วันจันทร์ ที่ 31 สิงหาคม 2569

Login
Login

ส.อ.ท.ถก 'เอกนัฏ' กลุ่มโรงกลั่น ยันน้ำมันเพียงพอ ไม่กระทบประชาชน

"ส.อ.ท." หารือ "เอกนัฏ" เดินหน้าแนวทางพลังงาน เสริมความมั่นคง กลุ่มอุตโรงกลั่นฯ ยันน้ำมันเพียงพอ ไม่กระทบประชาชน

คณะผู้บริหารสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) นำโดย นางพิมพ์ใจ ลี้อิสสระนุกูล ประธาน ส.อ.ท. พร้อมคณะผู้บริหารสถาบันพลังงานเพื่ออุตสาหกรรม ส.อ.ท.เข้าพบหารือกับนายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน เมื่อวันที่ 29 พ.ค.2569

เพื่อแลกเปลี่ยนมุมมองและข้อเสนอด้านพลังงานของประเทศ ท่ามกลางความผันผวนของเศรษฐกิจโลก ภูมิรัฐศาสตร์และการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงาน (Energy Transition

นางพิมพ์ใจ ลี้อิสสระนุกูล ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) ชี้แจงวิสัยทัศน์และนโยบายของ ส.อ.ท. โดยนโยบายการบริหารงาน วาระปี 2569–2571 อยู่ภายใต้กรอบยุทธศาสตร์ “5I” เพื่อยกระดับขีดความสามารถการแข่งขันของภาคอุตสาหกรรมไทย และสร้างการเติบโตอย่างสมดุลในระยะยาว ประกอบด้วย

Intelligent Industry, Innovation & Creative Industry, International Alliance & Network, Industrial Infrastructure Reform และ Inclusive & Sustainable Growth 

ทั้งนี้ ในบรรดายุทธศาสตร์ทั้ง 5 ด้าน ทั้งกระทรวงพลังงานและ ส.อ.ท.ต่างเห็นตรงกันว่า “พลังงาน” เป็นปัจจัยพื้นฐานที่เชื่อมโยงทุกมิติของการพัฒนา ไม่ว่าจะเป็นการลงทุน การผลิต การใช้เทคโนโลยีสมัยใหม่ การพัฒนาอุตสาหกรรมดิจิทัล

ตลอดจนการขับเคลื่อนประเทศสู่เป้าหมายการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ (Net Zero) จึงจำเป็นต้องเร่งดำเนินการปฏิรูปภาคพลังงานควบคู่ไปกับการยกระดับภาคอุตสาหกรรมไทยในทุกมิติ

ส.อ.ท.ถก 'เอกนัฏ' กลุ่มโรงกลั่น ยันน้ำมันเพียงพอ ไม่กระทบประชาชน

นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน แสดงความเชื่อมั่นว่า กระทรวงพลังงานและสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย จะทำงานร่วมกันใกล้ชิดร่วมกันขับเคลื่อนภาคพลังงานและภาคอุตสาหกรรมของประเทศให้เติบโตพร้อมกัน

นายเอกนัฏ กล่าวว่า แม้ปัจจุบันจะเข้ามารับผิดชอบงานด้านพลังงานโดยตรง แต่การดำเนินงานทุกด้านเชื่อมโยงกับภาคอุตสาหกรรมอย่างแยกไม่ออก เนื่องจากพลังงานเป็นปัจจัยสำคัญในการดึงดูดการลงทุน สร้างมูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจ และยกระดับขีดความสามารถการแข่งขันของประเทศ ซึ่งเป็นความหวังสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยระยะยาว

มีหลายประเด็นที่กระทรวงพลังงานต้องการเร่งผลักดันร่วมกับภาคอุตสาหกรรม โดยเฉพาะเรื่องความมั่นคงทางพลังงาน (Energy Security) ซึ่งเป็นปัจจัยพื้นฐานสำคัญต่อการพัฒนาเศรษฐกิจ การสร้างความเชื่อมั่นให้แก่นักลงทุน และการเพิ่มมูลค่าให้กับระบบเศรษฐกิจไทยในอนาคต

ในการหารือครั้งนี้ นายมงคล เฮงโรจนโสภณ ประธานสถาบันพลังงานเพื่ออุตสาหกรรม ส.อ.ท. ได้สะท้อนมุมมองว่า พลังงานในปัจจุบันไม่ใช่เพียงต้นทุนของภาคอุตสาหกรรม แต่เป็นปัจจัยเชิงยุทธศาสตร์ที่เกี่ยวข้องกับความสามารถในการแข่งขันของประเทศ ความมั่นคงทางพลังงาน และการพัฒนาเศรษฐกิจในระยะยาว

