คณะรัฐมนตรี (ครม.) เห็นชอบร่างประกาศกระทรวงมหาดไทย เพื่อให้ใช้บังคับผังเมืองรวมชุมชนวังจันทร์ จังหวัดระยองมีเป้าหมายเพื่อสนับสนุนนโยบายการพัฒนาพื้นที่เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC) โดยเฉพาะวังจันทร์วัลเลย์ ให้เป็นศูนย์กลางด้านนวัตกรรมและเศรษฐกิจมูลค่าสูง
KEY POINTS
- คณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติเห็นชอบร่างประกาศกระทรวงมหาดไทย เพื่อให้ใช้บังคับผังเมืองรวมชุมชนวังจันทร์ จังหวัดระยอง
- มีเป้าหมายเพื่อสนับสนุนนโยบายการพัฒนาพื้นที่เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC) โดยเฉพาะวังจันทร์วัลเลย์ ให้เป็นศูนย์กลางด้านนวัตกรรมและเศรษฐกิจมูลค่าสูง
- ผังเมืองครอบคลุมพื้นที่ 4 ตำบลในอำเภอวังจันทร์ โดยมีการกำหนดการใช้ประโยชน์ที่ดิน 11 ประเภท และจัดทำแผนผัง 6 ด้าน เพื่อรองรับการเติบโตในอนาคต
การพัฒนาพื้นที่เขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (EEC) เป็นรูปแบบการพัฒนาเชิงพื้นที่ โดยคำนึงถึงศักยภาพและความพร้อมของพื้นที่ ที่มีความพร้อมที่จะรองรับการลงทุนในอุตสาหกรรมเป้าหมายที่จะสร้างการเติบโตของประเทศไทยในอนาคต
นอกจากมีการประกาศพื้นที่ที่จะให้สิทธิประโยชน์ครอบคลุมการลงทุนใน 3 จังหวัดภาคตะวันออก ได้แก่ จ.ฉะเชิงเทรา จ.ชลบุรี และจ.ระยอง ยังมีการประกาศพื้นที่ย่อยๆเป็นเขตการส่งเสริมการลงทุนในด้านต่างๆ เช่น เรื่องการบิน ท่าเรือ รวมทั้งพื้นที่ส่งเสริมนวัตกรรมใหม่ๆ โดยก่อนหน้านี้ได้มีการประกาศพื้นที่ครอบคลุม อ.วังจันทร์ จ.ระยอง ซึ่งเป็นที่ตั้งของวังจันทร์วัลเลย์ บนพื้นที่ 3,454 ไร่ ให้เป็นพื้นที่การพัฒนา และสร้างระบบนิเวศนวัตกรรม (Innovation Ecosystem) ในระดับชั้นนำของภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
ทั้งนี้ ล่าสุดที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ได้เห็นชอบร่างประกาศ กระทรวงมหาดไทย เรื่อง การให้ใช้บังคับผังเมืองรวมชุมชนวังจันทร์ จังหวัดระยอง พ.ศ. ....ตามที่กระทรวงมหาดไทยเสนอ เพื่อสนับสนุนนโยบายดังกล่าว
ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เมื่อวันที่ 30 มิ.ย.ที่ผ่านมาได้เห็นชอบร่างประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง การให้ใช้บังคับผังเมืองรวมชุมชนวังจันทร์ จังหวัดระยอง พ.ศ. .... และให้ดำเนินการต่อไปได้ กระทรวงมหาดไทยรับข้อสังเกตของกระทรวงคมนาคมและความเห็นของกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และสำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) ไปพิจารณาดำเนินการต่อไป
เปิดสาระสำคัญผังเมืองวังจันทร์
