วันจันทร์ ที่ 31 สิงหาคม 2569

Login
Login

'ตลาดเครื่องดื่มไทย' ปี 69 ยังโต! สนค.ชี้ปี 68 ตลาดแตะ 5.69 หมื่นล้าน

สนค.เปิดผลวิเคราะห์ตลาดธุรกิจเครื่องดื่มไทย พบปี 2568 มีมูลค่า 56,900 ล้านบาท เติบโต 5% และยังขยายตัวต่อในปี 2569 แม้เศรษฐกิจชะลอ รับแรงหนุนมาจากกระแสรักสุขภาพ  ขณะที่ผู้ประกอบการรายเล็กต้องเร่งปรับตัวรับการแข่งขันจากแบรนด์ต่างชาติที่รุกตลาดหนัก

KEY POINTS

  • สนค. คาดการณ์ว่าตลาดธุรกิจบริการเครื่องดื่มไทยปี 2568 จะมีมูลค่า 56,900 ล้านบาท เติบโต 5.0% และจะเติบโตต่อเนื่องอีก 2% ในปี 2569
  • จำนวนผู้ประกอบการนิติบุคคลในปี 2568 มี 3,204 ราย เพิ่มขึ้นจากปีก่อนหน้า 14.96% โดยธุรกิจเครื่องดื่มไม่มีแอลกอฮอล์ครองสัดส่วนมากที่สุด
  • แม้ตลาดจะเติบโต แต่ยังเผชิญความท้าทายในปี 2569 จากการแข่งขันที่รุนแรง เศรษฐกิจชะลอตัว และการฟื้นตัวของนักท่องเที่ยวต่างชาติที่ยังช้า

ท่ามกลางกระแสความนิยมบนโลกอินเทอร์เน็ต ทั้งการสร้างสรรค์คอนเทนต์ด้านอาหารและเครื่องดื่มตลอดจนการทำตลาดผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์ต่าง ๆ

มีธุรกิจบริการหนึ่งที่ยังคงอยู่ในกระแสแทบทุกยุคสมัยคือ “ธุรกิจบริการเครื่องดื่ม” ซึ่งเป็นธุรกิจที่มีการเติบโตอย่างต่อเนื่องและหลากหลาย ไม่ใช่แค่ร้านกาแฟหรือชานม แต่เป็นบริการที่อยู่ในทุกวันของผู้บริโภค ตั้งแต่ร้านในห้างสรรพสินค้า healthy drink มัทฉะ ไปจนถึงแผงลอยข้างทาง

สำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า (สนค.) กระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยผลวิเคราะห์ธุรกิจบริการเครื่องดื่ม ว่า ข้อมูลภาพรวมตลาดธุรกิจอาหารและเครื่องดื่มทั่วโลก โดย Euromonitor ระบุว่า ในปี 2568 ธุรกิจบริการร้านอาหารและเครื่องดื่มของโลกมีมูลค่า 3,357 พันล้านดอลลาร์

รวมทั้งคาดว่าในปี 2568–2573 ยอดขายจะขยายตัวเฉลี่ย 4% ต่อปี แม้ภาพรวมการเติบโตจะยังไม่สูงมาก

ธุรกิจบริการเครื่องดื่มก็มีแนวโน้มจะเป็นแรงขับเคลื่อนใหม่ ทั้งธุรกิจคาเฟ่และบาร์ที่มีมูลค่า 505 พันล้านดอลลาร์ คิดเป็น 15.04%  ของธุรกิจบริการร้านอาหารทั้งหมดในปี 2568

ธุรกิจเครื่องดื่มชานมและกาแฟ ที่ได้รับความนิยมเพิ่มมากขึ้น โดยร้านเครื่องดื่มในจีน เช่น  Luckin Chagee Mixue และ Good me มีสาขารวมกันมากกว่า 73,000 แห่งในจีน

รวมถึงธุรกิจน้ำผลไม้สกัดเย็นและน้ำผลไม้ปั่น ที่มียอดขายทั่วโลกเติบโต 7% เทียบกับปีก่อนหน้า ซึ่งเป็นหนึ่งในกลุ่มธุรกิจอาหารและเครื่องดื่มที่เติบโตเร็วที่สุดของปี 2568

'ตลาดเครื่องดื่มไทย' ปี 69 ยังโต! สนค.ชี้ปี 68 ตลาดแตะ 5.69 หมื่นล้าน

สำหรับตลาดธุรกิจบริการเครื่องดื่มไทยปี 68 มีมูลค่า 56,900 ล้านบาท เติบโต 5.0  %จากปีก่อนหน้า และในปี 2569 มูลค่าตลาดจะยังเติบโตที่  2  %

ในปี 2568 ธุรกิจบริการเครื่องดื่ม มีจำนวนนิติบุคคลที่ดำเนินกิจการอยู่ 3,204 ราย เติบโตจากปีก่อนหน้า  14.96 %  และมีการขยายตัวเฉลี่ยในช่วงปี 2566 – 2568 ที่15.47 %   

ธุรกิจที่มีสัดส่วนมากที่สุดในปี 2568 ได้แก่ 

1.ธุรกิจบริการด้านเครื่องดื่มที่ไม่มีแอลกอฮอล์เป็นหลักในร้าน มีสัดส่วน 70.32 % 

2.ธุรกิจบริการเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์เป็นหลักในร้าน มีสัดส่วน 28.68  %

