พันธมิตรผู้เลี้ยงกุ้งไทยยื่นหนังสือร้องนายกรัฐมนตรีเร่งเจรจาทางการมาเลเซีย หลังประกาศระงับนำเข้ากุ้งไทย 5 สายพันธุ์ชั่วคราว หวั่นกระทบราคาหน้าฟาร์มดิ่งและสูญเสียตลาดส่งออกกว่า 8,000 ตัน
นายเอกพจน์ ยอดพินิจนายกสมาคมกุ้งไทย และนายอภิชิต วรกิจ เลขาธิการพันธมิตรผู้เลี้ยงกุ้งไทย เข้ายื่นหนังสือต่อนายอนุทิน ชาญวีรกุล นายกรัฐมนตรี ที่วัดถ้ำเสือ จ.กระบี่ เพื่อขอความอนุเคราะห์ช่วยเหลือเกษตรกรผู้เลี้ยงกุ้ง และชาวประมงชายฝั่งอย่างเร่งด่วน โดยการเร่งเจรจาแก้ไขปัญหา มาตรการระงับการนำเข้ากุ้งของประเทศมาเลเซีย
นายเอกพจน์ เปิดเผยว่า หลังจากสมาคมกุ้งไทย และพันธมิตรผู้เลี้ยงกุ้งไทย ได้รับทราบประกาศจากทางการประเทศมาเลเซีย เรื่องการยกระดับมาตรการควบคุมการนำเข้า สินค้าสัตว์น้ำจากประเทศไทย
โดยเฉพาะการระงับการนำเข้ากุ้ง 5 สายพันธุ์เป็นการ ชั่วคราว ได้แก่ กุ้งกุลาดำ, กุ้งขาว, กุ้งแชบ๊วย กุ้งน้ำตาล และกุ้งฟ้า ซึ่งจะมีผลบังคับ ใช้ตั้งแต่วันที่ 1 มิถุนายน 2569 เป็นต้นไป
ทั้งนี้ พันธมิตรผู้เลี้ยงกุ้งไทย ซึ่งประกอบด้วยองค์กรเกษตรกร 19 องค์กร มีความกังวลอย่างยิ่งต่อมาตรการดังกล่าว เนื่องจากประเทศมาเลเซียถือเป็น หนึ่งในตลาดส่งออกที่สำคัญของเกษตรกรไทย โดยมีการส่งออกเฉลี่ยปีละ 6,000-8,000 ตัน หรือคิดเป็นสัดส่วนประมาณ 5% ของการส่งออกของไทย รองรับผลผลิตกุ้งทั้งจากการเพาะเลี้ยง และการทำการ ประมงจับจากธรรมชาติโดยเฉพาะผลผลิตกุ้งจากภาคใต้ ทำให้สามารถระบายกุ้งไปได้
อีกทางหนึ่ง โดยไม่ต้องขนส่งขึ้นมาขายในภาคกลาง และมีส่วนสำคัญในการช่วยพยุง ราคาในช่วงที่ราคาตก การประกาศมาตรการดังกล่าว และให้มีผลบังคับใช้ในเวลาอัน สั้น ส่งผลกระทบโดยตรงต่อเกษตรกรผู้เลี้ยงกุ้ง โดยเฉพาะด้านราคา และความเชื่อมั่น ของเกษตรกร
ทั้งนี้ สมาคมกุ้งไทยและพันธมิตรผู้เลี้ยงกุ้งไทย จึงขอเรียกร้องมีการดำเนินการแก้ปัญหาดังกล่าวอย่างเร่งด่วน โดยขอให้เจรจาเพื่อให้มีการผ่อนปรน หรือขยายระยะเวลาการบังคับใช้มาตรการดังกล่าวออกไปก่อน
รวมทั้งขอให้กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เร่งกำหนดวิธีการตรวจสอบและการออกใบรับรองความปลอดภัยอาหาร สำหรับการนำเข้าปลากระพงให้เหมาะสม และไม่ถูกกล่าวหาเป็นการใช้มาตรการกีดกันการค้า ซึ่งส่งผลให้ถูกนำมาเป็นข้ออ้างประกาศมาตรการตอบโต้กุ้งที่ได้รับผลกระทบจากมาตรการระงับการนำเข้าของมาเลเซียชั่วคราว รวมถึงควรดำเนินการเร่งด่วนในการรองรับผลผลิต การเร่งด่วนในการรองรับผลด ป้องกันไม่ให้ราคาหน้าฟาร์มร่วงจนกระทบเกษตรกรรายย่อย
ทั้งนี้ทางสมาคมกุ้งไทยและพันธมิตรผู้เลี้ยงกุ้งไทยยินดี อย่างยิ่งที่จะให้ความร่วมมือในการดำเนินมาตรการของภาครัฐในการแก้ปัญหานี้อย่างเร่งด่วน

