วันเสาร์ ที่ 14 มีนาคม 2569

Login
Login

'กลุ่มโรงกลั่น' ยันน้ำมันไม่ขาด กาง 4 กลยุทธ์รับมือวิกฤติพลังงาน

'กลุ่มโรงกลั่น' ยันน้ำมันไม่ขาด กาง 4 กลยุทธ์รับมือวิกฤติพลังงาน

กลุ่มอุตสาหกรรมโรงกลั่นน้ำมันปิโตรเลียม (ส.อ.ท.) แจงข้อเท็จจริง แผนรับมือวิกฤติตะวันออกกลาง เดินหน้าจัดน้ำมันเสริมความมั่นคงด้านพลังงานประเทศต่อเนื่อง ยันปริมาณน้ำมันสำรองมีเพียงพอ พร้อมปรับแผนบริหารจัดหาน้ำมันดิบนอกเส้นทางขนส่งในตะวันออกกลาง ป้อนเข้าโรงกลั่นทุกแห่งได้อย่างต่อเนื่อง ร่วมมือรัฐติดตามสถานการณ์ใกล้ชิด 

รายงานข่าวจากกลุ่มโรงกลั่นน้ำมันปิโตรเลียม สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย(ส.อ.ท.) ได้รายงานสรุปข้อเท็จจริงเกี่ยวกับ สถานการณ์ความมั่นคงด้านพลังงาน โดยเฉพาะใน “การจัดหาน้ำมันเชื้อเพลิง” ให้เพียงพอต่อความต้องการใช้ในประเทศ ภายใต้ความไม่แน่นอนของราคาน้ำมันตลาดโลกที่มีแนวโน้มสูงขึ้น ที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ความไม่สงบในตะวันออกกลาง โดยกลุ่มฯโรงกลั่นฯในฐานะผู้ประกอบกิจการกลั่นและจำหน่ายผลิตภัณฑ์ปิโตรเลียมหลักของประเทศ ได้ติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิดในประเด็นต่างๆ เพื่อไม่ให้เกิดความสับสนและความเข้าใจผิดในการบริหารจัดการด้านพลังงานของประเทศใน 4 กลยุทธ์ ได้แก่

1.ปริมาณน้ำมันสำรองระดับประเทศมีเพียงพอรองรับการใช้งาน 2.การดำเนินการเชิงรุกด้านการขนส่งทางเรือ 3.การจัดหาน้ำมันดิบอย่างต่อเนื่องท่ามกลางความผันผวน และ4.ความร่วมมืออย่างใกล้ชิดกับภาครัฐ เพื่อดูแลความมั่นคงด้านพลังงานของประเทศ 

ทั้งนี้ ในการสำรองน้ำมันของไทยยืนยันว่า มีเพียงพอรองรับการใช้ในประเทศ โดยปัจจุบันประเทศไทยมีปริมาณน้ำมันสำรองทั้งที่มีอยู่ในประเทศและอยู่ระหว่างการขนส่ง สอดคล้องกับรอบการจัดหาและรอบการผลิตใหม่ ทำให้ระบบการผลิตและจัดส่งน้ำมันสามารถดำเนินการได้อย่างต่อเนื่อง เพื่อให้ปริมาณน้ำมันมีเพียงพอต่อความต้องการใช้อย่างมีประสิทธิภาพ

ส่วนด้านการขนส่งทางเรือเป็นการทำงานเชิงรุก แม้ว่าสถานการณ์โลกอาจส่งผลกระทบต่อเส้นทางเดินเรือหลักอย่าง "ช่องแคบฮอร์มุซ" (ซึ่งเป็นทางผ่านของน้ำมันดิบประมาณ 20% ของโลก) 

แต่กลุ่มฯ โรงกลั่นฯ จัดทำแผนสำรองในการปรับเปลี่ยนแหล่งจัดหาไว้แล้ว โดยสามารถจัดหาน้ำมันดิบจากแหล่งอื่นที่ไม่ได้ผ่านเส้นทางดังกล่าว เช่น ทวีปแอฟริกา ทวีปอเมริกา เป็นต้น เพื่อป้องกันมิให้เกิดภาวะขาดแคลนน้ำมันดิบเข้าสู่ระบบการกลั่น ควบคู่ไปกับการจัดหาน้ำมันดิบอย่างต่อเนื่อง ท่ามกลางความผันผวนของภาวะตลาดพลังงานที่มีผลต่อต้นทุน ด้านต่างๆ ปรับตัวสูงขึ้น ไม่ว่าจะเป็นค่าพรีเมียมน้ำมันดิบ (Crude Premium) ค่าขนส่งทางเรือ (Freight) และค่าประกันภัย แต่กลุ่มฯ โรงกลั่นฯ ยังคงเดินหน้าจัดซื้อน้ำมันดิบล่วงหน้าและเดินเครื่องการผลิต เพื่อให้มั่นใจว่าจะมีน้ำมันเชื้อเพลิง รองรับความต้องการใช้ในประเทศเพียงพออย่างแน่นอน 

ในภาวะวิกฤติครั้งนี้กลุ่มฯ โรงกลั่นฯ ได้ร่วมมืออย่างใกล้ชิดกับภาครัฐ เพื่อดูแลความมั่นคงด้านพลังงานของประเทศ เพื่อเฝ้าติดตามสถานการณ์และรักษาเสถียรภาพทางพลังงานให้ประชาชนและภาคอุตสาหกรรมมีน้ำมันเชื้อเพลิงใช้อย่างเพียงพอในทุกสถานการณ์ 

ปัจจุบันประเทศไทยมีปริมาณน้ำมันในระบบที่สามารถรองรับการใช้งานได้ประมาณ 65 วัน และ กลุ่มฯ โรงกลั่นฯ ยังมีการจัดซื้อน้ำมันดิบ เพื่อนามาผลิตต่อเนื่องอีกกว่า 30 วัน ส่งผลให้เมื่อรวมทั้งหมดแล้ว ประเทศไทยมีน้ำมันเพียงพอต่อการใช้งานประมาณ 95 วัน ทั้งนี้ กลุ่มฯ โรงกลั่นฯ ยังคงดำเนินการจัดหาน้ำมันดิบอย่างต่อเนื่อง เพื่อสร้างเสถียรภาพทางพลังงานให้กับประเทศในระยะยาว