นักวิเคราะห์ เผยโครงการ “ไทยช่วยไทยพลัส” เริ่มใช้จ่ายสัปดาห์หน้า หนุนหุ้นไฟแนนซ์-เครื่องดื่มกลับมาคึกคัก รับกำลังซื้อในประเทศฟื้นตัว ชู TIDLOR-JMT เด่น รับอานิสงส์สินเชื่อและคุณภาพหนี้ดีขึ้น ขณะที่ SAPPE-CBG ลุ้นยอดขายโตตามการบริโภค แม้มาตรการอาจไม่กระตุ้นเศรษฐกิจครั้งใหญ่ทันที แต่ช่วยสร้างบรรยากาศเชิงบวกและความหวังต่อหุ้น Domestic Play ได้อีกครั้ง
KEY POINTS
- โครงการ “ไทยช่วยไทยพลัส” ที่จะเริ่มใช้จ่ายในสัปดาห์หน้า คาดว่าจะช่วยกระตุ้นกำลังซื้อในประเทศและส่งผลบวกต่อหุ้นกลุ่มไฟแนนซ์และเครื่องดื่ม
- นักวิเคราะห์จับตาหุ้นกลุ่มไฟแนนซ์เป็นพิเศษ โดยอ้างอิงสถิติจากโครงการ "คนละครึ่ง" ที่หุ้นกลุ่มนี้เคยปรับตัวขึ้นเฉลี่ย 3-3.6% ในช่วงสัปดาห์แรกของมาตรการ
- หุ้นไฟแนนซ์เด่นที่แนะนำคือ TIDLOR ซึ่งคาดว่าจะได้ประโยชน์จากความต้องการสินเชื่อที่เพิ่มขึ้น และ JMT ที่จะได้ประโยชน์จากคุณภาพหนี้ที่ดีขึ้นตามการฟื้นตัวของเศรษฐกิจ
- หุ้นกลุ่มอาหารและเครื่องดื่มที่น่าสนใจ ได้แก่ SAPPE และ CBG ซึ่งคาดว่าจะได้รับแรงหนุนจากยอดขายที่เพิ่มขึ้นตามการฟื้นตัวของการบริโภคในประเทศ
- แม้มาตรการนี้อาจไม่สร้างแรงกระตุ้นเศรษฐกิจขนาดใหญ่ทันที แต่ถือเป็นปัจจัยบวกเชิงจิตวิทยาที่ช่วยสร้างความคึกคักให้กับตลาดหุ้นและเป็นจุดเริ่มต้นการฟื้นตัวของหุ้นที่อิงกับกำลังซื้อในประเทศ
มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจภาครัฐกลับมาเป็นความหวังใหม่ของตลาดหุ้นไทยอีกครั้ง หลังโครงการ “ไทยช่วยไทยพลัส” เตรียมเริ่มใช้จ่ายในสัปดาห์หน้า ส่งผลให้นักวิเคราะห์จับตาหุ้นกลุ่มที่เกี่ยวข้องกับการบริโภคและสินเชื่อรายย่อยอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะกลุ่มไฟแนนซ์ที่ในอดีตมักตอบรับเชิงบวกต่อมาตรการลักษณะนี้อย่างชัดเจน
ณัฐพล คำถาเครือ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ ฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์ บล.หยวนต้า (ประเทศไทย) ให้สัมภาษณ์กับ “กรุงเทพธุรกิจ” ว่า ประเด็นสำคัญที่ตลาดต้องติดตามในสัปดาห์หน้ากับการเริ่มต้นใช้จ่ายใน “โครงการ ไทยช่วยไทยพลัส” ซึ่งคาดว่า จะช่วยกระตุ้นกำลังซื้อภายในประเทศ และส่งผลเชิงบวกต่อหุ้นหลายกลุ่ม โดยเฉพาะกลุ่มไฟแนนซ์ที่มีความเชื่อมโยงกับการบริโภคของประชาชนโดยตรง
ทั้งนี้ จากสถิติในอดีตของโครงการ “คนละครึ่ง” พบว่า ในช่วงสัปดาห์แรกของมาตรการกระตุ้นการใช้จ่าย หุ้นในกลุ่มไฟแนนซ์มักตอบรับเชิงบวก และสามารถปรับตัวขึ้นเฉลี่ยราว 3-3.6% สะท้อนมุมมองของนักลงทุนที่เชื่อว่าการจับจ่ายที่เพิ่มขึ้น จะช่วยหนุนความต้องการสินเชื่อ รวมถึงคุณภาพพอร์ตลูกหนี้ในระยะถัดไป
สำหรับ หุ้นเด่นแนะนำ ในช่วงนี้ ได้แก่ TIDLOR และ JMT ซึ่งถูกมองว่า เป็นหุ้นที่มีโอกาสได้รับอานิสงส์โดยตรงจากกำลังซื้อที่ฟื้นตัว โดย TIDLOR มีจุดแข็งจากฐานลูกค้ารายย่อยทั่วประเทศ และมีโอกาสเห็นการใช้สินเชื่อเพิ่มขึ้น ขณะที่ JMT จะได้ประโยชน์จากภาพรวมคุณภาพหนี้ที่มีแนวโน้มดีขึ้น หากเศรษฐกิจและการบริโภคเริ่มฟื้นตัวอย่างต่อเนื่อง
ในทางกลับกัน หุ้น SAWAD แม้ยังอยู่ในกลุ่มที่ได้ประโยชน์จากมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจเช่นเดียวกัน แต่ทว่ายังแนะนำให้นักลงทุน “รอดูสถานการณ์” ไปก่อน เนื่องจากยังมีความเสี่ยงเกี่ยวกับการหลุดจากดัชนี SET50 ซึ่งอาจสร้างแรงกดดันต่อราคาหุ้นในระยะสั้นจากแรงขายของกองทุนที่อิงดัชนี
นอกจากนี้ ยังมีหุ้นในกลุ่มอาหารและเครื่องดื่มที่น่าสนใจ ได้แก่ SAPPE และ CBG ซึ่งคาดว่าจะได้รับแรงหนุนจากการบริโภคในประเทศที่ฟื้นตัวตามมาตรการรัฐ โดยเฉพาะกลุ่มสินค้าอุปโภคบริโภคที่มีโอกาสเห็นยอดขายเร่งตัวขึ้นในช่วงที่เม็ดเงินเริ่มไหลเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจมากขึ้น
อย่างไรก็ตาม แม้มาตรการ “ไทยช่วยไทยพลัส” อาจไม่ได้สร้างแรงกระตุ้นเศรษฐกิจขนาดใหญ่ในทันที แต่ถือเป็นปัจจัยบวกเชิงจิตวิทยาที่ช่วยสร้างความคึกคักให้กับตลาดหุ้นไทยในช่วงสั้น และอาจเป็นจุดเริ่มต้นของการฟื้นตัวในหุ้น Domestic Play ที่อิงกับกำลังซื้อภายในประเทศ





