วันอังคาร ที่ 26 พฤษภาคม 2569

Login
Login

สมาคมกุ้งไทยร้องนายกฯ ของบ 5.5 พันล้าน แก้วิกฤตโรค พุ่งเป้า 4 แสนตัน

สมาคมกุ้งไทยร้องนายกฯ ของบ 5.5 พันล้าน แก้วิกฤตโรค พุ่งเป้า 4 แสนตัน

สมาคมกุ้งไทย ยื่นหนังสือจี้นายกฯ-4 กระทรวง ยกวิกฤตโรคและต้นทุนพุ่งเป็นวาระแห่งชาติ ชงแผน 11 มาตรการ อัดงบ 5.5 พันล้าน หวังปั๊มผลผลิตแตะ 4 แสนตันป้อนส่งออก ลั่นหากรัฐไม่เร่งอุ้ม เกษตรกรไปต่อไม่ไหวเสี่ยงเจ๊งระนาว

นายเอกพจน์ ยอดพินิจ นายกสมาคมกุ้งไทย เปิดเผยว่า วันนี้ (26 พ.ค. 2569) สมาคมกุ้งไทย ร่วมกับ พันธมิตรผู้เลี้ยงกุ้งไทย และสมาคมอาหารแช่เยือกแข็งไทย ยื่นหนังสือถึง นายกรัฐมนตรี และ 4 กระทรวงที่เกี่ยวข้องตลอดห่วงโซ่การผลิต ได้แก่ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กระทรวงพาณิชย์ กระทรวงพลังงาน และกระทรวงอุดมศึกษาฯ เพื่อขอความอนุเคราะห์พิจารณาผลักดันมาตรการแก้ไขปัญหาอุตสาหกรรมกุ้งไทยอย่างเร่งด่วน ตามแผนปฏิบัติการยกระดับการแก้ปัญหากุ้งเป็นวาระแห่งชาติ 11 มาตรการ งบประมาณ 5,537 ล้านบาท

สมาคมกุ้งไทยร้องนายกฯ ของบ 5.5 พันล้าน แก้วิกฤตโรค พุ่งเป้า 4 แสนตัน

เพื่อแก้ปัญหาโครงสร้างอุตสาหกรรมกุ้งทั้งระบบ ขยายตลาดการบริโภคทั้งในและต่างประเทศ ส่งเสริมให้ฟาร์มกุ้งใช้โซล่าเซลล์ และการวิจัยเพื่อแก้ปัญหาโรค และพัฒนาจุลินทรีย์เพื่อใช้จัดการการเลี้ยงให้ประสบความสำเร็จ ลดต้นทุน และเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน เพื่อเป้าหมายผลผลิตกุ้งที่เป็นวัตถุดิบเข้าโรงงาน 4 แสนตัน

นายเอกพจน์ กล่าวว่า การยื่นหนังสือถึงนายกรัฐมนตรี และ 4 กระทรวงที่เกี่ยวข้องครั้งนี้ เพื่อเรียกร้องให้ภาครัฐเห็นความสำคัญของอุตสาหกรรมกุ้งที่เคยเป็นโปรดักส์แชมเปี้ยน ที่มีมูลค่าสูง และเป็นตัวขับเคลื่อนเศรษฐกิจที่สำคัญ สร้างรายได้ให้กับทุกภาคส่วนกว่า 2 ล้านคนตลอดห่วงโซ่การผลิต ทั้งนี้ตั้งแต่วิกฤตโรคตายด่วนเมื่อปี 2555 ที่ทำให้ผลผลิตลดลงมาเหลือปีละ 270,000-280,000 ตัน ซึ่งเป็นวัตถุดิบเข้าโรงงานประมาณ 160,000 ตัน สูญเสียรายได้ส่งออกประมาณ 60,000 ล้านบาทต่อปี รวมความสูญเสียโอกาสทางเศรษฐกิจตลอด 13 ปี กว่า 720,000 ล้านบาท

ที่ผ่านมาเกษตรกร และทุกภาคส่วนในอุตสาหกรรม พยายามแก้ปัญหาด้วยตัวเองมาโดยตลอด แต่ก็ยังไม่สามารถก้าวผ่านภาวะถดถอยนี้ไปได้ เพราะติดปัญหาเดียวคือ โรคกุ้ง ที่ทำให้ผลผลิตไม่เพียงพอกับการส่งออก และต้นทุนสูงจนไม่สามารถแข่งขันได้

“การยื่นหนังสือถึงท่านนายกรัฐมนตรี และ 4 กระทรวงที่เกี่ยวข้องกับห่วงโซ่อุตสาหกรรมกุ้งครั้งนี้ ก็เพื่อร้องภาครัฐว่าถ้าไม่แก้ปัญหาอย่างจริงจัง ตามแนวทางที่ทุกภาคส่วนเห็นพ้องต้องกันและเสนอมาครั้งนี้ อุตสาหกรรมกุ้งก็อาจไปต่อไม่ไหวจนต้องเลิกเลี้ยง ซึ่งเป็นเรื่องน่าเสียดายมาก เพราะกุ้งไทยมีจุดแข็งที่ทุกคนให้การยอมรับทั้งศักยภาพการผลิต คุณภาพ ความปลอดภัยอาหาร ระบบการตรวจสอบย้อนกลับที่เข้มแข็ง หากรัฐบาลช่วยเหลือและแก้ปัญหาตามแนวทางที่เสนอมา จะสามารถแก้ไขปัญหาโครงสร้างทั้งระบบ และเชื่อว่าจะสามารถพลิกฟื้นอุตสาหกรรมกุ้ง ให้กลับมาเป็นตัวขับเคลื่อนเศรษฐกิจของไทยที่เข้มแข็งต่อไป” นายเอกพจน์กล่าว