วันอังคาร ที่ 1 กันยายน 2569

Login
Login

‘เอกนัฏ’ พร้อมชนนายทุน รื้อโครงสร้างค่าไฟ ใช้ไม่เกิน 200 หน่วย ราคาต่ำกว่า 3 บาท

"เอกนัฏ พร้อมพันธุ์" รมว.พลังงาน พร้อมชนนายทุน เล็งชง กพช.ปรับโครงสร้างค่าไฟฟ้าไม่เกิน 200 หน่วย ค่าไฟต่ำกว่าหน่วยละ 3 บาท

KEY POINTS

  • นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน มีแนวคิดที่จะปรับโครงสร้างค่าไฟฟ้าใหม่
  • เสนอให้ผู้ที่ใช้ไฟฟ้าไม่เกิน 200 หน่วย จ่ายค่าไฟในอัตราที่ต่ำกว่าหน่วยละ 3 บาท
  • แนวคิดดังกล่าวจะถูกเสนอต่อคณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ (กพช.) เพื่อพิจารณา
  • การปรับโครงสร้างนี้จะไม่กระทบค่าไฟฟ้าเฉลี่ยโดยรวม และจะใช้ระบบอัตราก้าวหน้าคล้ายการจ่ายภาษี
  • เอกนัฏยืนยันว่าการดำเนินการนี้เป็นการแสดงจุดยืนว่ารัฐบาลให้ความสำคัญกับประชาชนมากกว่านายทุน

นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน อภิปรายในรัฐสภาเพื่อชี้แจงประเด็นการบริหารจัดการพลังงาน ว่า คณะกรรมการกิจการพลังงาน (กกพ.) ประกาศค่าไฟฟ้างวดเดือน พ.ค.-ส.ค.2569 หน่วยละ 3.95 บาท เป็นการปรับขึ้นจากงวดเดือน ม.ค.-เม.ย.2569 หน่วยละ 3.88 บาท 

สำหรับการจะปรับค่าไฟฟ้างวดต่อไปให้ลดลงมาอยู่ที่ 3.88 บาท ทำได้เป็นการตัดสินใจเชิงนโยบายเป็นการนำเงินการไฟฟ้า 3 แห่ง มาใช้อุดหนุนค่าไฟฟ้าก่อน 

ทั้งนี้ กระทรวงพลังงานมีแนวคิดที่จะให้ผู้ใช้ไฟฟ้า 200 หน่วย แรก หรือไม่เกิน 300 บาท มีการกำหนดค่าไฟฟ้าแบบขั้นบันไดตามจำนวนการใช้ไฟฟ้าในลักษณะเดียวกับการจ้ายภาษีเงินได้ โดยจะเสนอคณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ (กพช.) กำหนดค่าเฉลี่ยอัตราค่าไฟฟ้าที่ 3.88-3.95 บาท 

นอกจากนี้ ในสถานการณ์ปัจจุบันต้องให้ผู้ใช้ไฟฟ้าน้อยมีอัตราค่าไฟฟ้าถูกกว่าผู้ใช้ไฟฟ้าจำนวนมาก จึงต้องปรับโครงสร้างค่าไฟฟ้าให้ผู้ใช้ไฟฟ้าต่ำกว่า 200 หน่วย มีค่าไฟฟ้าต่ำกว่าหน่วยละ 3 บาท ซึ่งทำได้โดยไม่กระทบค่าไฟฟ้าเฉลี่ยและจะดำเนินการแน่นอน

รวมทั้งจะมีการส่งเสริมการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียน เช่น โซลาร์เซลล์ รวมถึงต้องกล้าตัดสินใจการดำเนินการสัญญาซื้อขายไฟฟ้าโดยตรงระหว่างผู้ผลิตพลังงานหมุนเวียนกับผู้ใช้ไฟฟ้า (Direct PPA) และระบบ Net Billing ที่เป็นการหักลบค่าไฟฟ้าในรอบบิลสำหรับโซลาร์เซลล์ที่ขายไฟฟ้าส่วนเกินให้โครงข่ายไฟฟ้า 

“ขอชี้แจงประเด็นที่ระบุว่าผมและรัฐบาลจะเกรงใจนายทุน การที่นายกรัฐมนตรีตัดสินใจตั้งผมเป็นรัฐมนตรีพลังงานเป็นสิ่งยืนยันว่าไม่เกรงใจนายทุนหน้าไหนมากไปกว่าประชาชน”