วันจันทร์ ที่ 31 สิงหาคม 2569

Login
Login

'วราวุธ' สั่งตรวจเข้มน้ำทะเลสีดำ กนอ.ยันไม่พบปล่อยน้ำเสีย เป็นดินเลนธรรมชาติ

“วราวุธ” สั่ง กนอ. คุมเข้มมาตรการสิ่งแวดล้อมขั้นสูงสุด เฝ้าระวังภัย 24 ชม. "สุเมธ" เผยผลแล็บ-CCTV ชี้ชัด น้ำทะเลดำอ่าวตากวนเป็นเรื่องธรรมชาติ

KEY POINTS

  • นายวราวุธ ศิลปอาชา รมว.อุตสาหกรรม สั่งการเร่งด่วนให้การนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (กนอ.) ลงพื้นที่ตรวจสอบข้อเท็จจริงกรณิน้ำทะเลสีดำบริเวณปากคลองตากวน-อ่าวประดู่ จ.ระยอง
  • กนอ. รายงานผลตรวจสอบเบื้องต้นว่า คุณภาพน้ำทะเลอยู่ในเกณฑ์ปกติและปลอดภัยสูง มีสภาพเป็นกลาง และมีปริมาณออกซิเจนละลายในน้ำอยู่ในระดับที่ดีมาก
  • ผลการทดลองพบว่าน้ำทะเลมีการตกตะกอนแยกชั้นกับดินเลนอย่างชัดเจน สรุปได้ว่าเป็นปรากฏการณ์ทางธรรมชาติในช่วงน้ำลดที่เผยให้เห็นชั้นดินเลนสีดำใต้ทะเล
  • จากการตรวจสอบผ่านระบบเฝ้าระวังอัจฉริยะ (Pollution BOX) และกล้อง CCTV ไม่พบว่ามีโรงงานใดลักลอบปล่อยน้ำเสียหรือระบายน้ำทิ้งเกินค่ามาตรฐาน
  • รมว.อุตสาหกรรม ได้กำชับให้ กนอ. ยกระดับมาตรการควบคุมและเฝ้าระวังขั้นสูงสุดตลอด 24 ชั่วโมง หากพบผู้กระทำผิดจะถูกลงโทษขั้นสูงสุดทันทีโดยไม่มีข้อยกเว้น

นายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม เปิดเผยถึงกรณีที่มีการเผยแพร่ข่าวสารผ่านสื่อออนไลน์เกี่ยวกับข้อห่วงกังวลของประชาชนในพื้นที่ จังหวัดระยอง หลังพบ น้ำทะเลสีดำ บริเวณปากคลองตากวน-อ่าวประดู่ โดยระบุว่า กระทรวงอุตสาหกรรม ไม่ได้นิ่งนอนใจต่อประเด็นดังกล่าว และมีความห่วงใยต่อพี่น้องประชาชนรวมถึงกลุ่มชาวประมงในพื้นที่เป็นอย่างมาก

จึงได้สั่งการอย่างเร่งด่วนให้การนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (กนอ.) โดยสำนักงานท่าเรืออุตสาหกรรมมาบตาพุด (สทร.) และศูนย์เฝ้าระวังและควบคุมคุณภาพสิ่งแวดล้อม (EMCC) ส่งเจ้าหน้าที่ลงพื้นที่ตรวจสอบข้อเท็จจริงอย่างละเอียดและนำเครื่องมือทางวิทยาศาสตร์เข้าพิสูจน์ทันที เพื่อสร้างความโปร่งใส ความกระจ่าง และความมั่นใจให้แก่ชุมชนรอบนิคมอุตสาหกรรม

ล่าสุด ได้รับรายงานจากนายสุเมธ ตั้งประเสริฐ ผู้ว่าการ กนอ. ถึงผลการตรวจสอบคุณภาพน้ำทางกายภาพและเคมีในเบื้องต้นจากห้องปฏิบัติการของศูนย์ EMCC ชี้ชัดว่า น้ำทะเลมีคุณภาพอยู่ในเกณฑ์ปกติและปลอดภัยสูง โดยมีสภาพความเป็นกรด-ด่างที่เป็นกลาง และมีปริมาณออกซิเจนละลายในน้ำอยู่ในระดับที่ดีมาก

นายวราวุธ กล่าวเน้นย้ำว่า กระทรวงอุตสาหกรรม ให้ความสำคัญสูงสุดกับความปลอดภัยของประชาชน และระบบนิเวศทางทะเล จึงได้ออกคำสั่งกำชับไปยัง กนอ. ให้ยกระดับมาตรการควบคุมและเพิ่มความเข้มงวดในการตรวจสอบขั้นสูงสุด โดยเฉพาะการบูรณาการเทคโนโลยีระบบตรวจวัดอัจฉริยะและกล้อง CCTV ในการเฝ้าระวังพื้นที่จุดเสี่ยงต่าง ๆ ตลอด 24 ชั่วโมง

