สิ้นสุดช่วงเวลาเปิดลงทะเบียนสำหรับประชาชนในการเข้าร่วมโครงการ “ไทยช่วยไทยพลัส 60/40” มาตรการบรรเทาภาระค่าครองชีพของรัฐบาลเพื่อช่วยเหลือประชาชนกลุ่มเปราะบางและมนุษย์เงินเดือนที่เผชิญกับราคาสินค้าและอาหารที่ปรับเพิ่มขึ้นจากวิกฤติพลังงาน
นายลวรณ แสงสนิท ปลัดกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า ยอดการลงทะเบียนในวันสุดท้าย (29 พ.ค. 2569) เวลา 22.00 น. มีผู้ลงทะเบียนสำเร็จรวมทั้งสิ้น 26,040,623 ราย และมีสิทธิ์คงเหลืออยู่ 3,959,377 สิทธิ์
หน้าใหม่แห่ร่วม 7.1 ล้านราย
รายงานจากกระทรวงการคลัง พบข้อมูลสถิติการลงทะเบียน พบว่ามีประชาชนสนใจเข้ามาลงทะเบียนรวมทั้งสิ้น 26,524,940 ราย โดยแบ่งกลุ่มผู้ที่ลงทะเบียนสำเร็จ 26,040,623 ราย ออกเป็น 2 กลุ่มหลัก ได้แก่
- ผู้ที่เคยเข้าร่วมโครงการคนละครึ่ง พลัส (รายเดิม): จำนวน 18,900,479 ราย
- ผู้ลงทะเบียนใหม่: จำนวน 7,140,144 ราย
ทั้งนี้ มีผู้ที่ไม่ผ่านการตรวจสอบคุณสมบัติจำนวน 484,317 ราย ซึ่งสาเหตุหลักมาจากการเป็นผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐอยู่แล้วจำนวน 481,604 ราย รองลงมาคือเป็นผู้เสียชีวิตหรือย้ายไปต่างประเทศ 2,505 ราย และเป็นผู้ที่เคยทำผิดเงื่อนไขโครงการคนละครึ่งในอดีตอีก 208 ราย
ในด้านสัดส่วนประชากรศาสตร์ของผู้เข้าร่วมโครงการ พบว่าเป็นเพศหญิง 14.6 ล้านคน (คิดเป็น 56%) และเพศชาย 11.5 ล้านคน (คิดเป็น 44%) โดยผู้ที่ลงทะเบียนสำเร็จจะได้รับสิทธิ์เงินสมทบช่วยเหลือค่าครองชีพรายเดือน เดือนละ 1,000 บาท เป็นเวลา 4 เดือน
เงื่อนไขการใช้จ่าย 60/40
ผู้ที่ได้รับสิทธิสามารถใช้จ่ายผ่านแอปพลิเคชัน "เป๋าตัง" (G-Wallet) แบบร่วมจ่าย (Co-pay) ในสัดส่วน รัฐช่วยจ่าย 60% ประชาชนจ่ายเอง 40% กำหนดเพดานให้เงินสมทบไม่เกิน 200 บาทต่อวัน 1,000 บาทต่อเดือน ไม่สมทบไปเดือนถัดไป
โดยเริ่มใช้ได้ตั้งแต่เวลา 06.00 - 23.00 น. ของวันที่ 1 มิถุนายน - 30 กันยายน 2569 โดยครอบคลุมการใช้จ่ายในหลายหมวดหมู่ ยกเว้นการนำไปใช้จ่ายในร้านนวด สปา ทำเล็บ และทำผม รวมถึงจะเริ่มใช้จ่ายผ่านแพลตฟอร์มเดลิเวอรี่ได้ตั้งแต่วันที่ 15 มิ.ย. เป็นต้นไป
ร้านค้าทั่วประเทศร่วมกว่า 1 ล้านราย
ด้านความพร้อมของผู้ประกอบการ พบว่า มีร้านค้าทั่วประเทศตอบรับเข้าร่วมโครงการอย่างคึกคัก โดยสถิติ ณ วันที่ 29 พ.ค. 2569 มีร้านค้าลงทะเบียนแล้วรวมกว่า 1 ล้านราย ประกอบด้วยร้านอาหารและเครื่องดื่มสูงถึง 595,139 ราย, ร้านค้าทั่วไปและอื่นๆ 274,334 ราย, ร้านธงฟ้า 160,702 ราย, ร้าน OTOP 10,621 ราย นอกจากนี้ยังครอบคลุมกิจการขนส่งสาธารณะอีก 1,852 ราย เช่น รถแท็กซี่ 1,509 คัน, รถจักรยานยนต์สาธารณะ 290 คัน
พื้นที่ที่มีร้านค้ากระจุกตัวอยู่มากที่สุด คือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ จำนวน 203,407 ร้าน (19%) รองลงมาคือ กรุงเทพมหานคร 156,144 ร้าน (15%) และหากจัดอันดับตามจังหวัด กรุงเทพมหานครครองแชมป์ร้านค้าเข้าร่วมสูงสุด ตามมาด้วย ชลบุรี 50,056 ร้าน และสมุทรปราการ 41,389 ร้าน
สำหรับร้านค้าที่สนใจเข้าร่วมโครงการยังสามารถกดยอมรับเงื่อนไขผ่านแอปพลิเคชัน หรือลงทะเบียนใหม่ได้ไปจนถึงช่วงเดือนกรกฎาคม-กันยายน 2569
กลุ่มบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ รับเงินอัตโนมัติ
สำหรับกลุ่มเปราะบาง ที่มีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐจำนวน 13.18 ล้านคน รัฐบาลจะให้การอุดหนุนแบบเต็มจำนวน โดยมอบวงเงินช่วยเหลือ 1,000 บาทต่อคนต่อเดือน ไม่สามารถสมทบไปเดือนถัดไปได้ ซึ่งผู้มีสิทธิจะได้รับวงเงินทันทีโดยไม่ต้องลงทะเบียนใหม่ เพื่อนำไปใช้ซื้อสินค้าอุปโภคบริโภคจากร้านธงฟ้าประชารัฐที่มีอยู่กว่า 1.6 แสนแห่งทั่วประเทศ ได้ตั้งแต่วันที่ 1 มิถุนายน เป็นต้นไป
นอกเหนือจากนี้ กลุ่มผู้มีบัตรฯ ยังคงได้รับสิทธิ "ประชารัฐสวัสดิการ" ขั้นพื้นฐานตามปกติ เช่น ส่วนลดค่าก๊าซหุงต้ม ค่าเดินทางผ่านระบบขนส่งสาธารณะ และมาตรการบรรเทาภาระค่าไฟฟ้า-ประปา เพื่อเป็นฐานรากในการรองรับค่าครองชีพอย่างครบวงจร

