วันจันทร์ ที่ 31 สิงหาคม 2569

Login
Login

สัญญาณเตือนตลาดแรงงานไทย ว่างงานระยะยาวพุ่ง 27% สศช. ชี้ AI - EV จ่อดิสรัปต์คนทำงานนับล้าน

สศช.ผู้มีงานทำในไตรมาสแรกของปี 2569 จะดูเหมือนขยายตัว แต่สภาพัฒน์ฯ กลับส่งสัญญาณเตือนให้เฝ้าระวัง หลังอัตราการว่างงานขยับสูงขึ้นแตะ 0.94% โดยเฉพาะกลุ่มคนว่างงานเกิน 1 ปีที่พุ่งกระฉูดถึง 27% ท่ามกลางมรสุมความเปลี่ยนแปลงระดับโลก ทั้งการมาของ Gen AI ที่จ่อแทนที่มนุษย์กว่า 2.2 ล้านตำแหน่ง และการเปลี่ยนผ่านสู่ยุค EV ที่สะเทือนอุตสาหกรรมชิ้นส่วนยานยนต์ไทย ทางรอดเดียวคือการอัปสกิลสู่การเป็น "ผู้บริหารจัดการ AI

KEY POINTS

  • สศช. เผยสถานการณ์แรงงานไตรมาส 1/2569 น่ากังวล โดยผู้ว่างงานระยะยาว (เกิน 1 ปี) พุ่งสูงขึ้นถึง 27%
  • การเข้ามาของเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) คาดว่าจะส่งผลกระทบต่อแรงงานไทย 8.7 ล้านคน โดย 2.2 ล้านคนมีความเสี่ยงสูงที่จะถูกทดแทนตำแหน่งงาน
  • การเปลี่ยนผ่านสู่อุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้า (EV) อาจทำให้แรงงานในกลุ่มผลิตชิ้นส่วนเครื่องยนต์สันดาปกว่า 1.1 แสนคนต้องย้ายงานหรือออกจากระบบ

นายดนุชา พิชยนันท์ เลขาธิการสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) แถลงภาวะสังคมไทยไตรมาสที่ 1 ปี 2569 โดยในส่วนของสถานการณ์แรงงานว่าสถานการณ์การจ้างงานในภาพรวมจะมีแนวโน้มปรับตัวดีขึ้นจากการขยายตัวของภาคเกษตรกรรมและภาคบริการ แต่มีสัญญาณที่ต้องเฝ้าระวังจากการที่อัตราการว่างงานปรับตัวสูงขึ้นในไตรมาสที่ผ่านมา

โดยรายละเอียดสถานการณ์แรงงานที่สำคัญได้แก่ ตัวเลขการจ้างงานและการว่างงาน ในไตรมาสที่ 1 ปี 2569 มีผู้มีงานทำจำนวน 41.2 ล้านคน เพิ่มขึ้น 4.6% จากปีก่อนหน้า อย่างไรก็ตาม อัตราการว่างงานขยับขึ้นมาอยู่ที่ 0.94% หรือคิดเป็นจำนวนผู้ว่างงาน 3.9 แสนคน ซึ่งเพิ่มขึ้นจาก 0.88% ในช่วงเดียวกันของปีก่อน และ 0.70% ในไตรมาสที่ผ่านมา

โดยการว่างงานที่น่ากังวลอยู่ในกลุ่มผู้ว่างงานส่วนใหญ่เป็นกลุ่มที่เคยทำงานมาก่อนขณะที่กลุ่มผู้ว่างงานระยะยาว (ว่างงานเกิน 1 ปี) มีจำนวนเพิ่มขึ้นถึง 27% นอกจากนี้จำนวนผู้เสมือนว่างงานยังเพิ่มขึ้น 3% โดยเฉพาะในกลุ่มcแรงงานนอกภาคเกษตรกรรม ส่วนการว่างงานแฝง มีแนวโน้มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะในภาคเกษตรกรรมและแรงงานที่มีการศึกษาไม่สูง ซึ่งในปี 2568 มีจำนวนเพิ่มขึ้นถึงร้อยละ 17.8

 

นายดนุชากล่าวต่อว่ายังมีประเด็นการว่างงานในอนาคตที่น่าจับตา เป็นผลมาจากปัจจัยเสี่ยงและผลกระทบจากเทคโนโลยี โดยการเข้ามาของปัญญาประดิษฐ์ (AI) โดยจากการศึกษาสภาพัฒน์ระบุว่าแรงงานไทยกว่า 8.7 ล้านคนได้รับผลกระทบจาก Generative AI (Gen AI) โดยในจำนวนนี้มี 2.2 ล้านคนที่มีความเสี่ยงสูงที่จะถูก AI เข้ามาทดแทนงาน (Task Replacement) ส่วนใหญ่เป็นงานที่มีลักษณะทำซ้ำหรือมีแบบแผนตายตัว เช่น พนักงานบัญชี เสมียน และโปรแกรมเมอร์

นอกจากนั้นในเรื่องการเปลี่ยนผ่านของอุตสาหกรรมยานยนต์ โดยเฉพาะการเปลี่ยนผ่านสู่รถยนต์ไฟฟ้า (EV) ทำให้แรงงานในกลุ่มผลิตชิ้นส่วนเครื่องยนต์สันดาปมีความเสี่ยงที่จะต้องโยกย้ายงานหรือออกจากระบบ โดยคาดว่าจะมีแรงงานกว่า 1.1 แสนคนหรือ 16.3% ในอุตสาหกรรมยานยนต์ ต้องย้ายไปทำงานในอุตสาหกรรมอื่นๆ

สำหรับข้อเสนอแนะเชิงนโยบายเลขาธิการ สศช. ได้เน้นย้ำถึงการเตรียมความพร้อมรับมือ ทั้งการเร่งช่วยเหลือแรงงานที่ได้รับผลกระทบจากความขัดแย้งในตะวันออกกลางผ่านการจับคู่จ้างงาน และรองรับค่าครองชีพที่จะสูงขึ้นจนไม่ทันกับรายได้ของแรงงานที่ไม่ได้ปรับตัวตามหรือลดลง รวมทั้งต้องยกระดับผลิตภาพเพื่อลดการว่างงานแฝง และการปรับบทบาทแรงงานทักษะสูงให้กลายเป็น "ผู้บริหารจัดการ AI" เพื่อความมั่นคงในอาชีพในอนาคต