วันจันทร์ ที่ 31 สิงหาคม 2569

Login
Login

ทุนจีนรุกคืบสร้างสวนอุตสาหกรรม ควรแข่ง ‘กติกาเดียวกัน’ เครือสหพัฒน์ มองยังไม่กระทบ

เครือสหพัฒน์ มีการพัฒนานิคมอุตสาหกรรม สวนอุตสหากรรม กระจายหลายพื้นที่ของประเทศไทย หนึ่งในนั้นคือภาคตะวันออก ที่จะรองรับระเบียงเศรษฐกิจ "อีอีซี" ทว่า ปัจจุบันมีทุนจีนกว้านซื้อที่ดินเพื่อพัฒนานิคมอุตสาหกรรม อาจกระทบยักษ์ใหญ่ได้ ด้านผู้ประกอบการอื่นหวั่นไม่อยู่บน "กติกาเดียวกัน"

หลังจากกรุงเทพธุรกิจ นำเสนอกรณี “ทุนจีน” รุกคืบเข้ามาลงทุนกว้านซื้อที่ดินบนทำเลระเบียงเศรษฐกิจภาคตะวันออกหรืออีอีซี เพื่อพัฒนาสวนอุตสาหกรรม โดยพื้นที่ดังกล่าว ยังมีผู้ประกอบการ ทุนไทยยักษ์ใหญ่ที่มีการพัฒนานิคมอุตสาหกรรม สวนอุตสาหกรรม รองรับการลงทุนของไทยและต่างชาติ หนึ่งในนั้นคือ “เครือสหพัฒน์”

ทั้งนี้ กรุงเทพธุรกิจ จึงถามถึงความเห็น นายธรรมรัตน์ โชควัฒนา กรรมการผู้อำนวยการและประธานกรรมการบริหาร บริษัท ไอ.ซี.ซี. อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน) และประธานจัดงานสหกรุ๊ป ครั้งที่ 30 แฟร์ & เฟส จากการที่ “ทุนจีน” เข้ามาตั้งธุรกิจที่นิคมอุตสาหกรรมในไทยมากขึ้น จะกระทบต่อทุนใหญ่อย่างเครือสหพัฒน์หรือไม่ คำตอบคือ “ไม่กระทบ เพราะว่าธุรกิจของเครือสหพัฒน์ยังคงดำเนินงานตามปกติ โดยเครือสหพัฒน์ได้มีการเลือกพันธมิตรจีนที่จะร่วมลงทุนด้วย ซึ่งมองในแง่ซัพพลายเชน อย่างบริษัทจีนขนาดใหญ่ที่มาร่วมลงทุนกับเครือในปัจจุบันมี 1-2 รายใหญ่ พร้อมทั้งพันธมิตรเหล่านั้นยังมีพันธมิตรที่ต้องมาตั้งบริษัทอยู่รอบๆ ในฐานะซัพพลายเออร์ด้วย

ขณะที่นายพิภพ โชควัฒนา กรรมการและกรรมการบริหาร บริษัท สหพัฒนาอินเตอร์โฮลดิ้ง จำกัด(มหาชน) กล่าวว่า ปีนี้เครือสหพัฒน์ มีการผนึกความร่วมมือกับพันธมิตรจำนวนมาก อย่างความร่วมมือเชิงยุทธศาสตร์การค้าสองทาง ไทย–จีน (เสฉวน) ระหว่างบริษัท ช้อป โกลบอล อี-คอมเมิร์ซ จำกัด และ Sichuan Suppliers Chamber of Commerce การร่วมมือกับ JD แพลตฟอร์มจำหน่ายสินค้าออนไลน์ จะเป็นอีกประตูการค้าเพื่อส่งออกสินค้าไทยไปจีน

ทั้งนี้ จากกระแสทุนจีน หากมองบริบทของประเทศมีการเปลี่ยนแนวคิดในการเปิดกว้างพร้อมนำเข้าสินค้าไปจำหน่ายในประเศมากขึ้น ดังนั้นการร่วมกับ Sichuan Suppliers Chamber of Commerce จึงคาดหวังจะผลักดันสินค้าไปให้ก้าวไปสู่ตลาดจีน และประสบความสำเร็จ ซึ่งที่ผ่านมามีสินค้าไทยบุกเบิกและทำตลาดได้ดี เช่น มิสทิน

ทุนจีนเป็นทั้ง “โอกาส” และ “ภัยคุกคาม” จากการสอบถามแหล่งข่าวผู้ประกอบการที่พัฒนานิคมอุตสาหกรรมในพื้นที่ภาคตะวันออกรายหนึ่ง สิ่งที่มีความกังวลคือ การเข้ามาดำเนินธุรกิจในไทยควรอยู่ภายใต้ “กติกา” ส่วนการเข้ามาพัฒนาสวนอุตสาหกรรม อาจมีความได้เปรียบในการนำลูกค้าจากจีนมาลงทุนด้วย เทียบกับบริษัทไทย แนวคิดการหาลูกค้าแตกต่างกัน ซึ่งกระบวนการต่างๆใช้เวลา

“การเข้ามาแบบไม่เท่าเทียมกัน ท้ายที่สุดก็ทำธุรกิจต่อไม่ได้นาน”

สอดคล้องกับแหล่งข่าวผู้พัฒนาสวนอุตสาหกรรมรายที่ 2 มองว่า การเข้ามาของทุนจีนในการพัฒนาสวนอุตสาหกรรมเป็นพื้นที่สีเหลืองจะเป็นอุตสาหกรรมขนาดเล็ก และต้องไม่ก่อให้เกิดมลพิษต่อสิ่งแวดล้อมและชุมชน ตรงนี้เป็นจุดที่ต้องจับตา

ทั้งนี้ เมื่อมีทุนจีนเข้ามาพัฒนาสวนอุตสาหกรรมรับเขตเศรษฐกิจอีอีซีแล้ว สิ่งสำคัญจะต้องตั้งอยู่บนกติกาเดียวกัน เพื่อไม่ให้เกิดการลักลั่น ได้เปรียบเสียเปรียบในการดำเนินธุรกิจ เนื่องจากผู้ที่ดำเนินกิจการอย่างถูกต้อง ค่อนข้างใช้เวลาในการยื่นขออนุญาตต่างๆ