วันอังคาร ที่ 5 พฤษภาคม 2569

Login
Login

'พิษงานหนัก คุกคาม ความไม่มั่นคง' คร่าชีวิตแรงงานปีละ 8.4แสนคน

'พิษงานหนัก คุกคาม ความไม่มั่นคง' คร่าชีวิตแรงงานปีละ 8.4แสนคน

เจนีวา -รายงานฉบับล่าสุดโดยองค์การแรงงานระหว่างประเทศ (International Labour Organization: ILO) พบว่า มีผู้เสียชีวิตมากกว่า 840,000 คนต่อปีจากภาวะสุขภาพที่มีสาเหตุมาจากความเสี่ยงด้านจิตสังคมในการทำงาน เช่น ชั่วโมงการทำงานที่ยาวนาน ความไม่มั่นคงในงาน และการคุกคามในที่ทำงาน โดยความเสี่ยงดังกล่าวมีความเชื่อมโยงหลักกับโรคหัวใจและหลอดเลือด โรคทางจิตเวช และการฆ่าตัวตาย

รายงานฉบับดังกล่าวยังพบว่า ความเสี่ยงด้านจิตสังคมส่งผลให้เกิดการสูญเสียปีสุขภาวะ (DALYs) เกือบ 45 ล้านปีต่อปี  ซึ่งเกิดจากการเจ็บป่วย ความพิการ หรือการเสียชีวิตก่อนวัยอันควร และคาดว่าจะก่อให้เกิดความสูญเสียทางเศรษฐกิจคิดเป็นมูลค่าเทียบเท่าร้อยละ 1.37 ของผลิตภัณฑ์มวลรวมโลก (GDP) ในแต่ละปี 

รายงานเรื่อง “สภาพแวดล้อมทางจิตสังคมในการทำงาน: การพัฒนาระดับโลกและแนวทางดำเนินการ”(The psychosocial working environment: Global developments and pathways for action) ชี้ให้เห็นถึงผลกระทบที่เพิ่มขึ้นต่อสุขภาพและความปลอดภัยของแรงงานจากการออกแบบ การจัดระเบียบ และการบริหารจัดการงาน

รายงานยังเตือนว่า ปัจจัยความเสี่ยงด้านจิตสังคม รวมถึง ชั่วโมงการทำงานที่ยาวนาน ความไม่มั่นคงในงาน ภาระงานสูงแต่ควบคุมได้น้อย รวมถึงการกลั่นแกล้งและการคุกคามในที่ทำงาน อาจสร้างสภาพแวดล้อมในการทำงานที่เป็นอันตรายหากไม่ได้รับการจัดการอย่างเหมาะสม 

ข่าวที่เกี่ยวข้อง:

คนไทยเสียชีวิตกะทันหันชั่วโมงละ 8 คน วัยทำงาน-นักกีฬาเสี่ยงสุด

วีนง่าย หงุดหงิดบ่อย เช็ก'ฮอร์โมน VS พฤติกรรม' พร้อมทริคคุมอารมณ์

สภาพแวดล้อมทางจิตสังคมในที่ทำงานคืออะไร?

รายงานฉบับนี้กล่าวว่าสภาพแวดล้อมทางจิตสังคมในที่ทำงานครอบคลุมถึงองค์ประกอบของงานและปฏิสัมพันธ์ในที่ทำงาน ซึ่งรวมถึงวิธีการออกแบบงาน วิธีการจัดระเบียบและการบริหารจัดการงาน ตลอดจนนโยบายโดยรวม แนวปฏิบัติ และขั้นตอนต่าง ๆ ที่กำกับการทำงาน ซึ่งองค์ประกอบเหล่านี้ไม่ว่าจะพิจารณาแยกกันหรือรวมกัน ล้วนส่งผลต่อสุขภาพและความเป็นอยู่ที่ดีของแรงงาน ตลอดจนประสิทธิภาพขององค์กร