สาระสำคัญของร่างประกาศ กระทรวงมหาดไทยเสนอว่า ได้รับรายงานจาก กรมโยธาธิการและผังเมืองว่า ได้ดำเนินการวางและจัดทำผังเมืองรวมชุมชนวังจันทร์ จังหวัดระยอง ตามพระราชบัญญัติการผังเมือง พ.ศ. 2562 ซึ่งในการประชุมครั้งที่ 3/2565 เมื่อวันที่ 19 พ.ค. 2565 คณะกรรมการผังเมืองได้มีมติเห็นชอบผังเมืองรวมดังกล่าว และได้นำไปปิดประกาศเป็นเวลา 90 วัน ตั้งแต่วันที่ 26 ตุลาคม 2565 - วันที่ 23 มกราคม 2566 ปรากฏว่ามีผู้มีส่วนได้เสียยื่นคำร้องด้านข้อกำหนด การใช้ประโยชน์ที่ดินและบัญชีท้ายข้อกำหนดการใช้ประโยชน์ที่ดิน จำนวน 3 ฉบับ 77 ราย 5 เรื่อง และได้เสนอคณะกรรมการผังเมืองในการประชุมครั้งที่ 2/2566 เมื่อวันที่ 19 เมษายน 2566 มีมติเห็นชอบให้ตามคำร้องด้านบัญชีท้ายข้อกำหนดการใช้ประโยชน์ที่ดิน จำนวน 1 เรื่องและยกคำร้อง จำนวน 4 เรื่อง
กรมโยธาธิการและผังเมืองจึงได้จัดทำร่างประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง การให้ใช้บังคับผังเมืองรวมชุมชนวังจันทร์ จังหวัดระยอง พ.ศ. .... ตามขั้นตอนที่กำหนดไว้ในมาตรา 32 วรรคหนึ่ง แห่งพระราชบัญญัติการผังเมือง พ.ศ. 2562 ที่บัญญัติว่า เมื่อพ้นกำหนดระยะเวลาตามมาตรา 29 แล้วไม่มีผู้มีส่วนได้เสียผู้ใดยื่นคำร้องตามมาตรา 30 หรือมีแต่คณะกรรมการผังเมืองสั่งยกคำร้องดังกล่าวหรือเมื่อกรมโยธาธิการและผังเมืองไม่มีความเห็นเป็นอย่างอื่น ให้กรมโยธาธิการและผังเมืองหรือเจ้าพนักงานท้องถิ่น แล้วแต่กรณี ดำเนินการเพื่อออกประกาศกระทรวงมหาดไทยหรือข้อบัญญัติท้องถิ่น แล้วแต่กรณี โดยไม่ชักช้า ในการนี้ ให้กรมโยธาธิการและผังเมืองนำประกาศกระทรวงมหาดไทยเสนอต่อคณะรัฐมนตรีโดยตรงเพื่อพิจารณาให้ความเห็นชอบก่อน
รับฟังความเห็นผู้แทนหน่วยงานราชการแล้ว
ทั้งนี้ ในกระบวนการวางและจัดทำผังเมืองรวม ก่อนที่จะได้จัดทำเป็นร่างประกาศกระทรวงมหาดไทยนี้ได้ผ่านการพิจารณาจากคณะกรรมการผังเมือง ซึ่งประกอบด้วย ผู้แทนจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กระทรวงคมนาคม กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กระทรวงอุตสาหกรรม สำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ รวมถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในด้านโครงสร้างพื้นฐานและด้านอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องด้วยแล้ว
ร่างประกาศกระทรวงมหาดไทยดังกล่าวเป็นพื้นที่เปิดใหม่ ซึ่งครอบคลุมพื้นที่ตำบลวังจันทร์ ตำบลชุมแสง ตำบลป่ายุบใน และตำบลพลงตาเอี่ยม อำเภอวังจันทร์ จังหวัดระยอง มีขอบเขตพื้นที่วางผังประมาณ 394.41 ตารางกิโลเมตร โดยได้คำนึงถึงการจัดทำผังเมืองรวมที่สอดคล้องกับแผนการพัฒนาของนโยบายการพัฒนาพื้นที่ สำหรับจังหวัดระยองกำหนดให้อยู่ในส่วนของผังนโยบายระดับภาคตะวันออก และยังกำหนดให้กรอบนโยบายการพัฒนาพื้นที่ภาคตะวันออก ได้กำหนดให้สอดคล้องกับผังนโยบายระดับประเทศที่ได้กำหนดยุทธศาสตร์การพัฒนาเศรษฐกิจฐานนวัตกรรม มูลค่าสูงแห่งอนาคต หรือยุทธศาสตร์ที่ 2 และนโยบายการพัฒนาพื้นที่เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC) สู่การเป็นฐานการผลิตแห่งอนาคต
