นายประเสริฐ สอนสุขประเสริฐ ปลัดกระทรวงพลังงาน กล่าวในงานสัมมนาในรูปแบบ Round Table หัวข้อ THE BIG ISSUE ENERGY CRISIS NEW SOLUTIONS ทางออกวิกฤตพลังงานอย่างยั่งยืน จัดโดย "ฐานเศรษฐกิจ" ว่า สถานการณ์ความมั่นคงทางพลังงานของประเทศปัจจุบันมีปริมาณน้ำมันสำรองที่เพียงพอและอยู่ในระดับที่น่าพอใจมาก โดยหากนับเฉพาะน้ำมันที่อยู่ในประเทศขณะนี้ ทั้งในส่วนของสำรองตามกฎหมายและสำรองทางการค้าของโรงกลั่น มีปริมาณรวมกันที่สามารถใช้ได้ประมาณ 55 วัน
นอกจากนี้ ยังมีส่วนที่อยู่ระหว่างการขนส่งทางเรืออีกประมาณ 30 วัน และส่วนที่มีการทำสัญญาซื้อขายเรียบร้อยแล้วแต่ยังไม่ได้ลงเรืออีกราว 25-30 วัน ซึ่งหากนับรวมทั้งหมดประเทศไทยจะมีน้ำมันใช้ต่อเนื่องได้นานกว่า 100 วัน จึงมั่นใจได้ว่าเรื่องน้ำมันพอหรือไม่ จะไม่มีปัญหาอย่างแน่นอน เนื่องจากบริษัทน้ำมันรายใหญ่อย่าง กลุ่มปตท. และบางจาก มีศักยภาพในการจัดหาอย่างต่อเนื่อง
อย่างไรก็ตาม ยอมรับว่า ปัญหาที่เผชิญอยู่ในขณะนี้ไม่ใช่การขาดแคลน แต่เป็นสภาวะน้ำมันเกิน (Over-supply) เนื่องจากโรงกลั่นน้ำมันในไทยถูกออกแบบมาให้มีกำลังการผลิตเผื่อการส่งออก แต่เมื่อมีความติดขัดในกระบวนการส่งออก ทำให้น้ำมันเริ่มสะสมในคลังจนเกือบเต็มความจุ หรือสถานการณ์ Tank Top
"ปัจจุบันโรงกลั่นน้ำมันต้องบริหารจัดการด้านความปลอดภัย (Safety Issue) โดยปกติจะเก็บน้ำมันในคลังไม่เกิน 70% ของความจุ หากเกินกว่านั้นจะเริ่มเป็นอันตราย" นายประเสริฐ กล่าว
จากสภาวะดังกล่าว ส่งผลให้โรงกลั่นหลายแห่งต้องเริ่มชะลอและลดกำลังการผลิตลง โดยกลุ่มปตท. ได้ปรับลดกำลังการกลั่นลงประมาณ 15% ขณะที่บางจากก็มีการปรับลดในสัดส่วนที่ใกล้เคียงกัน นอกจากนี้ ยังต้องมีการระบายน้ำมันดิบที่กำลังจะนำเข้า โดยการเบี่ยงเส้นทางเรือ (Divert) ไปยังที่อื่นแทน เนื่องจากไม่มีพื้นที่จัดเก็บในประเทศ
นายประเสริฐ กล่าวต่อว่า ขณะนี้กลุ่มโรงกลั่นได้ยื่นเรื่องขอให้รัฐบาลพิจารณาอนุญาตการส่งออกน้ำมันเพื่อระบายส่วนเกิน ซึ่งภาครัฐกำลังอยู่ระหว่างการพิจารณา โดยอาจจะเริ่มต้นจากการอนุญาตให้ส่งออกน้ำมัน A1 (น้ำมันอากาศยาน) ก่อนเป็นอันดับแรก เพื่อไม่ให้คลังน้ำมันในประเทศล้นจนส่งผลกระทบต่อระบบการผลิต
ในด้านสถานการณ์น้ำมันแพงนั้น ราคาในประเทศต้องเป็นไปตามกลไกลตลาดโลก ซึ่งถูกกดดันจากปัจจัยด้านภูมิรัฐศาสตร์และสถานการณ์ในสหรัฐที่ส่งผลให้ราคาน้ำมันในตลาดสิงคโปร์ปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยปัจจุบันกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง ยังคงแบกรับภาระหนี้สูง และมีเงินไหลออกประมาณ 100 ล้านบาทต่อวัน ทำให้ความสามารถในการอุดหนุนราคาทำได้ไม่เต็มที่นัก
สำหรับทางออกในขณะนี้ กระทรวงพลังงาน ได้มีการสนับสนุนให้ประชาชนหันมาใช้ น้ำมันไบโอฟิวเอล เช่น B20 และ E20 เนื่องจากกองทุนน้ำมันฯ เข้าไปช่วยอุดหนุนจนทำให้ราคาถูกกว่าน้ำมันพื้นฐานอย่างมีนัยสำคัญ เช่น ราคาน้ำมันดีเซล B7 ราคาอยู่ที่ประมาณ 41 บาทต่อลิตร ขณะที่ดีเซล B20 ราคาเหลือเพียงประมาณ 30 บาทต่อลิตร ส่วน E20 ราคาประมาณ 34-35 บาทต่อลิตร เป็นต้น
"การเลือกใช้ B20 หรือ E20 นอกจากจะช่วยให้ผู้บริโภคได้ใช้น้ำมันราคาถูกลงแล้ว ยังเป็นการช่วยเหลือเกษตรกรไทยและสร้างความมั่นคงทางพลังงานในระยะยาวอีกด้วย" นายประเสริฐ กล่าว

