วันพฤหัสบดี ที่ 11 มิถุนายน 2569

Login
Login

วิกฤติตลาดแรงงานไทย ‘เรียนไม่ตรงสาย – 4 กลุ่มอาชีพเสี่ยง ไม่รอด’

การเปลี่ยนแปลงทางประชากรของไทย  "ผู้คนอายุยืนขึ้น เด็กเกิดน้อยลง และสังคมสูงอายุ" กำลังเปลี่ยนภูมิทัศน์สุขภาพของประเทศอย่างชัดเจน ทั้ง ด้านสุขภาพกาย สุขภาพจิต และมิติทางสังคม โดยความท้าทายไม่ได้จำกัดอยู่ที่ช่วงวัยใดวัยหนึ่ง หากเชื่อมโยงตลอดทุกช่วงชีวิต

ข้อมูลจากรายงาน “สุขภาพคนไทย 2569” จัดทำโดย สถาบันวิจัยประชากรและสังคม มหาวิทยาลัยมหิดล (วปส.) และสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) เปิดเผยว่าภาพรวมสุขภาพกายของคนไทยสะท้อน "อายุยืนแต่ป่วยนาน" ช่วงปี 2552-2567 อายุคาดเฉลี่ยเมื่อแรกเกิด (Life Expectancy: LE) เพิ่มเป็น 75.6 ปี แต่ช่วงอายุคาดเฉลี่ยของการมีสุขภาวะ (Health-Adjusted Life Expectancy:HALE) อยู่ที่ 68.7 ปี หมายถึงช่วงชีวิตที่อยู่กับภาวะเจ็บป่วยหรือพึงพิงยาวถึง 6.9 ปี โดยเฉพาะในผู้หญิงที่ยาวนานถึง 9.6 ปี  พฤติกรรมเสี่ยงตั้งแต่วัยรุ่นส่งผลต่อโรคเรื้อรังในวัยปลาย

ขณะที่สุขภาพแม่และเด็กยังเผชิญปัญหามีบุตรยาก การดูแลก่อนและหลังคลอดที่ลดลง และโภชนาการเด็กไม่เหมาะสม ความท้าทายด้านสุขภาพจึงครอบคลุมตลอดช่วงชีวิต นอกจากนี้ การเปลี่ยนแปลงทางประชากรเพิ่มความเปราะบางด้านสุขภาพของบางกลุ่ม ทั้งเด็กยากจนและเยาวชนที่ออกนอกระบบการศึกษาเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง

แนวโน้วดังกล่าว สอดคล้องกับการเพิ่มขึ้นของผู้สูงอายุที่มีภาวะพึ่งพิง ซึ่งคาดว่าจะเพิ่มจากร้อยละ 3.6 ในปี 2567 เป็นร้อยละ 4.5ในปี 2580 โดยจำนวนผู้พึ่งพิงรวมจะเพิ่มจากราว 547,300 คน เป็นประมาณ 919,100 คน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง:

'พิษงานหนัก คุกคาม ความไม่มั่นคง' คร่าชีวิตแรงงานปีละ 8.4แสนคน

คนไทยเสียชีวิตกะทันหันชั่วโมงละ 8 คน วัยทำงาน-นักกีฬาเสี่ยงสุด

โครงสร้างประชากรเปลี่ยน ส่งผลสุขภาพ

ภาพประชากรไทยวันนี้แตกต่างจากในอดีตอย่างสิ้นเชิง แนวโน้มการเกิดที่ลดลงอย่างต่อเนื่องนานนับทศวรรษ ทำให้ทุกวันนี้ประเทศไทยมีจำนวนผู้เสียชีวิต สูงกว่าการเกิด และขนาดประชากรเริ่มหดตัว ประกอบกับอายุคนไทยที่ยืนยาวขึ้น ทำให้โครงสร้างอายุเปลี่ยนไปโดยสิ้นเชิง

ด้วยแนวโน้มดังกล่าวภายในปี 2578 คาดว่าวัยเด็กและวัยทำงานจะลดลงรวมกว่า 7 ล้านคน ขณะที่ผู้สูงอายุเพิ่มขึ้น 3.6 ล้านคนกระทบกำลังแรงงานและศักยภาพเศรษฐกิจ รวมถึงผู้สูงอายุที่มีแนวโน้มอยู่ลำพังเพิ่มสูงถึงร้อยละ 12.9และแรงงานข้ามชาติราวครึ่งหนึ่งยังขาดหลักประกันสุขภาพ

