาเป็นผู้ใช้ไฟฟ้าประเภทที่ 9 จากเดิมที่รวมอยู่ในกลุ่มกิจการขนาดใหญ่
สาเหตุที่ต้องแยกประเภท เนื่องจากธุรกิจดาต้าเซ็นเตอร์เป็นกลุ่มที่มีพฤติกรรมการใช้ไฟฟ้าสูงมาก (High Density) และต้องใช้กระแสไฟฟ้าในปริมาณมหาศาลต่อเนื่องตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อหล่อเลี้ยงระบบเซิร์ฟเวอร์ขนาดใหญ่และระบบทำความเย็น ซึ่งการใช้ไฟฟ้าที่สูงในลักษณะนี้ ส่งผลให้ประเทศจำเป็นต้องพึ่งพาการนำเข้าก๊าซธรรมชาติเหลว (LNG) ที่มีราคาสูงเข้ามาเป็นเชื้อเพลิงในการผลิตไฟฟ้าเพิ่มขึ้น
"หากยังคงปล่อยให้กลุ่มดาต้าเซ็นเตอร์ใช้ไฟฟ้าในอัตราปกติ จะส่งผลกระทบต่อต้นทุนรวมของประเทศ และทำให้ค่าไฟฟ้าผันแปร (Ft) ของภาคประชาชนเฉลี่ยแพงขึ้นตามไปด้วย กระทรวงพลังงานจึงมีแนวคิดกำหนดอัตราค่าไฟกลุ่มนี้ไว้สูงกว่ากลุ่มอื่น คาดว่าจะอยู่ที่ประมาณ หน่วยละ 5 - 6 บาท
โดยแนวคิดเบื้องต้นจะนำส่วนต่างกำไรที่ได้จากกลุ่มดาต้าเซ็นเตอร์นี้ กลับไปอุดหนุนอุ้มค่าไฟฟ้าให้กับภาคครัวเรือนในกลุ่มเปราะบาง หรือกลุ่มผู้ประกอบการขนาดกลางและขนาดย่อม (SME) ซึ่งยังต้องรอข้อสรุปที่ชัดเจนจากที่ประชุมอีกครั้ง" แหล่งข่าว กล่าว
ล้างบางค่าไฟทางแฝง 1.7 หมื่นล้าน หั่นค่าไฟฐาน 10-15 สตางค์
สำหรับประเภทที่เพิ่มขึ้นมาใหม่คือ ประเภทที่ 10 กลุ่มค่าไฟฟ้าสาธารณะ (เช่น ไฟส่องสว่างตามท้องถนน) ซึ่งที่ผ่านมาถูกจัดเก็บในลักษณะค่าไฟแฝงที่ปะปนอยู่ในบิลค่าไฟฟ้าของภาคประชาชนมาเป็นเวลานาน
จากการตรวจสอบพบว่า มูลค่าของค่าไฟฟ้าสาธารณะนี้สูงถึงประมาณ 17,000 ล้านบาทต่อปี หรือคิดเป็นสัดส่วนราว 2% - 2.5% ของปริมาณการใช้ไฟฟ้าทั้งหมดของประเทศ ส่งผลให้ประชาชนต้องร่วมแบกรับภาระนี้อยู่ในโครงสร้างค่าไฟฐาน คิดเป็นมูลค่าประมาณ 10 - 15 สตางค์ต่อหน่วย
การแยกประเภทที่ 10 ออกมาอย่างชัดเจนในครั้งนี้ จะช่วยดึงเอาค่าใช้จ่ายส่วนนี้ออกจากบิลค่าไฟของประชาชน ซึ่งจะส่งผลให้ค่าไฟฐานที่จัดเก็บจากภาคครัวเรือนปรับตัวลดลงทันทีอย่างเป็นรูปธรรม
เปิดโครงสร้างค่าไฟปัจจุบัน 8 ประเภท
