วันจันทร์ ที่ 31 สิงหาคม 2569

Login
Login

แจง DSI เรียก 6 โรงกลั่น แค่ข้อมูลไม่ครบ 'พลังงาน' จ่อผ่อนปรนส่งออกน้ำมันเครื่องบิน

"พลังงาน" ย้ำดีเอสไอเรียก 6 โรงกลั่น ไม่ใช่ข้อหากักตุน แต่กรอก 8 ข้อไม่ครบ จ่อส่งออกน้ำมันเครื่องบินเดือนหน้า ลดปัญหาน้ำมันล้นคลัง ย้ำเบนซิน - ดีเซล ยังห้ามส่งออก หลังปริมาณความต้องการใช้เพิ่ม

KEY POINTS

  • กรมธุรกิจพลังงานชี้แจงกรณี DSI เตรียมเรียก 6 โรงกลั่นน้ำมันเข้าพบ ไม่ใช่ความผิดฐานกักตุน แต่เป็นเรื่องการกรอกข้อมูลในเอกสารกำกับการขนส่งน้ำมันไม่ครบถ้วนตามกฎหมายที่มีอยู่แล้ว
  • การกระทำผิดดังกล่าวมีบทลงโทษตามกฎหมาย คือปรับสูงสุด 200,000 บาท และจำคุกสูงสุด 2 ปี
  • กระทรวงพลังงานอยู่ระหว่างพิจารณาแนวทางอนุญาตให้ส่งออกน้ำมันอากาศยาน (A1) ส่วนเกิน เพื่อช่วยแก้ปัญหาน้ำมันดีเซลล้นระบบ และทำให้โรงกลั่นเดินเครื่องได้มีประสิทธิภาพขึ้น
  • การส่งออกจะพิจารณาจากปริมาณสำรองในประเทศที่เพียงพอก่อน โดยมี สปป.ลาว, เมียนมา, เวียดนาม และฟิลิปปินส์ สนใจนำเข้า และคาดว่าอาจเริ่มส่งออกได้ในเดือนหน้า
  • ยืนยันว่าจะส่งออกเฉพาะน้ำมันเครื่องบินที่ผลิตเหลือเท่านั้น ยังไม่มีนโยบายส่งออกน้ำมันดีเซลและกลุ่มเบนซิน-แก๊สโซฮอล์

นายสราวุธ แก้วตาทิพย์ อธิบดีกรมธุรกิจพลังงาน เปิดเผยว่า กรณีกรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) เตรียมออกหมายเรียก 6 โรงกลั่นน้ำมัน เข้าพบว่า การเรียกพบครั้งนี้ ไม่ใช่ความผิดฐานกักตุนน้ำมัน แต่เป็นความผิดเกี่ยวกับการกรอกข้อมูลในเอกสารกำกับการขนส่งน้ำมันไม่ครบถ้วนตามที่กฎหมายกำหนด

สำหรับเอกสารดังกล่าวถือเป็นข้อมูลสำคัญที่ภาครัฐใช้ตรวจสอบเส้นทางการขนส่งน้ำมัน โดยเฉพาะในกรณีที่พบปัญหาน้ำมันไม่ได้มาตรฐาน หรือมีการปลอมปน ซึ่งที่ผ่านมาเจ้าหน้าที่จะใช้ข้อมูลจากใบกำกับการขนส่งในการสืบย้อนกลับไปยังต้นทางของปัญหา

อย่างไรก็ตาม การกรอกข้อมูล จะให้กรอกทั้ง 8 รายการอยู่แล้ว ไม่ใช่กฎหมายใหม่ และมีการบังคับใช้อย่างต่อเนื่อง ไม่ใช่มาตรการใหม่แต่อย่างใด เพียงแต่ที่ผ่านมาอาจพบการกรอกข้อมูลไม่ครบในหลายกรณี กระทั่งเมื่อมีการบูรณาการข้อมูลร่วมกับ DSI และสำนักงานตำรวจแห่งชาติ จึงทำให้เห็นว่า เอกสารเหล่านี้สามารถใช้เป็นจุดตั้งต้นในการขยายผลสืบสวนไปยังประเด็นอื่นได้

“เมื่อพบว่ามีการกระทำผิด ภาครัฐก็จำเป็นต้องดำเนินการตามกฎหมาย เพราะเป็นกติกาที่กำหนดไว้อยู่แล้ว สำหรับบทลงโทษนั้น หากเข้าข่ายความผิดตามมาตรา 10 มีโทษปรับไม่เกิน 100,000 บาท จำคุกไม่เกิน 1 ปี หรือทั้งจำทั้งปรับ ส่วนความผิดตามมาตรา 7 มีโทษหนักขึ้น คือปรับไม่เกิน 200,000 บาท และจำคุกไม่เกิน 2 ปี”

กระทรวงพลังงาน อยู่ระหว่างพิจารณาแนวทางอนุญาตส่งออกน้ำมันอากาศยาน (A1) เพื่อบริหารปริมาณน้ำมันส่วนเกินในประเทศ โดยจะพิจารณาจากปริมาณสำรองขั้นต่ำที่เพียงพอต่อการใช้ภายในประเทศก่อน หากมีปริมาณเกินกว่าระดับที่กำหนด จึงจะสามารถพิจารณาส่งออกได้

"เบื้องต้นประเทศที่มีความต้องการนำเข้าน้ำมันเครื่องบินจากไทย ได้แก่ สปป.ลาว เมียนมา เวียดนาม และฟิลิปปินส์ ซึ่งบางประเทศได้มีหนังสือแสดงความสนใจมายังไทยอย่างเป็นทางการแล้ว คาดว่า ภายในเดือนหน้าอาจเริ่มส่งออกน้ำมันเครื่องบินได้"  

โดยปัจจุบันประเทศมีความต้องใช้ดีเซล และน้ำมันอากาศยาน (เจท  เอ 1) อยู่ที่ 70 ล้านลิตรต่อวัน ขณะที่ประเทศต้องมีปริมาณสำรองน้ำมันรวม  300 ล้านลิตร หรือประมาณ 17-20 วัน ถึงจะปลอดภัย เพราะฉะนั้นกำลังผลิตน้ำมันเจท เอ 1 มีส่วนที่เกินจากปริมาณสำรอง จะอนุญาตให้ส่งออกได้ เช่น เดิมมีการส่งออกลาว เมียนมา และล่าสุด เวียดนาม กับฟิลิปปินส์ ได้ทำหนังสือมาขอซื้อก็พิจารณาในส่วนนี้เพิ่มเติมด้วย

"หากสามารถระบายน้ำมันเครื่องบิน ออกสู่ตลาดต่างประเทศได้ ก็จะช่วยชะลอปัญหาน้ำมันดีเซลล้นระบบ และทำให้โรงกลั่นสามารถเดินเครื่องผลิตได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้นในระยะต่อไป ซึ่งยืนยันว่า หากมีการเริ่มส่งออกน้ำมัน จะเป็นน้ำมันเครื่องบินที่ผลิตเหลือเท่านั้น ยังไม่มีนโยบายส่งออกน้ำมันดีเซล และกลุ่มเบนซิน แก๊สโซฮอล์ เนื่องจากมีความต้องการใช้เพิ่มเติมแล้ว จากที่ผ่านมาเริ่มใช้ลดลง"