วันจันทร์ ที่ 25 พฤษภาคม 2569

Login
Login

โครงสร้างพื้นฐานสู่เศรษฐกิจฮาลาล ไทยจับมือบาห์เรนรุกตลาดตะวันออกกลาง

โครงสร้างพื้นฐานสู่เศรษฐกิจฮาลาล  ไทยจับมือบาห์เรนรุกตลาดตะวันออกกลาง

ข้อมูลจากสถาบันวิจัยด้านเศรษฐกิจโลกอิสลาม Salaam Gateway ประเมินตลาดสินค้าฮาลาลของโลก ในปี 2567 มีมูลค่า 2.35 ล้านล้านดอลลาร์ ซึ่งกลุ่มสินค้าอาหารและเครื่องดื่มครองแชมป์ด้วยมูลค่า 1.38 ล้านล้านดอลลาร์ คิดเป็นสัดส่วน58.7% ของตลาดฮาลาลโลก

รองลงมา คือ สินค้าแฟชั่น มีสัดส่วน13.2% สื่อและสันทนาการ 11.5% การท่องเที่ยว 8.9% ยา 4.5% และเครื่องสำอาง 3.2 % ทั้งนี้ 

คาดการณ์ว่า ปี 2570 ตลาดสินค้าฮาลาลจะมีมูลค่า 3.10 ล้านล้านดอลลาร์ขยายตัวเฉลี่ย 9.7% ต่อปี โดยสินค้าอาหารและเครื่องดื่มฮาลาล มีมูลค่า 1.89 ล้านล้านดอลลาร์ หรือขยายตัวเฉลี่ย 11.0% ต่อปี

     The Global Halal Economy ที่กำลังสดใสท่ามกลางสถานการณ์ความไม่แน่นอนในด้านต่างๆทั่วโลก ทำให้ไทยต้องเร่งวางบทบาทตัวเองเพื่อเป็นผู้นำด้านเศรษฐกิจฮาลาล ซึ่งจะส่งต่อผลจากแรงขับเคลื่อนนี้มายังจีดีพีประเทศโดยรวม

     เมื่อเร็วๆนี้ พิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ให้การต้อนรับเคาะลีล ยะอ์กูบ อัลคัยยาฏ เอกอัครราชทูตราชอาณาจักรบาห์เรนประจำประเทศไทย ในโอกาสเข้าพบเพื่อหารือข้อราชการและกระชับความสัมพันธ์ทวิภาคีระหว่างไทยและบาห์เรนที่มีมาอย่างยาวนานเกือบ 50 ปี โดยมุ่งเน้นความร่วมมือด้านคมนาคมขนส่ง การพัฒนาเศรษฐกิจในพื้นที่ภาคใต้ และการยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนทั้งสองประเทศ

การหารือในครั้งนี้ทั้งสองฝ่ายได้ชื่นชมความสัมพันธ์อันแน่นแฟ้น ตั้งแต่สถาบันพระมหากษัตริย์จนถึงประชาชน โดยไทยได้กล่าวขอบคุณบาห์เรนที่ให้ความช่วยเหลือในการอพยพคนไทยจากตะวันออกกลางกลับประเทศอย่างปลอดภัย ในขณะที่บาห์เรนได้ขอบคุณรัฐบาลไทยที่ช่วยอำนวยความสะดวกในการต่ออายุวีซ่าให้ชาวบาห์เรนพำนักในไทยได้อย่างอุ่นใจ

นอกจากนี้ ทางบาห์เรนได้นำเสนอความร่วมมือด้านการคมนาคมขนส่งผ่านโครงการ “The Sea to Air Logistic Hub” ซึ่งบาห์เรนมีศักยภาพในการเป็นศูนย์กลางเชื่อมโยงการขนส่งสินค้าจากท่าเรือสู่สนามบินได้ภายในเวลาไม่ถึง 2 ชั่วโมง โดยกระทรวงคมนาคมได้รับมอบเอกสารข้อเสนอและมอบหมายให้ปลัดกระทรวงคมนาคมรับไปพิจารณาศึกษาเพื่อต่อยอดความร่วมมือด้านคมนาคมขนส่งและโลจิสติกส์ร่วมกันต่อไป