ทั้งนี้ ปัจจุบันอัตราค่าไฟฟ้าของการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) การไฟฟ้านครหลวง (กฟน.) และการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (กฟภ.) มีการแบ่งผู้ใช้ไฟฟ้าไว้ทั้งหมด 8 ประเภท ประกอบด้วย
1. ประเภทที่ 1 บ้านอยู่อาศัย ครอบคลุมครัวเรือน วัด สำนักสงฆ์ และสถานประกอบศาสนกิจ คิดอัตราก้าวหน้า (ยิ่งใช้มากยิ่งจ่ายแพง) อัตราเฉลี่ยอยู่ที่ 2.34 – 5.7 บาทต่อหน่วย (รวมอัตราตามช่วงเวลาการใช้ หรือ TOU : Time of Use แล้ว)
2. ประเภทที่ 2 กิจการขนาดเล็ก ร้านค้า สำนักงาน หรือธุรกิจที่มีความต้องการพลังงานไฟฟ้าต่ำ ใช้มิเตอร์แรงดันต่ำ อัตราเฉลี่ย 2.60 – 5.7 บาทต่อหน่วย
3. ประเภทที่ 3 กิจการขนาดกลาง ธุรกิจขนาดกลางถึงใหญ่ที่มีการใช้ไฟฟ้าสม่ำเสมอ อัตราเฉลี่ย 2.0 – 4.10 บาทต่อหน่วย
4. ประเภทที่ 4 กิจการขนาดใหญ่ โรงงานอุตสาหกรรม หรือธุรกิจขนาดใหญ่มากที่ใช้แรงดันไฟฟ้าสูง อัตราเฉลี่ย 2.6 – 4.3 บาทต่อหน่วย
5. ประเภทที่ 5 กิจการเฉพาะอย่าง กลุ่มโรงแรมและการให้เช่าพักอาศัย (บางกรณี) อัตราเฉลี่ย 2.60 – 4.32 บาทต่อหน่วย
6. ประเภทที่ 6 องค์กรที่ไม่แสวงหากำไร หน่วยงานรัฐ สถานศึกษา หรือองค์กรการกุศล อัตราเฉลี่ย 2.60 – 5.7 บาทต่อหน่วย
7. ประเภทที่ 7 การสูบน้ำเพื่อการเกษตร อัตราพิเศษสำหรับหน่วยงานราชการหรือที่ราชการรับรอง เพื่อการเพาะปลูก อัตราเฉลี่ย 2.08 – 4.32 บาทต่อหน่วย
8. ประเภทที่ 8 ผู้ใช้ไฟฟ้าชั่วคราว ไซต์งานก่อสร้าง หรือการจัดงานอีเวนต์ ซึ่งเป็นกลุ่มที่มีอัตราค่าไฟต่อหน่วยสูงที่สุดในปัจจุบัน คิดแบบเหมาหรือใช้มิเตอร์ชั่วคราว อัตราเฉลี่ยประมาณ 6.80 บาทต่อหน่วย
การขยับตัวของกระทรวงพลังงานในครั้งนี้ ถูกมองว่าเป็นกลยุทธ์แบบยิงปืนนัดเดียวได้นกสองตัว คือการสกัดกั้นไม่ให้ทุนข้ามชาติในกลุ่มเทคโนโลยีเข้ามาแย่งใช้พลังงานราคาถูกของประเทศจนดันค่า Ft ของประชาชนให้สูงขึ้น ขณะเดียวกันก็สามารถลดภาระแฝงในบิลค่าไฟเดิม เพื่อคืนความเป็นธรรมให้แก่ผู้ใช้ไฟน้อยและผู้บริโภครายย่อย ท่ามกลางภาวะค่าครองชีพที่ยังคงทรงตัวอยู่ในระดับสูง ซึ่งผลการพิจารณาของ กพช. ในวันที่ 15 ก.ค. นี้ จึงเป็นที่จับตาของทั้งภาคธุรกิจและภาคประชาชนอย่างใกล้ชิด