นอกจากนั้น การเพิ่มขึ้นของการเป็นโสดและการอยู่อาศัยลำพังสะท้อนการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างครอบครัวไทย ข้อมูลชี้ว่าคนโสดหรือหย่าร้าง มีพฤติกรรมเนือยนิ่งเฉลี่ยสูงถึง 14 ชั่วโมงต่อวันเกินเกณฑ์ที่แนะนำ โดยเฉพาะหญิงโสดกว่าร้อยละ 50 มีกิจกรรมทางกายไม่เพียงพอ ในขณะที่ผู้ที่อยู่กับคู่สมรสและมีบุตรมีแนวโน้มรับประทานอาหารครบมื้อและบริโภคผักผลไม้สม่ำเสมอกว่า

เมื่อครัวเรือนพ่อแม่ลูกลดลงและการอยู่อาศัยลำพังเพิ่มขึ้น ทำให้เกิดเทรนด์ใหม่ในสังคม เช่น การเลี้ยงสัตว์เลี้ยงเหมือนลูก โดยเฉพาะในกลุ่มคนโสด นอกจากนี้ ความก้าวหน้าของเทคโนโลยีดิจิทัล ทำให้เครือข่ายสังคมในโลกออนไลน์มีบทบาทสำคัญมากขึ้น โดยคนไทยใช้เครือข่ายออนไลน์นี้ในการแลกเปลี่ยนข้อมูล ตัดสินใจด้านสุขภาพ และยังเป็นช่องทางสำคัญในการติดต่อครอบครัวและเพื่อน

การศึกษาและการเรียนรู้เป็นอีกมิติทางสังคม ที่ได้รับผลกระทบโดยตรงจากการเกิดที่ลดลง โรงเรียนเกือบ 2,000 แห่งต้องปิดตัว และกว่า 8,000 แห่งถูกลดขนาดในรอบ 10 ปีที่ผ่านมา กระทบโอกาสและคุณภาพการเรียนรู้ ขณะที่ข้อจำกัดทางเศรษฐกิจทำให้เด็กหลุดจากระบบการศึกษา และการตั้งครรภ์ในวัยเรียน

วิกฤติตลาดแรงงานไทย ‘เรียนไม่ตรงสาย – 4 กลุ่มอาชีพเสี่ยง ไม่รอด’

สูงวัยทำงานเพิ่มขึ้น ป่วยแต่ไม่ได้รับการรักษา

ตลาดแรงงานกำลังเผชิญปัญหาวัยแรงงานลดลง ในขณะที่ผู้สูงอายุที่ทำงานหรือประสงค์ทำงานเพิ่มขึ้น จาก 3.3 ล้านคนในปี 2560 เป็น 5.0 ล้านคนในปี 2567 สะท้อนบทบาทใหม่ของผู้สูงอายุและตลาดแรงงานที่ต้องปรับตัว ขณะเดียวกัน ภาระครอบครัวและการดูแลบุตรยังจำกัดโอกาสการทำงานของผู้หญิงบางกลุ่ม ประเทศไทยจึงจำเป็นต้องวางแผนแรงงาน เพื่อเพิ่มการมีส่วนร่วมของแรงงานในประเทศ พัฒนาทักษะ และบริหารจัดการแรงงานข้ามชาติ

การสูงวัยของประชากรกำลังสร้างแรงกดด้นต่อระบบสาธารณสุขไทยทั้งด้านการเข้าถึงบริการ กำลังคน และความยั่งยืนทางการเงิน แม้มีหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้า แต่ผู้สูงอายุยังเป็นกลุ่มที่มีสัดส่วน "ป่วยแล้วไม่ได้รับการรักษา" สูง จากข้อจำกัดด้านการเดินทางและการรอคอยขณะเดียวกัน ความต้องการดูแลระยะยาวเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว โดยคาดว่าในปี 2580 ไทยอาจต้องการ ผู้ดูแลที่บ้านกว่า 212,896 คน ทั้งหมดนี้เป็นความท้าทายของระบบสาธารณสุขไทย ที่ต้องสร้างระบบนิเวศการดูแลที่ยั่งยืนรองรับสังคมสูงวัย

