“พิพัฒน์” หารือร่วมรัฐวิสาหกิจยักษ์ใหญ่จากจีน เผยมีแผนจัดตั้งบริษัท POWERCHINA (Thailand) Co., Ltd. เพื่อสนับสนุนการลงทุน และแหล่งเงินทุนดอกเบี้ยต่ำ พร้อมประกาศเดินหน้าร่วมชิง 7 เมกะโปรเจกต์เร่งด่วน ทั้งรถไฟทางคู่สายใต้ ไฮสปีดไทย-จีน ทางด่วนภูเก็ต และสนามบินแห่งใหม่ ตอกย้ำไทยยังเป็นหมุดหมายสำคัญทางการลงทุน
นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เปิดเผยว่า วันนี้ (27 พ.ค.69) ได้ต้อนรับนายหยาง เจียง (Mr. Yang Jian) รองประธานภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก บริษัท Powerchina International Group Limited และประธานกรรมการบริษัท Sinohydro Thailand พร้อมคณะผู้บริหารระดับสูง เพื่อหารือแนวทางการร่วมลงทุนในโครงการโครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคมขนส่ง โดยมีเป้าหมายพลิกโฉมระบบขนส่งของไทยให้ครอบคลุม สะดวก ปลอดภัย และขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยสู่การเป็นศูนย์กลางของภูมิภาค
สำหรับบริษัท Powerchina ซึ่งเป็นรัฐวิสาหกิจขนาดใหญ่ของจีน ได้แสดงความเชื่อมั่นในศักยภาพของประเทศไทย โดยมีแผนจัดตั้งบริษัท POWERCHINA (Thailand) Co., Ltd. เพื่อสนับสนุนการลงทุนอย่างเต็มรูปแบบ และพร้อมเสนอเงื่อนไขการร่วมทุน (Joint Venture) กับบริษัทไทย รวมถึงการสนับสนุนแหล่งเงินทุนดอกเบี้ยต่ำ เนื่องจากบริษัทได้รับการสนับสนุน และถือหุ้นโดยรัฐบาลจีน 100%
ทั้งนี้ที่ผ่านมา Powerchina มีผลงานในประเทศไทยมูลค่ารวมกว่า 5,000 ล้านดอลลาร์ ใน 15 โครงการใหญ่ ทั้งด้านพลังงาน และโครงสร้างพื้นฐาน เช่น รถไฟฟ้าใต้ดินสายสีน้ำเงิน และสายสีเขียว โดยจุดเด่นที่สำคัญคือ สถิติอุบัติเหตุเป็นศูนย์ (Zero Accident) ซึ่งสอดคล้องกับนโยบายของกระทรวงคมนาคมที่เน้นย้ำเรื่องความปลอดภัยสูงสุด
ขณะเดียวกัน ระหว่างการหารือครั้งนี้ Powerchina ได้แสดงความสนใจเข้าร่วมลงทุนใน 7 โครงการสำคัญของกระทรวงคมนาคม ซึ่งจะมีการผลักดันเร่งด่วนภายในรัฐบาลนี้ เพื่อยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ ประกอบด้วย
- โครงการรถไฟทางคู่สายใต้ ช่วงชุมพร-สุราษฎร์ธานี, สุราษฎร์ธานี-หาดใหญ่, หาดใหญ่-ปาดังเบซาร์
- โครงการอุโมงค์กะทู้-ป่าตอง จ.ภูเก็ต
- โครงการรถไฟความเร็วสูง ระยะที่ 2 ช่วงนครราชสีมา-หนองคาย
- โครงการพัฒนาท่าอากาศยานล้านนา
- โครงการพัฒนาท่าอากาศยานอันดามัน
- โครงการพัฒนาท่าอากาศยานดอนเมือง ระยะที่ 3
- โครงการก่อสร้างส่วนขยายอาคารผู้โดยสารท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ
ด้านนายชยธรรม์ พรหมศร ปลัดกระทรวงคมนาคม กล่าวว่า ในระหว่างการหารือครั้งนี้ได้พูดถึงโอกาสในการขนส่งสินค้า และการท่องเที่ยวจากโครงการรถไฟความเร็วสูงไทย-ลาว-จีน ขึ้นมาหารือเชิงลึก เพื่อให้เดินหน้า และเกิดประโยชน์สูงสุดต่อประชาชน โดยได้ร่วมแลกเปลี่ยนความเห็น และชื่นชมศักยภาพของ Powerchina ที่เคยมีบทบาทสำคัญทั้งในฐานะผู้ลงทุน และผู้ก่อสร้างโครงการรถไฟความเร็วสูง ซึ่งทาง Powerchina รับข้อเสนอเพื่อนำไปหารือในรายละเอียดกับรัฐบาลของทั้งสองประเทศต่อไป
ทั้งนี้การหารือเชิงรุกที่เกิดขึ้นนั้น สะท้อนให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของกระทรวงคมนาคม ที่เปิดโอกาสให้ผู้ลงทุนจากต่างชาติเพื่อพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน มุ่งเน้นมาตรฐานความปลอดภัย และเดินหน้าโครงการระดับชาติอย่างรถไฟความเร็วสูงให้สำเร็จเป็นรูปธรรม เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิต ลดต้นทุนด้านโลจิสติกส์ และสร้างโอกาสทางเศรษฐกิจให้แก่พี่น้องประชาชนชาวไทยอย่างยั่งยืน
พิสูจน์อักษร....สุรีย์ ศิลาวงษ์

