สำนักงานสลากฯ ระบุรับข้อเสนอ กมธ.คุ้มครองผู้บริโภค ศึกษาความเป็นไปได้เพิ่มเงินรางวัลสลาก ชี้ต้องแก้กฎหมายขยับสัดส่วนจัดสรรเงินรางวัล หรือเพิ่มราคาขายสลาก
KEY POINTS
- มีข้อเสนอให้ปรับเพิ่มเงินรางวัลที่ 1 ของสลากกินแบ่งรัฐบาลจาก 6 ล้านบาท เป็น 10 ล้านบาท
- สำนักงานสลากฯ ชี้แจงว่าการปรับเพิ่มเงินรางวัลไม่สามารถทำได้ทันที เนื่องจากติดข้อจำกัดทางกฎหมายที่กำหนดสัดส่วนเงินรางวัลไว้ที่ 60% ของราคาจำหน่าย
- แนวทางที่เป็นไปได้ในการเพิ่มเงินรางวัลคือ การแก้ไข พ.ร.บ. สำนักงานสลากฯ หรือพิจารณาปรับขึ้นราคาขายสลากให้สูงกว่า 80 บาท
จากกรณีที่คณะกรรมาธิการการคุ้มครองผู้บริโภค ได้เสนอแนวทางผลักดันให้มีการปรับเพิ่มเงินรางวัลสลากกินแบ่งรัฐบาล เพื่อตอบสนองข้อร้องเรียนของประชาชนที่สะท้อนว่าไม่มีการปรับเพิ่มเงินรางวัลมานานกว่า 10 ปี โดยข้อเสนอดังกล่าวครอบคลุมการเพิ่มรางวัล เลขท้าย 2 ตัว จาก 2,000 บาท เป็น 5,000 บาท รางวัล เลขท้าย 3 ตัว จาก 4,000 บาท เป็น 10,000 บาท และที่ฮือฮาที่สุดคือ การขยับรางวัลที่ 1 จาก 6 ล้านบาท พุ่งขึ้นเป็น 10 ล้านบาทนั้น
พลโทหนุน ศันสนาคม ผู้อำนวยการสำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล (GLO) เปิดเผยว่า สำนักงานสลากฯ มีความยินดี และพร้อมที่จะรับฟังทุกข้อเสนอจากทุกภาคส่วน อย่างไรก็ตาม ในมิติของการบริหารจัดการ และนโยบายขององค์กร การพิจารณาปรับเพิ่มเงินรางวัลตามข้อเสนอนั้น ไม่สามารถใช้อำนาจของสำนักงานสลากฯ ดำเนินการได้ทันที เนื่องจากมีข้อเท็จจริง และข้อจำกัดทางกฎหมาย
พลโทหนุน กล่าวเพิ่มเติมว่า โครงสร้างการจัดสรรเงินรางวัลตามพระราชบัญญัติสำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล ได้กำหนดสัดส่วนการจ่ายเงินรางวัลไว้ที่ 60% ของราคาจำหน่าย สำหรับสลาก L6 ราคา 80 บาท เมื่อหักเข้ากองทุนเงินรางวัล 60% คิดเป็น 48 บาทต่อใบ
ดังนั้น หากต้องการปรับโครงสร้างเงินรางวัลให้สูงขึ้นตามที่ กมธ. เสนอ ก็มี 2 ทางเลือก คือ 1. เสนอแก้ไข พ.ร.บ. สำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล ซึ่งจะเป็นการรื้อโครงสร้าง และเปลี่ยนแปลงสัดส่วนการจัดสรรเงินรางวัลใหม่ทั้งหมด และ 2. การพิจารณาปรับเพิ่มราคาจำหน่ายสลากให้สูงกว่า 80 บาท เพื่อดันฐานรายได้ให้ใหญ่ขึ้น
ผู้อำนวยการสำนักงานสลากฯ ย้ำจุดยืนว่า สำนักงานสลากฯ รับฟังทุกข้อคิดเห็น ทั้งนี้ การจะตัดสินใจว่าทำได้หรือไม่ได้ หรือการปรับเปลี่ยนโครงสร้างจะมีประโยชน์ต่อส่วนรวมมากน้อยเพียงใด ถือเป็นประเด็นละเอียดอ่อนที่ต้องนำไปพิจารณาอย่างรอบคอบ และรัดกุมที่สุด
หนุนผู้ค้าสลากใบเข้าสู่ระบบดิจิทัล
นอกจากนี้ สำนักงานสลากฯ มีแนวทางการดูแล และผลักดันให้ตัวแทนจำหน่ายสลากแบบใบดั้งเดิม ทยอยปรับตัว และเปลี่ยนผ่านเข้าสู่ระบบการจำหน่าย สลากดิจิทัล L6 มากขึ้น เพื่อลดการจำหน่ายสลากเกินราคา อีกทั้ง ประเมินว่าในอนาคตพฤติกรรมของผู้บริโภคจะก้าวเข้าสู่สังคมดิจิทัลอย่างเต็มรูปแบบ ผู้ซื้อต้องการความสะดวกสบายในการซื้อผ่านระบบ ทำให้ผู้ค้าสลากแบบใบอาจประสบปัญหาขายได้ยากขึ้นในระยะยาว
ทั้งนี้ เพื่อเป็นการจูงใจ และดูแลตัวแทนจำหน่ายกลุ่มนี้ ทางสำนักงานสลากฯ จึงได้ใช้นโยบายให้สิทธิพิเศษ โดยผู้ค้าสลากแบบใบที่ย้ายเข้ามาอยู่ในระบบ L6 ดิจิทัล จะได้รับการพ่วงสิทธิในการเป็นตัวแทนจำหน่าย สลากตัวเลข 3 หลัก (N3) ควบคู่ไปด้วย
เปิดโครงสร้างรายได้จูงใจผู้ค้า
การได้สิทธิพ่วงสลาก N3 จะช่วยเพิ่มรายได้ให้กับผู้ค้า โดยไม่ต้องใช้เงินลงทุนล่วงหน้า
- รายได้จากสลาก N3 ปัจจุบันตัวแทนจะได้รับโควตาจำหน่ายสลาก N3 งวดละ 2,000 รายการ โดยจะได้ส่วนแบ่งกำไรรายการละ 2 บาท หากขายหมดโควตาใน 1 งวด จะได้เงิน 4,000 บาท และเมื่อรวม 2 งวด (1 เดือน) จะมีรายได้เสริมจากส่วนนี้ถึง 8,000 บาทต่อเดือน
- รายได้รวมต่อเดือน เมื่อนำรายได้จากสลาก N3 ไปรวมกับกำไรหลักจากการขายสลาก L6 ดิจิทัลในราคา 80 บาท โควตางวดละ 5 เล่ม รวม 2 งวดเป็น 10 เล่มต่อเดือน กำไร 9,600 บาท จะส่งผลให้ตัวแทนจำหน่ายที่เข้าสู่ระบบดิจิทัลอย่างเต็มตัว มีโอกาสทำรายได้รวมสูงสุดถึงประมาณ 17,600 บาทต่อเดือน
พิสูจน์อักษร....สุรีย์ ศิลาวงษ์