การเข้าสู่สังคมสูงวัยกำลังสร้างแรงกดดันทางเศรษฐกิจ การคลัง และโครงสร้างสังคมไทยอย่างชัดเจน โดยแนวโน้มแรงงานหดตัวและทุนมนุษย์พัฒนาช้าทำให้การเติบโตทางเศรษฐกิจระยะยาวชะลอลง ขณะเดียวกัน โครงสร้างงบประมาณสังคมเปลี่ยนไปอย่างมีนัยสำคัญโดยรายจ่ายด้านการเกษียณอายุเพิ่มสูงสุดถึงร้อยละ 46.2 ในระดับครัวเรือน ผู้สูงอายุจำนวนมาก มีรายได้ไม่เพียงพอต่อการบริโภค ขณะที่ความขัดแย้งระหว่างรุ่นเพิ่มขึ้นท่ามกลางการเปลี่ยนแปลงทางสังคม และเทคโนโลยี

การรับมือกับการเปลี่ยนแปลงทางประชากรของไทยจำเป็นต้องอาศัยนโยบายเชิงรุกและ บูรณาการตลอดช่วงชีวิต โดยมีแผนพัฒนาประชากรระยะยาว (พ.ศ. 2565-2580) เป็นกรอบหลัก ที่มุ่ง "เกิดดี อยู่ดี และแก่ดี" แม้มีความก้าวหน้า เช่น มาตรการวันลาคลอดที่เพิ่มขึ้น แต่ประเทศไทย ยังเผชิญข้อจำกัดจำนวนมาก ทั้งด้านเศรษฐกิจ คุณภาพและความเหลื่อมล้ำทางการศึกษาการขาดแรงงานทักษะสูง และความท้าทายในการดึงดูดแรงงานข้ามชาติ ตลอดจนแรงกดดัน ต่อความยั่งยืนทางการคลังสุขภาพ

เรียนไม่ตรงสาย  มีทักษะดิจิทัลต่ำกว่าเกณฑ์

ในขณะเดียวกัน ระบบการศึกษายังประสบปัญหาการผลิตกำลังคนที่ไม่สอดคล้องกับความต้องการของตลาดแรงงาน โดยเฉพาะความไม่สอดคล้องในแนวราบ คือทำงานไม่สอดคล้องกับสาขาที่เรียนมา ถึงร้อยละ 55.8 สูงกว่าค่าเฉลี่ยประเทศสมาชิกองค์การเพื่อความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการพัฒนา(Organisation for Economic Co-operation and Development:OECD) ที่ร้อยละ 31.7 เกือบเท่าตัว

ขณะที่ความไม่สอดคล้องในแนวดิ่ง คือ งานไม่สอดคล้องกับระดับการศึกษาพบคนไทยมีระดับศึกษาสูงกว่าที่งานต้องการ ร้อยละ 27.6 และต่ำกว่าที่งานต้องการ ร้อยละ 4.5 ปัญหานี้ไม่เพียงลดประสิทธิภาพการใช้ทุนมนุษย์ แต่ยังส่งผลต่อผลิตภาพแรงงาน รายได้ และแรงจูงใจในการพัฒนา ทักษะในระยะยาว

นอกจากนี้ ข้อมูลด้านทักษะยังชี้ให้เห็นข้อจำกัดเชิงคุณภาพของประชากรไทยโดยพบว่าเยาวชนและประชากรวัยแรงงานมีระดับทักษะพื้นฐานชีวิตต่ำกว่าเกณฑ์ที่ควรเป็นโดยเฉพาะทักษะดิจิทัลซึ่งมีสัดส่วนผู้ที่มีทักษะต่ำกว่าเกณฑ์ถึงร้อยละ 74.1 ดังกล่าวเป็นข้อจำกัดสำคัญต่อการปรับตัวของแรงงานไทยในบริบทเศรษฐกิจดิจิทัลการเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยีและตลาดแรงงานในอนาคต

ด้วยจำนวนผู้สูงอายุที่ทำงานหรือต้องการทำงานเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องจาก 3.3 ล้านคน ในปี 2560 เป็น 5 ล้านคนในปี 2567  การเปลี่ยนแปลงโครงสร้างอายุประชากรของไทย โดยเฉพาะการลดลงของสัดส่วนวัยทำงาน กำลังส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่อศักยภาพการเติบโตทางเศรษฐกิจของประเทศ ประเทศไทยจำเป็นต้องวางแผนแรงงานอย่างรอบด้าน ทั้งการเพิ่มการมีส่วนร่วมของแรงงานภายในประเทศ การพัฒนาคุณภาพแรงงานรุ่นใหม่ และการวางแผนนำเข้าแรงงานข้ามชาติเพื่อทดแทนแรงงานที่ขาดแคลน