โดยพื้นที่ภาคตะวันออกถูกกำหนดให้เป็นพื้นที่ที่พัฒนาชายทะเลฝั่งตะวันออก เพื่อพัฒนาเป็นพื้นที่ระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก ให้เป็นประตูสู่เศรษฐกิจโลกด้านอุตสาหกรรมที่ใช้เทคโนโลยีขั้นสูง ศูนย์กลางคมนาคมขนส่งและโลจิสติกส์ของประเทศเป็นแหล่งเกษตรกรรมที่อุดมสมบูรณ์ ศูนย์รวมการท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียงในระดับนานาชาติ รวมทั้งมีเขตเศรษฐกิจพิเศษเชื่อมโยงการค้าชายแดน และเป็นพื้นที่รองรับการขยายตัวจากภาคมหานคร ซึ่งมีโครงข่ายการคมนาคมที่สามารถเชื่อมโยงกับเมืองต่าง ๆ ทั้งภายในประเทศและภูมิภาค
ส่วนนโยบายในการพัฒนาพื้นที่จังหวัดระยอง ได้แก่ ด้านการใช้ประโยชน์พื้นที่การตั้งถิ่นฐานและระบบชุมชน การพัฒนาเมืองและชนบท โครงสร้างพื้นฐานการจัดการน้ำ โครงสร้างพื้นฐานการสาธารณสุข โครงสร้างพื้นฐานการศึกษา โครงสร้างพื้นฐานการพลังงาน โครงสร้างพื้นฐานการท่องเที่ยว โครงสร้างพื้นฐาน
การคมนาคมขนส่ง โครงสร้างพื้นฐานเทคโนโลยีสารสนเทศ ด้านทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมและระบบนิเวศ ด้านศิลปวัฒนธรรมและประวัติศาสตร์ท้องถิ่น การเชื่อมโยงกับประเทศในภูมิภาค ดังนั้น ในการวางและจัดทำผังเมืองรวมชุมชนวังจันทร์ จังหวัดระยอง จึงสอดคล้องและเป็นไปตามนโยบายที่ได้ดำเนินการวางและจัดทำผังนโยบายระดับประเทศ ผังนโยบายระดับภาค และผังนโยบายระดับจังหวัด
แบ่งที่ดิน 6 แผนผัง
โดยกำหนดการใช้ประโยชน์ที่ดินแบ่งออกเป็น 6 แผนผัง สรุปได้ดังนี้
1.แผนผังกำหนดการใช้ประโยชน์ที่ดิน เพื่อการอยู่อาศัย การทำงาน และประกอบอาชีพ พื้นที่เพื่อการอนุรักษ์และพักผ่อนหย่อนใจ และการบริการสาธารณะ ซึ่งมีข้อกำหนดเพื่อควบคุมการใช้ประโยชน์ที่ดินตามวัตถุประสงค์และศักยภาพของพื้นที่ตามประเภทที่ดินที่กำหนดไว้
จำแนกได้ 11 ประเภท ได้แก่ ที่ดินประเภทที่อยู่อาศัยหนาแน่นน้อย (สีเหลือง) ที่ดินประเภทที่อยู่อาศัยหนาแน่นปานกลาง (สีส้ม) ที่ดินประเภทพาณิชยกรรมและที่อยู่อาศัยหนาแน่นมาก (สีแดง) ที่ดินประเภทเขตส่งเสริมเศรษฐกิจพิเศษเพื่อกิจการพิเศษ (สีน้ำตาลมีเส้นทแยงสีขาว) ที่ดินประเภทชนบทและเกษตรกรรม (สีเขียว) ที่ดินประเภทปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม (สีเขียวมีกรอบและเส้นทแยงสีน้ำตาล) ที่ดินประเภทที่โล่งเพื่อนันทนาการและการรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อม (สีเขียวอ่อน) ที่ดินประเภทอนุรักษ์ป่าไม้ (สีเขียวอ่อนมีเส้นทแยงสีขาว) ที่ดินประเภทสถาบันการศึกษา (สีเขียวมะกอก) ที่ดินประเภทสถาบันศาสนา (สีเทาอ่อน) และที่ดินประเภทสถาบันราชการ การสาธารณูปโภคและสาธารณูปการ (สีน้ำเงิน)