เพื่อให้เข้าใจความเสี่ยงด้านจิตสังคมได้ดียิ่งขึ้น รายงานฉบับนี้เสนอระดับความสัมพันธ์ระหว่างสภาพแวดล้อมการทำงาน 3 ระดับ ดังนี้

  • ระดับแรก คือ ลักษณะของงาน รวมถึง ภาระงาน ความรับผิดชอบ ความสอดคล้องกับทักษะของแรงงาน การเข้าถึงทรัพยากร และการออกแบบงานในแง่ของความหมาย ความหลากหลาย และการใช้ทักษะ
  • ระดับที่สอง คือ วิธีการจัดการและการบริหารงาน ครอบคลุมถึง ความชัดเจนของบทบาท ความคาดหวัง อิสระในการทำงาน ปริมาณงาน ความเร่งรีบของงานรวมถึงการกำกับดูแลและการสนับสนุน
  • ระดับที่สาม คือ นโยบาย แนวปฏิบัติ และขั้นตอนการทำงานโดยรวมซึ่งกำกับการทำงาน รวมถึงรูปแบบข้อตกลงการจ้างงานและการจัดสรรเวลาทำงาน การบริหารจัดการการเปลี่ยนแปลงองค์กร การติดตามด้วยระบบดิจิทัล กระบวนการประเมินผลการปฏิบัติงานและการให้รางวัล นโยบายและระบบการจัดการด้านความปลอดภัยและอาชีวอนามัย (OSH) ขั้นตอนการป้องกันความรุนแรงและการคุกคามในที่ทำงาน และกลไกการปรึกษาหารือและการมีส่วนร่วมของแรงงาน

ไอแอลโอ เผยผู้เสียชีวิตจำนวน 840,000 ราย 

 

ข้อมูลจากรายงานเน้นว่า ความเสี่ยงด้านจิตสังคมเหล่านี้สามารถป้องกันได้ด้วยแนวทางการจัดการขององค์กรที่มุ่งแก้ไขต้นเหตุของปัญหา นอกจากนี้ยังเน้นย้ำถึงความสำคัญของการบูรณาการการบริหารความเสี่ยงด้านจิตสังคมเข้ากับระบบความปลอดภัยและอาชีวอนามัย ควบคู่ไปกับการส่งเสริมการเจรจาทางสังคม (social dialogue) ระหว่างภาครัฐ นายจ้าง และลูกจ้าง

ตัวเลขผู้เสียชีวิตกว่า 840,000 รายต่อปีนั้นประมาณการโดยใช้หลักฐานสำคัญ 2 แหล่ง

  • แหล่งแรก คือ ข้อมูลเกี่ยวกับความชุกของปัจจัยเสี่ยงทางจิตสังคมที่สำคัญ 5 ประการในที่ทำงานทั่วโลก ได้แก่ ความเครียดจากการทำงาน (ภาวะงานกดดันสูงจากภาระงานมากแต่มีอำนาจควบคุมต่ำ) ความไม่สมดุลระหว่างความทุ่มเทในการทำงานกับผลตอบแทนที่ได้รับ ความไม่มั่นคงในการจ้างงาน ชั่วโมงการทำงานที่ยาวนาน และการกลั่นแกล้งหรือการคุกคามในที่ทำงาน
  • แหล่งที่สอง คือ การวิจัยทางวิทยาศาสตร์ที่แสดงให้เห็นว่าปัจจัยเสี่ยงเหล่านี้เพิ่มโอกาสในการเกิดปัญหาสุขภาพที่ร้ายแรง เช่น โรคหัวใจ โรคหลอดเลือดสมอง และความผิดปกติทางจิต รวมถึงการฆ่าตัวตาย

