วันอังคาร ที่ 1 กันยายน 2569

Login
Login

ส.อ.ท. จี้รัฐปรับโครงสร้างราคาพลังงาน สะท้อนต้นทุนน้ำมันโลกขาลง

ส.อ.ท. เสนอรัฐเร่งปรับโครงสร้างราคาพลังงาน สะท้อนต้นทุนโลกที่ลดลง ชี้ช่วยลดค่าครองชีพ-หนุนขีดความสามารถการแข่งขัน เดินหน้าพลังงานสะอาด

KEY POINTS

  • เสนอให้ภาครัฐเร่งปรับลดราคาพลังงานในประเทศให้สอดคล้องกับราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกที่ลดลง เพื่อบรรเทาค่าครองชีพและลดต้นทุนธุรกิจ
  • เรียกร้องให้ทบทวนการจัดเก็บเงินเข้ากองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงให้เหมาะสมกับสถานการณ์ เพื่อไม่ให้เป็นภาระแก่ประชาชนและผู้ประกอบการเกินความจำเป็น
  • ชี้ว่าการลดราคาน้ำมันจะช่วยลดต้นทุนทางเศรษฐกิจในภาพรวม ทั้งค่าขนส่ง อาหาร และการผลิต ซึ่งจะช่วยเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ
  • แนะให้ดำเนินนโยบายที่ตอบสนองต่อตลาดโลกอย่างทันท่วงทีและชัดเจน เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับประชาชน นักลงทุน และภาคธุรกิจ
  • เสนอให้เร่งผลักดันการเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานสะอาดควบคู่กันไป เพื่อสร้างความมั่นคงด้านพลังงานและลดการพึ่งพาพลังงานฟอสซิลในระยะยาว

นางพิมพ์ใจ ลี้อิสสระนุกูล ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) ระบุว่า “จากสถานการณ์ตลาดน้ำมันโลกเริ่มคลี่คลาย และราคาน้ำมันดิบได้ปรับลดลงจากช่วงก่อนหน้าที่มีความตึงเครียดในตะวันออกกลาง ภาครัฐควรเร่งพิจารณามาตรการให้ราคาพลังงานในประเทศสะท้อนต้นทุนที่ลดลงอย่างเหมาะสม เพื่อช่วยบรรเทาค่าครองชีพของประชาชน ลดต้นทุนของภาคธุรกิจโดยเร็ว และสนับสนุนการฟื้นตัวของเศรษฐกิจไทย”

ทั้งนี้ ส.อ.ท. มีข้อเสนอสำคัญต่อภาครัฐ ดังนี้

1. เร่งส่งผ่านต้นทุนพลังงานที่ลดลงสู่ผู้ใช้พลังงาน โดยให้กลไกราคาภายในประเทศสะท้อนต้นทุนราคาน้ำมันโลกที่ปรับลดลงอย่างรวดเร็ว โปร่งใส และเป็นธรรม เพื่อให้ประชาชนและภาคธุรกิจได้รับประโยชน์โดยตรง

2. บริหารกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงอย่างสมดุล โดยทบทวนภาระการจัดเก็บเงินเข้ากองทุนให้เหมาะสมกับสถานการณ์ที่คลี่คลายแล้ว เพื่อไม่ให้ประชาชนและผู้ประกอบการต้องแบกรับภาระต้นทุนพลังงานสูงเกินความจำเป็น

3. ลดต้นทุนทางเศรษฐกิจของประเทศ ต้นทุนน้ำมันไม่ได้กระทบเฉพาะผู้ใช้รถ แต่ยังส่งผลต่อค่าขนส่ง อาหาร และต้นทุนการผลิตของผู้ประกอบการ โดยเฉพาะวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (SMEs) ซึ่งจะช่วยเพิ่มศักยภาพการแข่งขันและกระตุ้นกิจกรรมทางเศรษฐกิจในภาพรวม

4. สร้างความเชื่อมั่นต่อการบริหารเศรษฐกิจของประเทศ ผ่านการดำเนินนโยบายที่ตอบสนองต่อการเปลี่ยนแปลงของตลาดโลกได้อย่างทันท่วงที มีความชัดเจน และสามารถสร้างความเชื่อมั่นให้กับประชาชน นักลงทุน และภาคธุรกิจ

5. เร่งผลักดันการเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานสะอาด ควบคู่กับการลดการพึ่งพาพลังงานฟอสซิล โดยส่งเสริมการยกระดับประสิทธิภาพการใช้พลังงาน และสนับสนุนพลังงานสะอาดโดยเร็ว เพื่อสร้างความมั่นคงด้านพลังงาน เพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของภาคอุตสาหกรรม และรองรับการเปลี่ยนผ่านสู่เศรษฐกิจคาร์บอนต่ำในระยะยาว

ส.อ.ท. เห็นว่า การดำเนินมาตรการดังกล่าว จะเป็นทั้งมาตรการบรรเทาผลกระทบในระยะสั้นและการวางรากฐานด้านพลังงานของประเทศในระยะยาว ช่วยลดภาระค่าครองชีพของประชาชน เพิ่มศักยภาพการแข่งขันของผู้ประกอบการ และเสริมสร้างความเชื่อมั่นต่อเศรษฐกิจไทยในช่วงที่เศรษฐกิจโลกยังมีความผันผวน