วันอังคาร ที่ 28 กรกฎาคม 2569

Login
Login

รัฐบาลแจงทบทวน 'สัญญาซื้อไฟเอกชน' เล็งลดค่าไฟระยะยาว ย้ำไม่กระทบนักลงทุน

จากกรณีที่รัฐบาลเร่งเดินหน้าแก้ไขปัญหาโครงสร้าง ค่าไฟ เพื่อลดภาระให้กับประชาชน ล่าสุดเตรียมเปิดการเจรจาเพื่อทบทวน "สัญญาซื้อไฟเอกชน" ในกลุ่มพลังงานแสงอาทิตย์และพลังงานลม โดยยืนยันว่าทุกขั้นตอนจะอยู่บนพื้นฐานของความสมัครใจและข้อกฎหมาย เพื่อไม่ให้กระทบต่อความเชื่อมั่นของนักลงทุน

นางสาวรัชดา ธนาดิเรก โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยความคืบหน้าเรื่องการแก้ไขปัญหาโครงสร้างค่าไฟฟ้าว่า คณะกรรมการพิจารณาแก้ไขปัญหาที่เกิดจากการรับซื้อไฟฟ้าจากผู้ผลิตไฟฟ้าเอกชน ซึ่งมีนายปกรณ์ นิลประพันธ์ รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธาน ได้หารือถึงแนวทางการปรับปรุงสัญญารับซื้อไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์และพลังงานลม เพื่อเป้าหมายสำคัญคือการ ลดภาระค่าไฟของประชาชน ในระยะยาว

ทั้งนี้ นายกรัฐมนตรี ได้รับฟังข้อกังวลจากทุกภาคส่วน ทั้งภาคประชาชนที่ต้องการให้ ลดค่าไฟ และภาคเอกชนที่กังวลเรื่องความเชื่อมั่นต่อนโยบายรัฐ จึงได้กำชับให้ดำเนินการอย่างรอบคอบตามหลักกฎหมาย และคำนึงถึงผลกระทบในทุกมิติ

เปิดแนวทางปรับปรุงสัญญาซื้อไฟฟ้า มุ่งเจรจาหาทางออก

นายปกรณ์ นิลประพันธ์ รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะประธานคณะกรรมการฯ ระบุว่า แนวทางการพิจารณาของคณะกรรมการฯ สอดคล้องกับความเห็นของสำนักงานอัยการสูงสุด ที่มองว่าสัญญาซื้อขายไฟฟ้าระหว่างรัฐกับเอกชนถือเป็น "สัญญาทางปกครอง" ซึ่งรัฐมีอำนาจดำเนินการได้เพื่อประโยชน์ของสาธารณะ

อย่างไรก็ตาม คณะกรรมการฯ ประเมินว่า การเปิดโต๊ะเจรจากับเอกชน เพื่อปรับปรุงเงื่อนไขสัญญาคือแนวทางที่เหมาะสมที่สุด เพราะจะช่วยสร้างความเป็นธรรมให้ประชาชน ควบคู่ไปกับการรักษาความเชื่อมั่นของนักลงทุน

 

โดยมีประเด็นสำคัญที่ต้องทบทวน ดังนี้:

1.) ปลดล็อกเงื่อนไขผูกมัด: ทบทวนข้อสัญญาที่มีผลต่อเนื่องยาวนานโดยไม่มีช่องทางให้กลับมาเจรจาใหม่ ทั้งที่ปัจจุบันต้นทุน เทคโนโลยี และสภาพตลาดพลังงานได้เปลี่ยนแปลงไปมาก

2.) ปรับราคาให้สะท้อนต้นทุนจริง: พิจารณาปรับองค์ประกอบราคารับซื้อไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์และลม ให้สอดคล้องกับต้นทุนที่แท้จริงในปัจจุบัน

ขั้นตอนต่อไปของการแก้ปัญหาโครงสร้างค่าไฟ

สำหรับแนวทางการทำงานในระยะต่อไป คณะกรรมการฯ จะนำเสนอผลการพิจารณาต่อ คณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ (กพช.) เพื่อกำหนดเป็นนโยบายของรัฐ จากนั้นจะมอบหมายให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.), การไฟฟ้านครหลวง (กฟน.) และการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (กฟภ.) เข้าดำเนินการหารือกับคู่สัญญา เพื่อหาข้อสรุปที่ทุกฝ่ายยอมรับได้ร่วมกัน

ยืนยันไม่ใช่การเปลี่ยนกติกาย้อนหลัง

นางสาวรัชดา กล่าวย้ำทิ้งท้ายว่า การแก้ปัญหาค่าไฟ ของรัฐบาลในครั้งนี้ ไม่ใช่เพียงการใช้มาตรการระยะสั้น แต่เป็นการเข้าไปแก้ที่ โครงสร้างต้นทุน เพื่อให้เกิดความยั่งยืน

“การปรับปรุงสัญญาครั้งนี้ไม่ใช่การเปลี่ยนกติกาย้อนหลัง แต่เป็นการเปิดการเจรจาบนพื้นฐานของกฎหมายและความสมัครใจ เพื่อให้สอดคล้องกับต้นทุนและสภาพเศรษฐกิจที่เปลี่ยนไป รัฐบาลเชื่อมั่นว่า การลดค่าไฟและการรักษาความเชื่อมั่นของนักลงทุนสามารถเดินไปพร้อมกันได้ หากทุกฝ่ายยึดประโยชน์สาธารณะเป็นสำคัญ” นางสาวรัชดา กล่าว