วันศุกร์ ที่ 10 กรกฎาคม 2569

Login
Login

‘อนุทิน‘ นำประชุมกรอ.นัดพิเศษ ดึงเอกชนร่วมวางแผนแก้น้ำท่วม-แล้ง วางแผนป้องกันอุทกภัยหาดใหญ่

เมื่อเวลา 10.30 น. วันที่ 8 ก.ค. ที่ทำเนียบรัฐบาล นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการร่วมภาครัฐและเอกชน​ เพื่อแก้ไขปัญหาทางเศรษฐกิจ หรือ​ กรอ.​ ครั้งที่ 2/2569 ซึ่งเป็นการประชุมวาระพิเศษเพื่อพิจารณา เห็นชอบแนวทางการแก้ไขปัญหาอุทกภัยในพื้นที่ อำเภอหาดใหญ่จังหวัดสงขลา​ โดยมีนายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกฯ และรมว.คมนาคม นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกฯและรมว. คลัง นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายและรมว.พาณิชย์ นายปกรณ์ นิลประพันธ์ รองนายกฯ นายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกและรมว. การอุดมศึกษาวิทยาศาสตร์วิจัยและนวัตกรรม นายภราดร ปริศนานันทกุล รมต. ประจำสำนักนายกฯ นายสุรศักดิ์ พันธ์เจริญวรกุล รมว.การท่องเที่ยวและกีฬา นายวัชระพลขาวขำ รมช.เกษตรเกษตรและสหกรณ์ นายวิทัย รัตนากร ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทยพร้อมตัวแทนภาครัฐภาคเอกชนในคณะกรรมการ กรอ. เข้าร่วมประชุม

 

นายกรัฐมนตรี​ กล่าวก่อนการประชุมว่า​ จากการประชุมคณะกรรมการครั้งที่ผ่านมา ได้มีมติเห็นชอบให้จัดตั้งคณะอนุกรรมการมา 4 คณะ​ เพื่อขับเคลื่อนการดำเนินงานในประเด็นสำคัญต่างๆ และการกำหนดแนวทางการแก้ไขปัญหา สำหรับการประชุมในวันนี้กรอ.​จะเร่งพิจารณาแนวทางการบริหารจัดการน้ำเพื่อเตรียมความพร้อมในการป้องกันและบรรเทาปัญหาอุทกภัย และภัยแล้ง ซึ่งถือเป็นประเด็นที่มีผลกระทบต่อประชาชน ในภาคเกษตร​ ภาคธุรกิจ​ และเศรษฐกิจโดยรวมของประเทศ​ แม้กระทั่งการท่องเที่ยว​ ซึ่งคณะรัฐบาลให้ความสำคัญ กับการบริหารจัดการน้ำอย่างมีเอกภาพ​ โดยใช้ข้อมูลและเทคโนโลยีประกอบการตัดสินใจกำหนดมาตรการ จึงขอให้ที่ประชุมร่วมกันพิจารณาเสนอ​ข้อคิดเห็น​ เพื่อกำหนดแนวทางในการดำเนินงาน เพื่อที่จะนำไปสู่การปฏิบัติได้อย่างทันท่วงทีต่อไป

นายก​รัฐมนตรี​ ยังกล่าวว่า​ วันนี้เป็นการประชุมคณะพิเศษ​ ที่เราจะเน้นในเรื่องของการแก้ไขปัญหา อุทกภัยโดยเฉพาะอย่างยิ่ง ในพื้นที่ภาคใต้ของประเทศไทย ซึ่งในปีที่ผ่านมา ได้พบกับอุบัติภัยน้ำท่วมที่อำเภอหาดใหญ่​จังหวัดสงขลา  ซึ่งเราได้ถอดบท เรียน และหาแนวทางแผนเผชิญเหตุ อย่างไรก็กันน้ำไม่ได้นั่นคือธรรมชาติแต่เราจะต้องสร้างความพร้อมในเรื่องของการป้องกันช่วยเหลือ​ อำนวยความสะดวก และการให้การสนับสนุน เพื่อให้มาตรการเหล่านี้ ได้มีประสิทธิภาพสูงสุด