3.ธุรกิจบริการด้านเครื่องดื่มโดยร้านเคลื่อนที่ มีสัดส่วน 0.59  %

4.ธุรกิจบริการด้านเครื่องดื่มบนแผงลอยและตลาด มีสัดส่วน 0.41 %

จากข้อมูลงบการเงินนิติบุคคลปี 2567 พบว่า ธุรกิจบริการเครื่องดื่มขนาดกลางและขนาดใหญ่มีกำไรสุทธิ 2.13 ล้านบาท และ 1,168.32 ล้านบาท ตามลำดับ 

ในขณะที่ธุรกิจขนาดเล็กขาดทุนสุทธิ 82.68 ล้านบาท ซึ่งอาจเป็นผลจากการขาดทุนในกลุ่มธุรกิจเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ขนาดเล็ก (ขาดทุน 185.28 ล้านบาท)

เนื่องจากพฤติกรรมผู้บริโภคที่หันมาใส่ใจสุขภาพมากขึ้น สอดคล้องกับข้อมูลจาก Time ที่ระบุว่าผู้บริโภคที่อายุต่ำกว่า 35 ปี ดื่มแอลกอฮอล์ลดลงถึง 10  % ในช่วง 20 ปีที่ผ่านมา เนื่องจากไลฟ์สไตล์ที่ให้ความสำคัญกับการดูแลสุขภาพมากกว่าคนรุ่นก่อน

'ตลาดเครื่องดื่มไทย' ปี 69 ยังโต! สนค.ชี้ปี 68 ตลาดแตะ 5.69 หมื่นล้าน

“นายนันทพงษ์ จิระเลิศพงษ์” ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า กล่าวว่า เห็นได้ชัดว่า ธุรกิจบริการเครื่องดื่มเติบโตทั้งในแง่ของมูลค่าทางการตลาด รายได้ และกำไรสุทธิ

อีกทั้งยังเติบโตในทุกประเภทธุรกิจ ซึ่งอาจเป็นผลมาจากปัจจัยต่างๆ อาทิ ราคาเครื่องดื่มที่เพิ่มขึ้น กระแสรักสุขภาพ  บทบาทของสื่อออนไลน์ต่อพฤติกรรมผู้บริโภค การขยายสาขาเชิงรุกเพื่อกระจายความเสี่ยงด้านทำเลและกำลังซื้อ  เป็นต้น

โดยแนวโน้มในอนาคตธุรกิจนี้ยังคงเติบโตต่อเนื่องและมีแนวโน้มขยายตัวพร้อมกับการเปลี่ยนแปลงของโลกในอนาคต จากจุดแข็งที่สามารถเข้าถึงผู้บริโภคได้ง่าย มีความหลากหลาย และสามารถลงทุนได้ตั้งแต่รายเล็กถึงรายใหญ่

อย่างไรก็ตามการเติบโตของธุรกิจบริการเครื่องดื่มยังคงมีข้อจำกัดและต้องเผชิญกับความท้าทาย โดยความท้าทายของตลาดธุรกิจบริการเครื่องดื่มไทยในปี 2569 ได้แก่ การแข่งขันที่รุนแรง เนื่องจากผู้ประกอบการต่างชาติเข้าสู่ตลาดมากขึ้น

โดยเฉพาะร้านเครื่องดื่มกลุ่มพรีเมียม ร้านเครื่องดื่มกลุ่ม Mass และร้านเครื่องดื่มในพื้นที่ท่องเที่ยว เทรนด์ที่เปลี่ยนอย่างรวดเร็ว และความจงรักภักดีต่อแบรนด์ที่ลดลง ซึ่งมีผลต่อการคาดการณ์ยอดขายในอนาคต เศรษฐกิจชะลอตัว

ส่งผลต่อกำลังซื้อและการตัดสินใจใช้จ่ายของผู้บริโภค และตลาดนักท่องเที่ยวต่างชาติที่ฟื้นตัวช้า ส่งผลต่อร้านอาหารและเครื่องดื่มที่พึ่งพารายได้จากนักท่องเที่ยวต่างชาติ

ทั้งนี้ ผอ.สนค. มีข้อแนะนำสำหรับผู้ประกอบการว่า ต้องควรศึกษาและวางแผนการลงทุนอย่างรอบคอบ รวมถึงใช้กลยุทธ์ที่ทันสมัย ตอบสนองต่อความต้องการของผู้บริโภคได้อย่างมีประสิทธิภาพ ขณะเดียวกันภาครัฐควรสนับสนุนธุรกิจดังกล่าวให้สามารถเติบโตได้อย่างทั่วถึง

ครอบคลุมตั้งแต่กลุ่มธุรกิจต้นน้ำจนถึงกลุ่มธุรกิจปลายน้ำ ตั้งแต่ด้านวัตถุดิบ จนถึงด้านการสนับสนุนศักยภาพผู้ประกอบการโดยเฉพาะผู้ประกอบการรายย่อยให้แข่งขันได้ เพื่อเปิดโอกาสให้ผู้ที่สนใจไม่ใช่เป็นแค่ลูกค้า แต่เป็นเจ้าของแบรนด์ที่แข็งแกร่งในตลาดในอนาคต

การแข่งขันธุรกิจเครื่องดื่มจากนี้จึงไม่ใช่การแข่งขันด้านรสชาติหรือราคาเพียงอย่างเดียว แต่เป็นการแข่งขันด้านแบรนด์ ประสบการณ์ผู้บริโภค และความสามารถในการตอบโจทย์เทรนด์