ขณะเดียวกันได้ให้ กนอ.เพิ่มความถี่ในการตรวจตราเชิงรุก และจะต้องไม่มีการผ่อนปรนใด ๆ ทั้งสิ้น หากตรวจพบว่ามีผู้ประกอบการหรือโรงงานอุตสาหกรรมรายใดลักลอบปล่อยน้ำเสียหรือกระทำการที่ผิดกฎหมาย จะต้องถูกลงโทษตามมาตรการขั้นสูงสุดทันที โดยไม่มีข้อยกเว้น เพราะอุตสาหกรรมจะเติบโตได้ ต้องอยู่บนพื้นฐานของความรับผิดชอบต่อสังคมและไม่สร้างความเดือดร้อนให้แก่ชุมชน 

“ผมยังได้สั่งการให้ กนอ. และศูนย์ EMCC เร่งรายงานผลการตรวจวิเคราะห์ทางห้องปฏิบัติการฉบับสมบูรณ์ให้ประชาชนรับทราบโดยเร็วที่สุด เพื่อให้เกิดความชัดเจนและป้องกันการตื่นตระหนก โดยกระทรวงฯ พร้อมเปิดเผยข้อมูลอย่างตรงไปตรงมาในทุกแง่มุม เพื่อส่งเสริมการอยู่ร่วมกันระหว่างอุตสาหกรรม ชุมชน และสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน”นายวราวุธ กล่าว 

'วราวุธ' สั่งตรวจเข้มน้ำทะเลสีดำ กนอ.ยันไม่พบปล่อยน้ำเสีย เป็นดินเลนธรรมชาติ

นายสุเมธ ตั้งประเสริฐ ผู้ว่าการการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (กนอ.)  เปิดเผยว่า จากการลงพื้นที่ตรวจสอบอย่างละเอียดและประสานงานร่วมกับกลุ่มประมงเรือเล็กอ่าวตากวน-อ่าวประดู่ เมื่อวันที่ 5 มิ.ย. 2569 เจ้าหน้าที่ได้เก็บตัวอย่างน้ำมาทำการทดลองตกตะกอนเบื้องต้น พร้อมบันทึกวิดีโอแบบ Time-lapse เป็นเวลา 20 นาที พบว่า น้ำทะเลมีการตกตะกอนแยกชั้นกับดินเลนอย่างชัดเจน โดยน้ำชั้นบนมีความใสสะอาดตามธรรมชาติ

นอกจากนี้ ยังได้นำโดรนบินสำรวจภาพถ่ายทางอากาศเพื่อตรวจสอบระบบนิเวศโดยรอบชายหาดอย่างใกล้ชิด ซึ่งผลการตรวจสอบคุณภาพน้ำทางกายภาพและเคมีในเบื้องต้นจากห้องปฏิบัติการของศูนย์ EMCC ยืนยันว่า ผลตรวจน้ำทะเลในเบื้องต้นมีความปลอดภัยสูงและอยู่ในเกณฑ์ปกติทั้งหมด โดยน้ำทะเลมีสภาพเป็นกลางไม่เป็นกรดหรือด่าง และมีปริมาณออกซิเจนในน้ำสูงมาก ซึ่งเหมาะสมต่อการดำรงชีวิตของสัตว์น้ำอย่างยิ่ง ส่วนอุณหภูมิน้ำวัดได้ 31.1 องศาเซลเซียส และมีความขุ่นต่ำ ซึ่งถือเป็นเรื่องปกติของน้ำทะเลชายฝั่งที่มีการสะสมของตะกอนดินเลนตามธรรมชาติ

สำหรับ ผลตรวจสารปนเปื้อนและสารเคมีอื่นๆ เช่น สารแขวนลอย และสารละลายน้ำ อยู่ระหว่างการเจาะลึกในห้องแล็บ ซึ่งจะทราบผลความคืบหน้าอย่างละเอียดภายใน 5 วัน นอกจากนี้ เมื่อย้อนดูภาพจากกล้องวงจรปิด (CCTV) บริเวณคลองชากหมาก ตั้งแต่วันที่ 1-4 มิ.ย.ที่ผ่านมา พบว่าน้ำในคลองไหลเวียนปกติ ไม่มีสีดำหรือความขุ่นมัว สอดคล้องกับผลการตรวจวัดอัตโนมัติทั้งจากต้นคลองและปลายคลองที่ชี้ว่า ค่าสารเคมีและสารแขวนลอยต่าง ๆ อยู่ในเกณฑ์มาตรฐานทั้งหมด โดยมีปริมาณออกซิเจนในน้ำสูงถึง 5.3 มิลลิกรัมต่อลิตร ซึ่งปลอดภัยต่อระบบนิเวศ

และเมื่อตรวจสอบผ่านระบบเฝ้าระวังอัจฉริยะ (Pollution BOX) ที่เชื่อมต่อออนไลน์ตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อตรวจเช็กการระบายน้ำทิ้งของโรงงานรอบพื้นที่  พบว่า ไม่มีโรงงานใดลักลอบปล่อยน้ำเสียหรือระบายน้ำทิ้งเกินค่ามาตรฐานที่กฎหมายกำหนดเลย จึงเด่นชัดว่าเหตุการณ์น้ำทะเลสีดำนี้ เป็นเพียงปรากฏการณ์ทางธรรมชาติในช่วงน้ำลดที่เผยให้เห็นชั้นดินเลนสีดำใต้ท้องทะเลเท่านั้น ไม่ได้เกิดจากภาคอุตสาหกรรมแต่อย่างใด