คลัง จับมือ ธปท. และ กทม. เปิดตัวแลนด์มาร์กนับถอยหลังสู่การเป็นเจ้าภาพประชุมใหญ่ IMF-World Bank ปี 2569 “เอกนิติ” มั่นใจไทยพร้อมเป็นเวทีโลกรับ 1.5 หมื่นคน สร้างเม็ดเงินสะพัดท่องเที่ยว-ลงทุน ชูคอนเซปต์ “Thailand’s New Horizons” สร้างเศรษฐกิจที่ยืดหยุ่น และไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง
KEY POINTS
- ประเทศไทยเตรียมเป็นเจ้าภาพจัดการประชุมประจำปีสภาผู้ว่าการกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) และกลุ่มธนาคารโลก (World Bank) ในปี 2569 ซึ่งเปรียบเสมือน "โอลิมปิกด้านการเงินโลก"
- การประชุมจะจัดขึ้นภายใต้แนวคิด “Thailand’s New Horizons” หรือ “ขอบฟ้าใหม่ของไทย” เพื่อแสดงศักยภาพ และผลักดันประเทศสู่การเป็นศูนย์กลางเวทีการเงินโลก
- คาดว่าจะมีผู้นำด้านการเงินจาก 191 ประเทศเข้าร่วมกว่า 15,000 คน ซึ่งจะช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจ การท่องเที่ยว และดึงดูดการลงทุนในระยะยาว
- ธนาคารแห่งประเทศไทยจะผลักดันวาระ "การเงินดิจิทัลที่ปลอดภัย" ขณะที่กรุงเทพมหานคร พร้อมแสดงศักยภาพของเมืองในทุกด้านเพื่อต้อนรับผู้มาเยือน
วันที่ 27 ม.ค.2569 ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เป็นประธานในพิธีแถลงข่าวเปิดตัวแลนด์มาร์ก และการประกาศความพร้อมในการจัดการประชุมประจำปีสภาผู้ว่าการกองทุนการเงินระหว่างประเทศ และกลุ่มธนาคารโลก ปี 2569 (2026 IMF-World Bank Group Annual Meetings) ที่จะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 12-18 ต.ค.2569
โดยไทยได้เตรียมต้อนรับผู้นำการเงินจาก 191 ประเทศ ชูแนวคิด “Thailand’s New Horizons” หรือ “ขอบฟ้าใหม่ของไทย” มุ่งสร้างเศรษฐกิจที่ใส่ใจคน และทนทานต่อความเสี่ยง พร้อมผลักดันไทยเป็นศูนย์กลางเวทีการเงินโลก โดยมี นายวิทัย รัตนากร ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) และ นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร เข้าร่วมกล่าวเปิดงาน
นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า การที่ไทยได้รับเกียรติเป็นเจ้าภาพในครั้งนี้ถือเป็นวาระสำคัญเชิงยุทธศาสตร์ หลังจากที่ไทยเคยเป็นเจ้าภาพเมื่อ 35 ปีก่อนในปี 2534 การกลับมาครั้งนี้เปรียบเสมือนการจัดงานมหกรรมระดับโลกทางเศรษฐกิจ
“การประชุม IMF-World Bank Annual Meetings นี้ เปรียบได้กับโอลิมปิกของภาคการคลัง และการเงิน ประเทศไทยเราไม่เคยมีโอกาสได้จัดโอลิมปิกด้านกีฬา แต่ไทยมีศักยภาพเพียงพอที่จะจัดโอลิมปิกด้านการคลัง และการเงินของโลกได้” นายเอกนิติ กล่าว
ดันไทยฮับเศรษฐกิจโลก
สำหรับแนวคิดหลักที่ไทยกำหนดในฐานะประเทศเจ้าภาพของการประชุมคือ “Thailand’s New Horizons: Empowering People, Building Resilience” ซึ่งสะท้อนภาพลักษณ์ใหม่ของไทยในบริบทโลกที่เปลี่ยนแปลงไป
“ผมแปลง่ายๆ ว่า ประเทศไทยในขอบฟ้าใหม่ ใส่พลังไปที่คน ทนทานต่อความเสี่ยง ในบริบทโลกยุคใหม่ที่มีความปั่นป่วน และแตกขั้ว (Polarized World) ไทยจะแสดงบทบาทเป็นตัวกลางที่สามารถ รวมขั้ว และสร้างความร่วมมือได้ รวมถึงมองการเติบโตที่มากกว่าแค่ตัวเลขเศรษฐกิจ แต่เป็นการเติบโตจากภายในที่เข้มแข็ง"