ในด้านการพัฒนาเศรษฐกิจระดับพื้นที่ นั้นไทยได้ย้ำในการหารือเชิงรุกถึง โครงการพัฒนานิคมอุตสาหกรรมจะนะ จังหวัดสงขลา เพื่อผลักดันให้เป็นศูนย์กลางอุตสาหกรรมฮาลาล (Halal Hub) ของภูมิภาค โดยมีเป้าหมายเพื่อสร้างงาน สร้างอาชีพ และสร้างรายได้ให้กับประชาชนในพื้นที่ 5 จังหวัดชายแดนภาคใต้

“ทางเอกอัครราชทูตบาห์เรนแสดงความยินดีและพร้อมให้การสนับสนุนอย่างเต็มที่ โดยเฉพาะการให้คำแนะนำด้านเทคโนโลยีการเพาะปลูกและสายพันธุ์ปศุสัตว์ที่เหมาะสม เพื่อให้พี่น้องชาวมุสลิมในพื้นที่สามารถผลิตวัตถุดิบคุณภาพสูงป้อนเข้าสู่นิคมอุตสาหกรรมฯ และส่งออกผลิตภัณฑ์อาหารฮาลาลไปยังกลุ่มประเทศมุสลิมในตะวันออกกลางได้โดยตรง”

ด้านการยกระดับการให้บริการด้านคมนาคมที่ครอบคลุมและเข้าใจวิถีชีวิตของประชาชน นายพิพัฒน์ ได้เปิดเผยถึงนโยบายใหม่ของกระทรวงคมนาคมในการอำนวยความสะดวกแก่ผู้โดยสารชาวมุสลิม โดยเตรียมจัดทำ “ตู้ละหมาดบนขบวนรถไฟ” สำหรับขบวนรถไฟทางไกลในเส้นทางสายใต้ ซึ่งจะมีการจัดพื้นที่แยกสัดส่วนสำหรับสุภาพบุรุษและสุภาพสตรีอย่างชัดเจน เพื่อให้พี่น้องชาวมุสลิมสามารถปฏิบัติศาสนกิจระหว่างการเดินทางได้อย่างสะดวกสบายและถูกต้องตามหลักศาสนา

ก่อนหน้านี้ เอกอัครราชทูตราชอาณาจักรบาห์เรนประจำประเทศไทย เข้าเยี่ยมคารวะ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ในโอกาสเข้ารับหน้าที่ สองฝ่ายยินดีต่อพัฒนาการความร่วมมือระหว่างกัน และเห็นพ้องที่จะส่งเสริมความร่วมมือในสาขาที่มีศักยภาพร่วมกัน โดยเฉพาะด้านการค้าและการลงทุน การท่องเที่ยวเชิงการแพทย์ และความมั่นคงทางอาหาร ซึ่งไทยมีความเชี่ยวชาญและความพร้อมในการขยายความร่วมมือ

ด้านการค้าและการลงทุน ทั้งสองฝ่ายยินดีผลักดันมูลค่าการค้าระหว่างกัน ส่งเสริมการลงทุนสองทาง และแสวงหาโอกาสใหม่ทางเศรษฐกิจร่วมกัน

“เอกอัครราชทูตบาห์เรนฯ ยินดีส่งเสริมการนำเข้าสินค้าไทย โดยบาห์เรนมีที่ตั้งใกล้กับซาอุดีอาระเบียและอีกหลายประเทศในตะวันออกกลางซึ่งเป็นตลาดขนาดใหญ่ จึงพร้อมเป็นประตูนำเข้าสินค้าไทยสู่ภูมิภาคตะวันออกกลางมากขึ้น”

ด้านการท่องเที่ยวและการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ ไทยนับเป็นจุดหมายปลายทางยอดนิยมของชาวบาห์เรน โดยเฉพาะด้านการรักษาพยาบาล ซึ่งในปี 2568 มีชาวบาห์เรนเดินทางมายังประเทศไทยจำนวนกว่า 3 หมื่นคน อย่างไรก็ดี ไทยยังคงต้องการส่งเสริมให้ชาวบาห์เรนเดินทางมารับบริการทางการแพทย์ในไทยเพิ่มมากขึ้น

ความสัมพันธ์ระหว่างไทยและบาห์เรน นับเป็นก้าวสำคัญที่จะทำให้ไทยเล่นบทนำในGlobal Halal Economy ซึ่งภาคเอกชนไทยกำลังร่วมมือกันเพื่อขับเคลื่อนความพยายามนี้เป็นบรรลุเป้าหมายโดยเร็ว