วันพุธ ที่ 8 กรกฎาคม 2569

Login
Login

‘ปกรณ์’ ชง ผลสอบโกงขรก. ถึงนายกฯ 15ก.ค. สั่ง ฟันจริยธรรม ปิดช่องเล่นการเมือง

“ปกรณ์” นั่งหัวโต๊ะ ถกนัดแรก คกก.สอบข้อเท็จจริงทุจริตสอบบรรจุ ขรก.ท้องถิ่น ชงรายงานผลสอบฉบับแรก 15ก.ค.นี้ ถึงนายกฯ ลั่น เอาจริง งัด “มาตรฐานจริยธรรมร้ายแรง” จัดการ สกัดเครือข่ายเข้าสู่การเมือง ชี้ มะเร็งร้ายต่อหลักการสำคัญในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข การกระจายอำนาจผ่านองค์กรปกครองท้องถิ่นยับเยิน ลุยปิดช่องโหว่ ทำบ้านให้สะอาด

ที่ทำเนียบรัฐบาล นายปกรณ์ นิลประพันธ์ รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงและข้อกฎหมายกรณีการทุจริตการสอบแข่งขันเพื่อบรรจุบุคคลเป็นข้าราชการหรือพนักงานส่วนท้องถิ่นปี 2568 ครั้งที่ 1 โดยมีกรรมการเข้าร่วมประชุมอย่างพร้อมเพรียง โดยก่อนเริ่มประชุม นายปกรณ์ กล่าวตอนหนึ่งว่า เรื่องนี้มีความสำคัญอย่างยิ่ง เพราะงานปกครอง องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเป็นหลักสำคัญหลักหนึ่งของการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข มาตรา 249 ของรัฐธรรมนูญกำหนดไว้ว่า ให้จัดให้มีการปกครองส่วนท้องถิ่นตามเจตนารมณ์ของประชาชน และมีการกระจายอำนาจ ดังนั้น เรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องเล็ก เป็นเรื่องที่ทำลายความเชื่อมั่นของกระบวนการปกครองส่วนท้องถิ่นอย่างรุนแรง เป็นสิ่งที่รับไม่ได้อย่างยิ่ง มาตรา 251 ของรัฐธรรมนูญ พูดถึงเรื่องนี้ไว้ว่า เรื่องการบริหารงานส่วนบุคคลจะต้องเป็นไปตามระบบคุณธรรม แต่สิ่งที่เกิดขึ้นมันร้ายแรงเกินกว่าที่จะใช้คำว่า ไม่เป็นไปตามระบบคุณธรรมได้ ตนคิดว่า คณะกรรมการชุดนี้มีโอกาสสำคัญอย่างยิ่งที่จะล้างบ้านนี้ให้สะอาด นายกฯได้มอบหมายและสั่งการตนด้วยวาจาให้เคร่งครัดกับเรื่องนี้ 

นายปกรณ์ กล่าวว่า การดำเนินการของทั้ง ป.ป.ช. ซึ่งเป็นกระบวนการทางอาญาก็ดำเนินการไป แต่กระบวนการทางวินัยก็สอบส่วนที่เกี่ยวข้อง เราจะมาดูแลระบบทั้งหมดว่า มีช่องโหว่อย่างไร จะสามารถปิดช่องโหว่เหล่านี้ได้อย่างไร เพื่อไม่ให้เกิดพฤติกรรมชั่วร้ายและน่าละอายเช่นนี้ ตนไม่คิดว่า คนในห้องนี้ทั้งหมด ซึ่งเป็นข้าราชการประจำจะรับเรื่องเหล่านี้ได้ ตนเป็นอดีตข้าราชการเก่า เห็นภาพแล้วสะเทือนใจอย่างยิ่ง จะได้เป็นโอกาสล้างบ้าน ซึ่งนี่อาจจะเป็นโอกาสสุดท้ายที่เราจะมีโอกาสทำสิ่งดีๆ ให้กับประเทศนี้ เพราะการทุจริตเปรียบเสมือนมะเร็งร้าย ระบบท้องถิ่นของประเทศไทย ระบบองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นของประเทศไทยถูกทำลายเสียหายยับเยิน