 4 อาชีพกลุ่มเสี่ยง ไม่รอด ถูก AI แทนที่

เทคโนโลยี AI เข้ามาช่วยสนับสนุนงานหลากหลาย ด้าน และช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานของแรงงานอย่าง มีนัยสำคัญ ทำให้ปัญหาการขาดแคลนแรงงานในอนาคตอาจไม่รุนแรงเท่าที่เคยคาดการณ์ไว้

ผลการศึกษาจากประเทศสมาชิก OECD ช่วงปลาย ปี 2567 ระบุว่า ในกลุ่มธุรกิจ SME ร้อยละ 39.1 พบว่า AI ช่วยทดแทนการขาดทักษะหรือประสบการณ์ของแรงงานได้ และร้อยละ 25.2 พบว่า AI สามารถช่วยบรรเทาปัญหาการขาดแคลนแรงงานโดยรวม

"ปัญญาประดิษฐ์" หรือ AI กำลังเข้ามาเปลี่ยนโลกการทำงานเร็วกว่าที่หลายคนคาดคิด จากเดิมที่เทคโนโลยีถูกมองว่าเป็นเพียง “ผู้ช่วย” วันนี้ AI กลับเริ่มทำงานแทนมนุษย์ได้ในหลายด้าน ทั้งงานเอกสาร งานบริการ งานขาย ไปจนถึงงานในโรงงานอุตสาหกรรม ส่งผลให้หลายอาชีพต้องเผชิญความเสี่ยงในการถูกแทนที่มากขึ้น

ข้อมูลล่าสุดสะท้อนว่า อาชีพที่มีความเสี่ยงสูงที่สุด คือ

  • งานเสมียนและเจ้าหน้าที่ ซึ่งมีโอกาสได้รับผลกระทบสูงถึง ร้อยละ 73
  • นักปฏิบัติการด้านเครื่องจักรในโรงงาน ที่มีความเสี่ยง ร้อยละ 68
  • อาชีพงานพื้นฐาน ที่มีความเสี่ยงร้อยละ 62
  • กลุ่มพนักงานบริการและพนักงานขาย แม้มีระดับความเสี่ยง ร้อยละ 57 แต่กลับมีจำนวนแรงงานที่อาจได้รับผลกระทบมากที่สุดกว่า 3.2 ล้านคน

วิกฤติตลาดแรงงานไทย ‘เรียนไม่ตรงสาย – 4 กลุ่มอาชีพเสี่ยง ไม่รอด’

ภาพเหล่านี้สะท้อนว่า AI ไม่ได้ส่งผลเฉพาะแรงงานทักษะต่ำเท่านั้น แต่ยังเริ่มกระทบต่อกลุ่มวิชาชีพเฉพาะทาง ผู้จัดการ หรือข้าราชการด้วยเช่นกัน โลกการทำงานจึงกำลังก้าวเข้าสู่ยุคที่ ทักษะเดิม อาจไม่เพียงพออีกต่อไป

อย่างไรก็ตาม AI อาจไม่ใช่ศัตรู หากมนุษย์สามารถปรับตัวได้ทัน การเรียนรู้ทักษะใหม่ เช่น การคิดวิเคราะห์ การใช้เทคโนโลยี การสื่อสาร และความคิดสร้างสรรค์ จะกลายเป็นกุญแจสำคัญในการอยู่รอด เพราะสิ่งที่ AI ยังทดแทนได้ยาก คือ ความเข้าใจมนุษย์ การตัดสินใจเชิงจริยธรรม และความสัมพันธ์ระหว่างคนอนาคตของแรงงานไทยจึงไม่ได้ขึ้นอยู่กับว่า AI จะเก่งแค่ไหน แต่อยู่ที่ว่า “เราจะปรับตัวเร็วพอหรือไม่” ในโลกที่กำลังเปลี่ยนไปทุกวัน

การเปลี่ยนแปลงโครงสร้างประชากรกำลังกำหนดรูปแบบชีวิตการทำงานของคนไทยในทุกช่วงวัย ความท้าทายด้านแรงงานของประเทศไทยไม่ได้จำกัดอยู่เพียงปริมาณ แต่รวมถึงการออกแบบระบบการทำงาน นโยบายแรงงาน และสวัสดิการที่รองรับชีวิตการทำงานที่ยาวขึ้น และหลากหลายขึ้นอย่างเหมาะสม เพื่อให้ทุกคนสามารถมีส่วนร่วมทางเศรษฐกิจได้อย่างเต็มศักยภาพ

อ้างอิง: รายงานสุขภาพคนไทย 2569