ส.อ.ท.ถก 'เอกนัฏ' กลุ่มโรงกลั่น ยันน้ำมันเพียงพอ ไม่กระทบประชาชน

ทั้งนี้ ภาคอุตสาหกรรม เห็นว่า ประเทศไทยควรมีแนวทาง “Pragmatic Energy Transition” ที่เหมาะสมกับบริบทของประเทศ โดยรักษาสมดุลระหว่างความมั่นคงทางพลังงาน (Energy Security) ความสามารถในการแข่งขัน (Competitiveness) การเข้าถึงพลังงานในต้นทุนที่เหมาะสม (Affordability) และความยั่งยืน (Sustainability) ไปพร้อมกัน

นอกจากนี้ ยังได้มีการหารือในประเด็นที่เกี่ยวข้องกับการเปิดให้เอกชนเข้าถึงพลังงานสะอาด ผ่าน Direct PPA การส่งเสริมพลังงานชีวภาพและพลังงานสะอาด การพัฒนา Smart Grid และระบบกักเก็บพลังงาน รวมถึงแนวทางเพิ่ม Flexibility ในการบริหารระบบพลังงานของประเทศ

"ภาคอุตสาหกรรมยืนยันความพร้อมในการทำงานร่วมกับกระทรวงพลังงานอย่างใกล้ชิด เพื่อร่วมกันพัฒนาระบบพลังงานที่มั่นคง แข่งขันได้ และรองรับอนาคตของประเทศไทย"

ในส่วนของภาคอุตสาหกรรมโรงกลั่นน้ำมันปิโตรเลียม นางรุ่งนภา จันทร์ชูเกียรติ ประธานกลุ่มอุตสาหกรรมโรงกลั่นน้ำมันปิโตรเลียม ส.อ.ท.สะท้อนสถานการณ์การดำเนินงานของ ภาคโรงกลั่น (Operational situation) ที่เกี่ยวข้องกับการบริหารสมดุลห่วงโซ่อุปทานด้านพลังงานภายใต้ภาวะความผันผวนของอุปสงค์ (Demand) และตลาดด้านพลังงาน (Energy market) โดยยืนยันว่าประเทศไทยมีปริมาณน้ำมันเพียงพอต่อความต้องการใช้ และวางแผนบริหารจัดการสำรองน้ำมันรอบด้าน

ปัจจุบัน กลุ่มฯ โรงกลั่นฯ วางแผนจัดหาน้ำมันดิบรองรับการผลิตล่วงหน้าเต็มที่ พร้อมปรับกลยุทธ์กระจายแหล่งจัดหาวัตถุดิบ โดยลดพึ่งน้ำมันดิบจากตะวันออกกลางและเพิ่มความหลากหลายแหล่งนำเข้า เพื่อสร้างความมั่นคงด้านพลังงานและลดความเสี่ยงจากสถานการณ์ภูมิรัฐศาสตร์โลก 

ทั้งนี้ กลุ่มโรงกลั่นฯ พร้อมให้ความร่วมมืออย่างใกล้ชิดกับภาครัฐในการรักษาเสถียรภาพของระบบพลังงาน การบริหารจัดการปริมาณสำรองน้ำมัน และการดูแลความมั่นคงด้านพลังงานและเคมีภัณฑ์ของประเทศอย่างต่อเนื่อง โดยกลุ่มโรงกลั่นฯ เดินหน้าจัดหาน้ำมันดิบรองรับกำลังการผลิตอย่างเต็มที่

นายเอกนัฏ กล่าวว่า การดำเนินมาตรการต่าง ๆ จะพิจารณารอบคอบทุกมิติ เพื่อไม่ให้กระทบเสถียรภาพด้านพลังงานของประเทศ

พร้อมย้ำว่า การบริหารจัดการพลังงานในปัจจุบันไม่ใช่เพียงการป้องกันภาวะขาดแคลนเท่านั้น แต่ยังรวมถึงการสร้างความเชื่อมั่นให้แก่ประชาชน ภาคธุรกิจ และนักลงทุนว่า ประเทศไทยมีระบบบริหารจัดการพลังงานที่มั่นคง มีประสิทธิภาพ และรองรับความผันผวนที่อาจเกิดขึ้นได้ทันที