คลัง เผยยอดจำหน่ายสลาก N3 ทุบสถิติใหม่ 5.5 ล้านใบ สั่งปรับเพิ่มเพดานสู่ 6 ล้านใบรองรับดีมานด์พุ่ง พร้อมหั่นโควตาสลากใบเติมสล็อตดิจิทัล มุ่งเป้าปีนี้ปั้นยอด N3 ทะลุ 10 ล้านใบ
นายลวรณ แสงสนิท ปลัดกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า การจำหน่ายสลากเลขสามหลัก หรือ N3 ได้รับการตอบรับจากประชาชนอย่างท่วมท้น โดยงวดล่าสุดสามารถจำหน่ายได้หมด พร้อมสร้างสถิติยอดจำหน่ายสูงสุดเป็นประวัติการณ์ที่ 5.5 ล้านใบ
โดยใน งวดวันที่ 16 เม.ย. นี้ สำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล ได้ตัดสินใจปรับเพิ่มเพดานการจำหน่ายสลาก N3 ขึ้นสู่ระดับ 6 ล้านใบ เพื่อตอบสนองความต้องการของประชาชนที่ขยายตัวอย่างต่อเนื่อง
อย่างไรก็ดี สำนักงานสลากฯ ยังคงยึดหลักการบริหารจัดการอย่างระมัดระวัง โดยมีการติดตามแนวโน้มราคาและปริมาณอย่างรอบคอบ เพื่อไม่ให้เกิดผลกระทบต่อกลุ่มผู้ค้าสลากแบบดั้งเดิมและสลากดิจิทัล
ซึ่งการปรับเพิ่มจำนวนในแต่ละครั้งจะเป็นไปอย่างค่อยเป็นค่อยไป สอดคล้องกับความต้องการของตลาดและคำนึงถึงผลกระทบต่อสังคมเป็นหลัก
สำหรับทิศทางในปีนี้ นายลวรณ ระบุว่าสำนักงานสลากฯ ได้วางเป้าหมายเชิงรุกในการขยายยอดจำหน่ายสลาก N3 ให้เข้าถึงระดับ 10 ล้านใบ โดยปัจจุบันโครงข่ายผู้ค้าสลาก N3 มีจำนวนทั้งสิ้น 20,000 ราย ซึ่งมีการกำหนดโควตาการขายไว้ไม่เกินคนละ 2,000 ใบต่องวด ซึ่งถือเป็นระดับที่เหมาะสมและเพียงพอต่อการกระจายสินค้าในปัจจุบัน
นอกจากนี้ การปรับโครงสร้างสลากประเภทอื่นว่า ล่าสุดได้มีการปรับลดจำนวนสลากกินแบ่งรัฐบาลแบบใบลง 1 ล้านใบ จากเดิม 78 ล้านใบ เหลือ 77 ล้านใบ โดยนำโควตาดังกล่าวไปเพิ่มในส่วนของสลากดิจิทัลแทน ส่งผลให้ปัจจุบันมีสลากดิจิทัลยืนพื้นอยู่ที่ 28 ล้านใบ และสามารถเติมระหว่างงวดได้อีก 2 ล้านใบ รวมเป็น 30 ล้านใบ
เมื่อคำนวณสลากทุกประเภทรวมกันจะมีปริมาณหมุนเวียนในระบบงวดละ 105–107 ล้านใบ ซึ่งเป็นตัวเลขที่ผ่านการประเมินแล้วว่าเหมาะสม ไม่ก่อให้เกิดมอมเมาเกินไปและประชาชนยังเข้าถึงได้ง่าย
รายงานข่าวเพิ่มเติม ระบุว่า หากสลากดิจิทัลสามารถจำหน่ายได้หมดเกลี้ยงติดต่อกัน 3 งวด สำนักงานสลากฯ เตรียมพิจารณาขยับเพดานสลากดิจิทัลเพิ่มเป็น 29 ล้านใบ และสำรองระหว่างงวดอีก 1 ล้านใบ รวมเป็น 30 ล้านใบ
พร้อมกับปรับลดสลากแบบใบลงเหลือ 75 ล้านใบ ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงยุทธศาสตร์การเปลี่ยนผ่านเข้าสู่ระบบดิจิทัลอย่างเต็มรูปแบบ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการบริหารจัดการและแก้ปัญหาราคาสลากในระยะยาว