ข้อมูลดังกล่าวถูกนำไปประยุกต์และเชื่อมโยงกับข้อมูลการเสียชีวิตและสุขภาพทั่วโลกล่าสุดจากองค์การอนามัยโลก (WHO) และการศึกษาภาระโรคทั่วโลก หรือ Global Burden of Disease (GBD) เพื่อประเมินจำนวนผู้เสียชีวิตและจำนวนปีสุขภาวะที่สูญเสียไปจากความเจ็บป่วย ความพิการ หรือการเสียชีวิตก่อนวัยอันควร (DALYs) ที่เกิดจากความเสี่ยงทางจิตสังคมในแต่ละปี แนวทางนี้ทำให้ไอแอลโอสามารถประเมินนภาระผลกระทบทั้งในมิติของมนุษย์และเศรษฐกิจ รวมถึงการประมาณการการสูญเสียผลิตภาพที่สะท้อนอยู่ในต้นทุนทางเศรษฐกิจของผลิตภัณฑ์มวลรวม (GDP) อันเนื่องมาจากการสูญเสียปีชีวิตที่มีสุขภาพดี

นอกจากนี้ รายงานยังได้รวบรวมหลักฐานจำนวนมากที่แสดงให้เห็นว่า ความเสี่ยงด้านจิตสังคมมีความเชื่อมโยงกับปัญหาสุขภาพทั้งทางจิตและทางกายที่หลากหลายในกลุ่มแรงงาน รวมถึงภาวะซึมเศร้าและความวิตกกังวล ตลอดจนโรคเกี่ยวกับระบบเผาผลาญในร่างกาย ความผิดปกติของระบบกล้ามเนื้อและกระดูกที่เกิดจากการทำงาน และความผิดปกติของการนอนหลับ

การเผชิญความเสี่ยงที่เพิ่มขึ้น

แม้ว่าความเสี่ยงด้านจิตสังคมหลายประการไม่ใช่เรื่องใหม่ แต่การเปลี่ยนแปลงที่สำคัญในโลกของการทำงาน อาทิ การเปลี่ยนผ่านสู่ดิจิทัล การใช้ปัญญาประดิษฐ์ (AI) การทำงานทางไกล และรูปแบบการจ้างงานใหม่ ๆ กำลังปรับเปลี่ยนสภาพแวดล้อมด้านจิตสังคมในการทำงาน การเปลี่ยนแปลงเหล่านี้อาจทำให้ความเสี่ยงที่มีอยู่เดิมรุนแรงขึ้น หรือก่อให้เกิดความเสี่ยงรูปแบบใหม่ หากไม่ได้รับการแก้ไขอย่างเหมาะสม ขณะเดียวกัน การเปลี่ยนแปลงเหล่านี้อาจเปิดโอกาสในการจัดระเบียบการทำงานให้ดีขึ้น และยืดหยุ่นมากยิ่งขึ้น ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงความจำเป็นของการดำเนินการเชิงรุก

“ความเสี่ยงด้านจิตสังคมกำลังกลายเป็นหนึ่งในความท้าทายที่สำคัญที่สุดต่อความปลอดภัยและอาชีวอนามัยในโลกการทำงานยุคใหม่”

มานัล อัซซี (Manal Azzi) หัวหน้าทีมด้านนโยบายและระบบความปลอดภัยและอาชีวอนามัยของไอแอลโอ กล่าว การปรับปรุงสภาพแวดล้อมด้านจิตสังคมในที่ทำงานนอกจากมีความสำคัญต่อการคุ้มครองสุขภาพจิตและสุขภาพกายของแรงงานแล้ว ยังเสริมสร้างผลิตภาพ ประสิทธิภาพขององค์กร และการพัฒนาเศรษฐกิจอย่างยั่งยืนอีกด้วย

รายงานสรุปว่า การจัดการความเสี่ยงเหล่านี้แบบเชิงรุกจะช่วยให้ประเทศและองค์กรต่าง ๆ สามารถสร้างสถานที่ทำงานที่ดีต่อสุขภาพมากขึ้น ซึ่งเป็นประโยชน์ต่อทั้งแรงงานและองค์กร พร้อมทั้งเสริมสร้างผลิตภาพและความยืดหยุ่นทางเศรษฐกิจ