ค่าไฟโรงงานสหรัฐ ‘พุ่ง 90%’ หลังดาต้าเซนเตอร์ AI แย่งใช้ไฟมหาศาล ดันอัตราค่าพลังไฟฟ้ากระโดดจาก 1,600 เป็น 12,000 ดอลลาร์ต่อเดือน จนผู้ผลิตหลายรายต้องขึ้นราคาสินค้า และมองหาทางผลิตไฟฟ้าใช้เอง
การขยายตัวอย่างรวดเร็วของ “ศูนย์ข้อมูล” (Data Center) ที่รองรับอุตสาหกรรมปัญญาประดิษฐ์ กำลังสร้างผลกระทบต่อภาคการผลิตของสหรัฐอย่างชัดเจน หลังความต้องการใช้ไฟฟ้าที่เพิ่มขึ้นอย่างมหาศาล ดันค่าไฟของโรงงานหลายแห่งพุ่งสูง จนผู้ประกอบการบางรายต้องขึ้นราคาสินค้า ชะลอการลงทุน หรือพิจารณาย้ายฐานการผลิต
สำนักข่าวรอยเตอร์สรายงานว่า หนึ่งในตัวอย่างคือ เบลเดน บริก ผู้ผลิตอิฐอายุ 141 ปีในรัฐโอไฮโอ ซึ่งมีผลิตภัณฑ์ถูกใช้ในอาคารสำคัญของสหรัฐ เช่น Alamo และมหาวิทยาลัย Notre Dame โดยบริษัทเปิดเผยว่า ค่าไฟฟ้า “เพิ่มขึ้นถึง 90%” ในปีที่ผ่านมา สาเหตุหลักมาจากอัตราค่าพลังไฟฟ้า (Capacity Charge) ที่พุ่งจาก 1,600 ดอลลาร์ต่อเดือน เป็น 12,000 ดอลลาร์ต่อเดือน ส่งผลให้บริษัทต้อง “ปรับขึ้นราคาอิฐ 4%” แต่กำไรกลับลดลง
สถานการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นในหลายรัฐของเขตอุตสาหกรรมตอนกลาง และตะวันออกของสหรัฐ ซึ่งอยู่ภายใต้การดูแลของ “PJM Interconnection” ผู้บริหารโครงข่ายไฟฟ้ารายใหญ่ที่สุดของประเทศ ครอบคลุม 13 รัฐ โดยพื้นที่เหล่านี้กำลังกลายเป็น “ศูนย์กลางการลงทุนด้านดาต้าเซนเตอร์” เนื่องจากความต้องการโครงสร้างพื้นฐาน AI ที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว
ข้อมูลของ PJM ระบุว่า อัตราค่าพลังไฟฟ้าเพิ่มขึ้นจาก 28.92 ดอลลาร์ เป็น 329.17 ดอลลาร์ต่อเมกะวัตต์-วัน หรือ “เพิ่มขึ้นกว่า 1,038%” เมื่อเทียบกับปี 2024 สาเหตุสำคัญมาจากความต้องการใช้ไฟฟ้าของดาต้าเซนเตอร์ ที่เติบโตเร็วกว่าการก่อสร้างโรงไฟฟ้าแห่งใหม่ ทำให้ระบบไฟฟ้าเริ่มตึงตัว และในช่วงคลื่นความร้อนที่ผ่านมา PJM ยังต้องขอให้ผู้ใช้ไฟฟ้าบางส่วนลดการใช้ไฟ เพื่อหลีกเลี่ยงไฟฟ้าดับเป็นวงกว้าง
ผลกระทบดังกล่าว สะท้อนผ่านค่าไฟของภาคอุตสาหกรรม โดยรัฐเพนซิลเวเนียมีค่าไฟโรงงานเพิ่มขึ้น 31% ขณะที่รัฐโอไฮโอเพิ่มขึ้น 26% ภายในหนึ่งปี สูงกว่าค่าเฉลี่ยทั้งประเทศที่เพิ่มขึ้นเพียง 7%
ผู้ผลิตหลายรายเริ่มปรับตัวเพื่อรับมือกับต้นทุนที่สูงขึ้น เช่น Plaskolite ผู้ผลิตพลาสติก ซึ่งมีอัตราค่าพลังไฟฟ้าเพิ่มจาก 200,000 ดอลลาร์ เป็น 1.2 ล้านดอลลาร์ต่อปี จนต้องพิจารณาใช้ก๊าซธรรมชาติผลิตไฟฟ้าเอง
ส่วน Tosoh SMD ผู้ผลิตวัสดุอิเล็กทรอนิกส์ เริ่มย้ายกำลังการผลิตไปช่วงกลางคืนที่ค่าไฟต่ำกว่า เพื่อรักษาความสามารถในการแข่งขัน
แม้ภาคธุรกิจศูนย์ข้อมูลจะมองว่า การลงทุนดังกล่าวช่วยกระตุ้นการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานของสหรัฐในระยะยาว แต่ผู้ผลิตจำนวนมากเห็นว่า พวกเขากำลังต้องแบกรับต้นทุนจากการเติบโตของอุตสาหกรรม AI “ทั้งที่ไม่ได้เป็นผู้ใช้ไฟฟ้ารายใหญ่เทียบเท่าบริษัทเทคโนโลยี”
ขณะเดียวกัน หน่วยงานกำกับดูแลของสหรัฐกำลังพิจารณามาตรการใหม่เพื่อให้ผู้ใช้ไฟฟ้ารายใหญ่รับภาระต้นทุนระบบไฟฟ้ามากขึ้น อย่างไรก็ตาม ภาคการผลิตเรียกร้องให้แยกโรงงานออกจากกลุ่ม ดาต้าเซนเตอร์ เพื่อไม่ให้ได้รับผลกระทบจากมาตรการที่ออกแบบมาเพื่อควบคุมการใช้ไฟของบริษัทเทคโนโลยี
ผู้ประกอบการหลายรายเตือนว่า หากต้นทุนพลังงานยังเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง โรงงานจำนวนหนึ่งอาจไม่สามารถดำเนินธุรกิจต่อไปได้ โดย เบลเดน บริก ระบุว่า “เมื่อค่าไฟสูงขึ้น ทางเลือกที่เหลือคือ หาวิธีผลิตไฟฟ้าใช้เอง เพราะท้ายที่สุดแล้ว ความสามารถในการแข่งขันของภาคการผลิตขึ้นอยู่กับต้นทุนพลังงานโดยตรง”
อ้างอิง: reuters
พิสูจน์อักษร....สุรีย์ ศิลาวงษ์