นายปกรณ์ กล่าวว่า คณะกรรมการกระจายอำนาจให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เรื่องนี้ต้องดำเนินการอย่างจริงจัง อยู่นิ่งๆ ไม่ได้ และขอฝากไปยังเลขาธิการคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน (ก.พ.) เรื่องนี้เป็นเรื่องที่ฝ่าฝืนจริยธรรมอย่างร้ายแรง แต่ยังไม่มีคนพูดถึงเรื่องนี้เลย สิ่งที่จะต้องตรวจสอบนอกจากกฎหมาย กฎระเบียบ เอาผู้กระทำผิดมาลงโทษตามปกติแล้ว เรื่องมาตรฐานจริยธรรมก็ต้องจัดการอย่างจริงจังด้วย หากสาวถึงใคร ใช้มาตรฐานทางจริยธรรมในการจัดการส่วนที่เกี่ยวข้องด้วย เพราะมาตรฐานทางจริยธรรมร้ายแรงถึงขนาดเป็นรัฐมนตรีไม่ได้ คนที่เข้ามาโดยระบบแบบนี้และใช้ช่องทางนี้หากิน เราไม่ควรให้อยู่ในระบบการเมืองต่อไปด้วยซ้ำ จึงขอฝากปลัดสำนักนายกฯและเลขาธิการ ก.พ.ไว้ด้วย 

ทั้งนี้ ภายหลังการประชุม นายปกรณ์ เปิดเผยข้อสรุปว่า กรอบเวลาทำงานของคณะกรรมการฯ 30วัน เดือน ก.ค.มีวันหยุดหลายวัน จึงประชุมกันเร็วเพื่อวางแนวกำหนดวัน และเร่งดำเนินการ โดยรายงานชุดแรกจะออกก่อนวันที่ 15 ก.ค. และจะนำเสนอนายกฯ วันที่ 15 ก.ค. ส่วนรายงานชุดที่ 2 จะเสร็จสิ้นประมาณวันที่ 27 ก.ค. สำหรับกระบวนการ  เราจะตั้งคณะทำงานขึ้นมา เพราะส่วนที่เกี่ยวข้อง ทั้งกองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง และสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ (ป.ป.ท.) ได้ดำเนินการไปแล้ว จึงจะให้เป็นหัวหน้าทีม โดยมีองค์ประกอบ ทั้งสำนักงาน ก.พ. สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) ป.ป.ท. สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา และสำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรี 

นายปกรณ์ กล่าวว่า การประชุมครั้งแรกใช้เวาน้อย 1ชั่วโมงครึ่ง เพราะเรารู้อยู่แล้วว่า ต้องทำอะไร ไม่จำเป็นต้องคุยกันนาน ไม่ต้องเสียเวลาประชุม ตอนนี้ทีมงานทำงานกันเลย ขอย้ำว่า การปกครองท้องถิ่นเป็นเรื่องสำคัญในการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข เป็นโครงสร้างพื้นฐานส่วนหนึ่งของการกระจายอำนาจที่เราเรียกร้องกัน แต่การกระจายอำนาจต้องโปร่งใส ชัดเจน ใครที่ทำไม่ดีต้องพ้นจากระบบ ส่วนการดำเนินคดีอาญา คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ดำเนินการอยู่ ส่วนเรื่องวินัย กระทรวงมหาดไทยดำเนินการอยู่ สิ่งที่คณะกรรมการฯชุดนี้รับผิดชอบคือ จะดูกระบวนการว่า มีช่องโหว่ตรงไหน ต้องปิดตรงไหน รวมถึงจะดูเรื่องการประพฤติผิดจริยธรรมของข้าราชการและท้องถิ่นที่เกี่ยวข้อง ถือเป็นเรื่องสำคัญ ตนคิดว่า ต้องกำจัดคนที่ขาดจริยธรรมให้ออกจากระบบ ป้องกันไม่ให้เข้ามาสู่ระบบมากที่สุด เรามุ่งมั่นทำในเรื่องนี้

