น้ำไม่ได้เป็นเพียงแหล่งที่อยู่อาศัยของสัตว์น้ำเท่านั้น แต่ยังเป็นแหล่งอาหารและแร่ธาตุที่จำเป็นต่อการเจริญเติบโต โดยเฉพาะการเลี้ยงกุ้งซึ่งเป็นสัตว์น้ำเศรษฐกิจที่อ่อนไหวต่อสภาพแวดล้อม ทำให้ “คุณภาพน้ำ” เป็นปัจจัยพื้นฐานสำคัญของการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ
ช่วงที่ผ่านมา ประเด็นคุณภาพน้ำถูกจับตามองมากขึ้น หลังพบว่าพื้นที่ฝั่งรัฐฉาน ประเทศเมียนมา ซึ่งเป็นต้นน้ำของแม่น้ำกกและแม่น้ำรวกก่อนจะไหลสู่แม่น้ำโขง มีการขยายตัวของเหมืองต้นทุนต่ำ ทั้งเหมืองทองคำและแร่แรร์เอิร์ธ โดยหลายแห่งอยู่นอกระบบควบคุมด้านสิ่งแวดล้อม ส่งผลให้มีการใช้สารเคมีเข้มข้นและเกิดมลพิษไหลลงสู่ลำน้ำ
ตั้งแต่ปี 2568 มีการตรวจพบการปนเปื้อนโลหะหนักในแหล่งน้ำ ได้แก่ สารหนู แคดเมียม และตะกั่ว ส่งผลกระทบต่อสัตว์น้ำและระบบนิเวศ มีรายงานปลาป่วยและเกิดแผลตามลำตัว ขณะที่ความหลากหลายทางชีวภาพลดลง และสร้างความกังวลต่อสุขภาพประชาชน แม้เวลาจะผ่านมากว่า 7 เดือนแล้ว ปัญหามลพิษในแม่น้ำกกยังไม่ได้รับการแก้ไขอย่างเป็นรูปธรรม
อย่างไรก็ตาม พื้นที่ต้นน้ำของแม่น้ำกกและแม่น้ำรวกในภาคเหนือไม่ใช่แหล่งเพาะเลี้ยงกุ้งหลักของประเทศไทย ซึ่งส่วนใหญ่อยู่ในพื้นที่ชายฝั่งทะเล เช่น สมุทรสาคร สมุทรสงคราม และภาคใต้ แม้เช่นนั้น กรณีการปนเปื้อนสารเคมีในแม่น้ำกกก็สะท้อนให้เห็นความสำคัญของคุณภาพน้ำต่อภาคการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ
“บรรจง นิสภวาณิชย์” ประธานสมาพันธ์การเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำไทย และที่ปรึกษาสมาคมกุ้งไทย กล่าวว่า สำหรับการเพาะเลี้ยงกุ้ง “คุณภาพน้ำ” ถือเป็นปัจจัยสำคัญที่เกษตรกรให้ความใส่ใจอย่างมาก เนื่องจากกุ้งเป็นสัตว์น้ำเศรษฐกิจที่มีความอ่อนไหวต่อสภาพแวดล้อม เกษตรกรจึงต้องตรวจวัดคุณภาพน้ำอย่างสม่ำเสมอ โดยเฉพาะเมื่อต้องนำน้ำจากแหล่งธรรมชาติเข้าสู่บ่อเลี้ยง ซึ่งจำเป็นต้องใช้ความระมัดระวังเป็นอย่างยิ่ง
“เราเห็นว่าการตรวจสอบสารปนเปื้อนในแหล่งน้ำต้องได้รับการดูแลอย่างเข้มงวด ภาครัฐควรสร้างความมั่นใจให้กับเกษตรกร พร้อมทั้งมีระบบแจ้งเตือนผู้ใช้น้ำ หากพบสารปนเปื้อนเกินค่ามาตรฐานที่อาจส่งผลกระทบต่อสัตว์น้ำ เพื่อป้องกันความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นกับเกษตรกร”
ในมุมมองของผู้เลี้ยงกุ้ง “สนิท แดงพยนต์” ประธานกลุ่มเกษตรกรทำประมงพัฒนาเกษตรพอเพียง 49 อ.บ้านแพ้ว จ.สมุทรสาคร ระบุว่า “คุณภาพน้ำ” เป็นปัจจัยที่เกษตรกรผู้เลี้ยงกุ้งให้ความสำคัญเป็นอันดับต้น ๆ โดยต้องมีการตรวจสอบคุณภาพน้ำอย่างสม่ำเสมอ ทั้งค่าความเป็นกรด–ด่าง และค่าแร่ธาตุในน้ำ ตั้งแต่เริ่มเลี้ยงและตลอดระยะเวลาการเลี้ยง เนื่องจากคุณภาพน้ำมีผลโดยตรงต่ออัตราการรอดของกุ้ง
“ระบบการเลี้ยงกุ้งแบบพัฒนาที่กลุ่มใช้ สามารถช่วยป้องกันปัญหาการแพร่ระบาดของสัตว์น้ำจากไข่กุ้งหรือไข่ปลาที่ไหลมากับแหล่งน้ำภายนอกได้ จึงไม่พบปัญหาการระบาดของปลาหมอคางดำ”
อย่างไรก็ตาม “สนิท” ยอมรับว่า แม้ระบบการเลี้ยงจะมีความเข้มงวดเพียงใด ก็ยังไม่สามารถป้องกันปัญหาการปนเปื้อนของสารเคมีที่มากับแหล่งน้ำได้ทั้งหมด หากมีการปนเปื้อนของสารโลหะหนักเหมือนกรณีแม่น้ำกก ก็ย่อมส่งผลกระทบต่อผู้เลี้ยงกุ้งอย่างแน่นอน โชคดีที่พื้นที่ดังกล่าวไม่ใช่แหล่งเลี้ยงกุ้ง
ด้านการส่งออก “เอกพจน์ ยอดพินิจ” นายกสมาคมกุ้งไทย เปิดเผยว่า ก่อนหน้านี้สมาคมได้ยื่นหนังสือเสนอ 11 มาตรการ ต่อภาครัฐ เพื่อผลักดันให้การพัฒนาสินค้ากุ้งเป็น วาระแห่งชาติ โดยเน้นการยกระดับการจัดการฟาร์มเลี้ยงกุ้งอย่างยั่งยืน ทั้งการส่งเสริมมาตรฐานฟาร์ม (GAP) การเพาะเลี้ยงที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม รวมถึงการจัดการและป้องกันโรคกุ้งอย่างเป็นระบบ
พร้อมกันนี้ ยังเสนอให้มีการเฝ้าระวังโรคระบาดอย่างเข้มงวด และกำหนดแผนป้องกันที่ชัดเจน เนื่องจากสมาคมมองว่า ปี 2569 ยังเป็นโอกาสของกุ้งไทยในตลาดโลก แต่ปัญหาสำคัญคือไทยยังไม่สามารถก้าวข้ามปัญหาโรคกุ้งได้ ทำให้ไม่สามารถเพิ่มผลผลิตเพื่อคว้าโอกาสทางการตลาดที่กำลังเปิดกว้างได้อย่างเต็มที่