2.แผนผังแสดงที่โล่ง เพื่อสาธารณประโยชน์และสภาพแวดล้อม อันจะเป็นการรักษาสภาพภูมิทัศน์ที่ดีของชุมชน รวมทั้งเพื่อบรรเทาอุทกภัย จำนวน 2 ประเภท ได้แก่ ที่โล่งเพื่อนันทนาการและการรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อม (ลน.) และที่โล่งเพื่อการรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อมบริเวณริมแม่น้ำและลำคลอง (ลม.) ส่วนแผนผังแสดงโครงการการคมนาคมและการขนส่ง เพื่อให้สามารถรองรับและสอดคล้องกับการขยายตัวของชุมชนในอนาคต ซึ่งกำหนดถนนไว้ 4 ขนาด คือ ถนนแบบ ก ขนาดเขตทาง 12 เมตร จำนวน 1 สาย ถนนแบบ ข ขนาดเขตทาง 16 เมตร จำนวน 7 สาย ถนนแบบ ค ขนาดเขตทาง 25 เมตร จำนวน 1 สาย และถนนแบบ ง ขนาดเขตทาง 40 เมตร จำนวน 1 สาย และได้กำหนดที่ดินเพื่อการขนส่งผู้โดยสาร (คข.) เพื่อก่อสร้างสถานีขนส่งผู้โดยสาร จำนวน 1 บริเวณ
4.แผนผังแสดงโครงการกิจการสาธารณูปโภค สาธารณูปการ และบริการสาธารณะ เพื่อให้มีความเหมาะสมเพียงพอกับการให้บริการ และสามารถรองรับการขยายตัวของชุมชนในอนาคตได้ จำนวน 3 ประเภท ได้แก่ ที่ดินเพื่อกิจการสาธารณูปโภคและบริการสาธารณะประเภทโรงผลิตน้ำประปา (สป.) ที่ดินเพื่อกิจการสาธารณูปโภคและบริการสาธารณะประเภทโรงบำบัดน้ำเสีย (สบ.) และที่ดินเพื่อกิจการสาธารณูปการและบริการสาธารณะ (สก.) เพื่อการก่อสร้างสวนสาธารณะ จำนวน 3 บริเวณ
5.แผนผังแสดงแหล่งทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เพื่อใช้เป็นกรอบใน การอนุรักษ์ รักษา และการบริหารจัดการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม รวมทั้งการพัฒนาพื้นที่ในด้านการใช้ประโยชน์ที่ดิน การคมนาคมและการขนส่ง การให้บริการสาธารณูปโภคและสาธารณูปการ และบริการสาธารณะให้มีความเหมาะสมและสอดคล้องกับทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมในพื้นที่ จำนวน 3 ประเภท ได้แก่ แหล่งทรัพยากรน้ำ (ทน.) แหล่งทรัพยากรป่าไม้ (ทป.) และแหล่งทรัพยากรดิน (ทด.)
และ 6.แผนผังแสดงผังน้ำ เพื่อการส่งเสริมและพัฒนาโครงข่ายระบบทางน้ำเพื่อการระบาย การป้องกันและบรรเทาอุทกภัย และบูรณาการความเชื่อมโยงกันอย่างเป็นระบบ ทั้งภายในและภายนอกเขตผังเมืองรวม รวมทั้งส่งเสริมและพัฒนาแหล่งน้ำให้สามารถรองรับความต้องการใช้น้ำในกิจกรรมต่าง ๆ ที่สอดคล้องกับแผนผังกำหนดการใช้ประโยชน์ที่ดินตามที่ได้จำแนกประเภทอย่างทั่วถึง เหมาะสม เพียงพอ และได้มาตรฐาน จำนวน 1 ประเภท ได้แก่ ที่ดินเพื่อการพัฒนาแหล่งน้ำและพื้นที่น้ำหลากประเภทที่ดินเพื่อการพัฒนาระบบระบายน้ำและป้องกันน้ำท่วมชุมชน (รน.)
สำหรับการดำเนินการวางและจัดทำผังเมืองรวมนี้ ได้ดำเนินการตามพระราชบัญญัติการผังเมือง พ.ศ. 2562 โดยได้ดำเนินการให้สอดคล้องตามกรอบนโยบายของผังนโยบายระดับประเทศ (คณะกรรมการนโยบายการผังเมืองแห่งชาติได้ให้ความเห็นชอบแล้ว เมื่อวันที่ 26 มกราคม 2569 ในปัจจุบันนี้อยู่ในขั้นตอนการยกร่างกฎหมาย)
รวมทั้งกรอบนโยบายของผังนโยบายระดับภาคและผังนโยบายระดับจังหวัดได้มีการวางและจัดทำผังโดยนำผังนโยบายระดับประเทศมาใช้เป็นกรอบนโยบายและยุทธศาสตร์ในการใช้พื้นที่ในแต่ละด้าน มาสู่การดำเนินการเชิงพื้นที่ ควบคู่กับแผนผังทางด้านกายภาพ มาตรการและวิธีดำเนินการเพื่อให้บรรลุตามวัตถุประสงค์ของการผังเมือง และเพื่อให้เป็นกรอบนโยบายและแนวทางในการวางและจัดทำผังเมืองรวมต่อไป