นอกจากนี้ ยังยึดถือแนวทางตามพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวที่ให้ความสำคัญกับการพัฒนาคน เพราะคนคือ รากฐานสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ รวมถึงน้อมนำหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงมาสร้าง ภูมิคุ้มกัน ให้ประเทศพร้อมรับมือความเสี่ยงระดับโลก ทั้งปัญหาภูมิรัฐศาสตร์ และการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ
นายเอกนิติ กล่าวต่อว่า ตนได้นำธีมงานนี้ไปนำเสนอในที่ประชุม World Economic Forum (Davos) มาแล้ว ภายใต้ยุทธศาสตร์ ‘Road to Bangkok’ ซึ่งได้รับความสนใจอย่างมาก ซึ่งงานนี้จะเป็นเวทีให้ไทยได้แสดงวิสัยทัศน์ และศักยภาพต่อผู้นำการเงิน รัฐมนตรีคลัง และผู้ว่าการธนาคารกลางจาก 191 ประเทศ รวมผู้เข้าร่วมกว่า 15,000 - 20,000 คน
ทั้งนี้ ประโยชน์ทางเศรษฐกิจที่จะเกิดขึ้น ในระยะสั้นจะช่วยกระตุ้นภาคการท่องเที่ยวและบริการ ส่วนในระยะยาวจะเป็นโอกาสดึงดูดนักลงทุนให้เห็นความพร้อมของโครงสร้างพื้นฐานไทย
นายเอกนิติ กล่าวย้ำว่า การจัดงานในครั้งนี้ไม่ใช่ภารกิจของรัฐบาลหรือแบงก์ชาติเพียงลำพัง แต่เป็นงานของคนไทยทุกคน รัฐบาลจึงให้ความสำคัญกับการดึงภาคเอกชนเข้ามาร่วมเป็นเจ้าภาพ โดยได้เริ่มหารือกับคณะกรรมการร่วมภาคเอกชน 3 สถาบัน (กกร.) เพื่อให้เอกชนมีบทบาทในการนำเสนอนวัตกรรม และสร้างประสบการณ์ (Experience) ที่ดีให้กับผู้มาเยือน และเปิดพื้นที่รับข้อเสนอแนะเชิงนโยบายเพื่อให้การประชุมครั้งนี้สะท้อนเสียงของทุกภาคส่วนอย่างแท้จริง
ธปท. ชูธง “การเงินดิจิทัลปลอดภัย”
นายวิทัย รัตนากร ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) กล่าวถึงบทบาทในมิติภาคการเงินว่า ธปท. เตรียมผลักดันแนวคิด “Safe and Inclusive Digital Finance (SIDF) for Financial Wellbeing” เพื่อสร้างภูมิคุ้มกันใหม่ให้ระบบการเงินโลก โดยเฉพาะประเด็นภัยทุจริตทางดิจิทัลที่กำลังเป็นปัญหาใหญ่กัดกร่อนความเชื่อมั่นทั่วโลก
“ปัจจุบันภัยไซเบอร์ทางการเงินส่งผลกระทบวงกว้าง และยังขาดแนวปฏิบัติที่เป็นมาตรฐานสากล ไทย และภูมิภาคเอเชียซึ่งมีบทเรียนในเรื่องนี้ จะใช้เวทีนี้หารือกับ IMF และ World Bank Group เพื่อยกระดับการป้องกันภัยทุจริต การเสริมความมั่นคงทางไซเบอร์ และการพัฒนาระบบนิเวศดิจิทัล ให้เป็นวาระสากลเพื่อคุ้มครองผู้บริโภค และยกระดับคุณภาพชีวิตทางการเงินอย่างยั่งยืน” นายวิทัย กล่าว
กทม. พร้อมโชว์ศักยภาพเมือง
นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร เปิดเผยว่า มีความยินดี และภาคภูมิใจในนามของกรุงเทพมหานคร ที่ได้รับเกียรติให้เป็นเจ้าภาพจัดการประชุมระดับโลกในครั้งนี้ และย้ำถึงความพร้อมของเมือง ศักยภาพของระบบคมนาคม โครงสร้างพื้นฐาน ความปลอดภัย และระบบสาธารณสุข และที่สำคัญ คือ ‘พลังของผู้คน’ และวัฒนธรรมการต้อนรับที่อบอุ่นของคนไทยที่จะสร้างความประทับใจให้แก่ผู้มาเยือนจากทั่วโลก
“โควทคำพูดหนึ่งจากการประชุมที่ดาวอส ถ้าคุณไม่อยู่ที่โต๊ะประชุม ก็จะอยู่บนเมนูแทน' ก็เชื่อว่าผลของการเป็นเจ้าภาพ จะมีคนจากทั่วโลกมาประชุม เป็นโอกาสดีมากๆ ที่กรุงเทพฯ จะเปล่งประกายศักยภาพของเรา"
นายชัชชาติ กล่าวว่า กรุงเทพฯ ต้องการเป็นมากกว่าแค่เมืองท่องเที่ยวอันดับ 1 ของโลก แต่ต้องการก้าวสู่การเป็นศูนย์กลางทางการเงิน (Financial Hub) การคลัง และเศรษฐกิจ รวมถึงเป็นศูนย์รวมของคนเก่ง (Talent) จากทั่วโลก ซึ่งงานนี้จะเป็นเวทีพิสูจน์ความพร้อมดังกล่าว
พิสูจน์อักษร....สุรีย์ ศิลาวงษ์