เมื่อถามว่า คณะกรรมการฯชุดนี้จะเหมือนกับกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงและข้อกฎหมาย ในคดีขับรถชนตำรวจเสียชีวิต ที่มีนายวิชา มหาคุณ อดีตกรรมการ ป.ป.ช. เป็นประธานหรือไม่ นายปกรณ์ กล่าวว่า โดยสรุปจะเป็นทำนองนั้น เราจะดูว่า กระบวนการทั้งหมดมีช่องโหว่ตรงไหน เพื่อปิดช่องโหว่ไม่ให้เกิดเหตุการณ์เช่นนี้อีก รวมไปถึงการเสนอกฎหมายอะไรต่างๆ ว่าควรจะมีหรือไม่ อย่างไร เช่น เมื่อวันที่ 7 ก.ค. พรรคภูมิใจไทยออกมาเปิดเผยว่า เตรียมเสนอร่างพ.ร.บ.ว่าด้วยความผิดในการสอบบรรจุเข้าทำงานในหน่วยงานของรัฐ พ.ศ. ...  ส่วนผู้ที่เกี่ยวข้องหน่วยงานที่มีหน้าที่รับผิดชอบจะไปดำเนินการต่อ ทั้งนี้ ข้อสรุปที่คณะกรรมการฯชุดนี้ได้ จะรายงานนายกฯเพื่อมีข้อสั่งการไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

เมื่อถามว่า การดำเนินการเรื่องจริยธรรม จะดำเนินการอย่างไร นายปกรณ์ กล่าวว่า เรื่องจริยธรรมเป็นเรื่องสำคัญ หลายคนอาจจะคิดเป็นเรื่องเล็กน้อย แต่ข้อเท็จจริงคือ เป็นรัฐมนตรีไม่ได้หากประพฤติผิดจริยธรรม เข้าสู่กระบวนการทางการเมืองไม่ได้ เป็นประเด็นสำคัญที่ต้องหยิบมาดู โดยมอบหมายให้ปลัดสำนักนายกฯ นำเรื่องนี้เข้าไปหารือในคณะกรรมการการกระจายอำนาจฯ เพราะการกระจายอำนาจที่ดีจะเกิดขึ้นไม่ได้หากปราศจากคนที่สุจริต เราต้องป้องกันไม่ให้คนทุจริตเข้ามาในระบบ และมอบหมายให้เลขาธิการ ก.พ.ไปดูตามกฎหมายว่าด้วยมาตรฐานจริยธรรมว่า สามารถทำอะไรได้บ้าง เพื่อจัดการคนที่ไม่มีจริยธรรมพวกนี้

เมื่อถามอีกว่า กรณีที่กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น ตรวจสอบคะแนนกับกระดาษคำตอบ พบไม่ตรงกันกว่า 5,000ราย คนเหล่านี้จะต้องออกจากราชการเลยหรือไม่ นายปกรณ์ กล่าวว่า เรื่องนี้ต้องรอข้อมูลจากกระทรวงมหาดไทย โดยมอบหมายให้เลขาธิการ ก.พ.ทำหนังสือขอข้อมูลในนามของคณะกรรมการฯ เข้ามา เพื่อประกอบการพิจารณา เพราะเราไม่มีอำนาจวินิจฉัย เนื่องจากเป็นอำนาจของคณะกรรมการกลางการสอบแข่งขันพนักงานส่วนท้องถิ่น (กสถ.) เพื่อดูว่า เมื่อเกิดเหตุเช่นนี้ คุณควรจะต้องทำอย่างไร