วันอังคาร ที่ 3 มีนาคม 2569

Login
Login

IMF คงจีดีพีไทย 1.6% ปีนี้ เตือนถ้าหุ้น AI ปรับฐานอาจฉุด ศก.โลก 0.4%

IMF คงจีดีพีไทย 1.6% ปีนี้ เตือนถ้าหุ้น AI ปรับฐานอาจฉุด ศก.โลก 0.4%

กองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) ออกรายงานอัปเดตแนวโน้มเศรษฐกิจโลก (WEO) ปรับเพิ่มคาดการณ์เศรษฐกิจโลกปี 2026 นี้ว่าจะขยายตัวขึ้น 3.3% หรือเพิ่มขึ้นมา 0.2% จากคาดการณ์เดิมในปีที่แล้ว โดยภาคธุรกิจ และเศรษฐกิจต่างๆ กำลังปรับตัวต่อภาษีนำเข้าของสหรัฐ ซึ่งผ่อนคลายลงในช่วงไม่กี่เดือนที่ผ่านมา ขณะที่การลงทุนด้านปัญญาประดิษฐ์ (AI) ที่ยังคงเฟื่องฟู ช่วยหนุนความมั่งคั่งของสินทรัพย์ และความคาดหวังต่อการเพิ่มผลิตภาพ

“เราพบว่าเศรษฐกิจโลกยังยืดหยุ่นค่อนข้างมาก”  ปิแอร์ โอลิวิเยร์ กูแร็งชาส์ หัวหน้านักเศรษฐศาสตร์ของ IMF กล่าวพร้อมระบุว่า การคาดการณ์จีดีพีโลกทั้งในปี 2025 และ 2026 สูงกว่าที่ประเมินไว้ในเดือนต.ค.2024 ซึ่งเป็นช่วงก่อนที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ จะได้รับเลือกตั้งเป็นผู้นำสหรัฐสมัยที่สอง

“ดังนั้นในแง่หนึ่ง เศรษฐกิจโลกกำลังสลัดผลกระทบจากความปั่นป่วนด้านการค้า และภาษีในปี 2025 และกำลังออกมาในสถานะที่ดีกว่าที่เราคาดไว้ก่อนที่เหตุการณ์ทั้งหมดจะเริ่มต้น” กูแร็งชาส์ กล่าว

หัวหน้านักเศรษฐศาสตร์ของ IMF ระบุว่า ภาคธุรกิจสามารถปรับตัวต่ออัตราภาษีนำเข้าที่สูงขึ้นของสหรัฐได้ ด้วยการปรับเส้นทางห่วงโซ่อุปทาน ขณะที่ข้อตกลงทางการค้าช่วยลดภาษีบางส่วน และจีนได้เปลี่ยนทิศทางการส่งออกไปยังตลาดที่ไม่ใช่สหรัฐ โดยการคาดการณ์ล่าสุดของ IMF ตั้งอยู่บนสมมติฐานว่า อัตราภาษีที่แท้จริงของสหรัฐอยู่ที่ 18.5% ลดลงจากราว 25% ในการคาดการณ์เมื่อเดือนเม.ย.2025

IMF ประเมินว่า เศรษฐกิจสหรัฐจะเติบโต 2.4% ในปี 2026 เพิ่มขึ้น 0.3 จุดเปอร์เซ็นต์ จากการคาดการณ์เดือนต.ค. ส่วนหนึ่งมาจากแรงหนุนของการลงทุนขนาดใหญ่ในโครงสร้างพื้นฐานด้าน AI รวมถึงศูนย์ข้อมูล, ชิป AI สมรรถนะสูง, และพลังงาน แต่ปรับลดจีดีพีสหรัฐปีหน้าลงเล็กน้อย 0.1 จุดเปอร์เซ็นต์ มาอยู่ที่ 2.0%

เตือนฟองสบู่ AI อาจฉุดจีดีพีโลก 0.4% 

อย่างไรก็ตาม IMF เตือนด้วยว่า การพึ่งพาภาคเศรษฐกิจเพียงภาคเดียวอย่างหนักเช่นนี้ ทำให้ทั้งเศรษฐกิจสหรัฐ และเศรษฐกิจโลกมีความเปราะบาง หากนักลงทุนเริ่มลดความเชื่อมั่นต่อศักยภาพของ AI และนำไปสู่ "การปรับฐาน" ของตลาดหุ้น

“การทบทวนใหม่ต่อความคาดหวังด้านการเพิ่มผลิตภาพจาก AI อาจนำไปสู่การลงทุนที่ลดลง และกระตุ้นให้เกิดการปรับฐานอย่างฉับพลันของตลาดการเงิน ซึ่งอาจลุกลามจากบริษัทที่เกี่ยวข้องกับ AI ไปยังภาคส่วนอื่นๆ และบั่นทอนความมั่งคั่งของภาคครัวเรือน” IMF เตือน

IMF ประเมินว่า หุ้นสหรัฐอาจมีมูลค่าสูงเกินจริงเพียงประมาณครึ่งหนึ่งเมื่อเทียบกับช่วงฟองสบู่ดอตคอมปี 2001 อย่างไรก็ดี "มูลค่าตลาดหุ้นเมื่อเทียบกับขนาดเศรษฐกิจในปัจจุบัน" อยู่ที่ 226% ของจีดีพีประเทศ ซึ่งสูงกว่ามากเมื่อเทียบกับช่วงฟองสบู่ดอตคอมที่ 132% "ดังนั้นผลกระทบจากการปรับลดลงของราคาหุ้นในระดับใกล้เคียงกัน จะกระทบต่อความมั่งคั่งของครัวเรือน และการบริโภคที่รุนแรงยิ่งกว่าเดิม"

นักเศรษฐศาสตร์ของ IMF คำนวณว่า หากมีการปรับฐานโดยราคาหุ้นปรับตัวลดลงในระดับ “ปานกลาง” อาจทำให้อัตราการเติบโตของจีดีพีโลกปีนี้ลดลงเหลือ 2.9% หรือหายไป 0.4 จุดเปอร์เซ็นต์ ซึ่งในกรณีดังกล่าว ธนาคารกลางควรเตรียมพร้อมสำหรับ "การปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายอย่างรวดเร็ว”

แต่หากมีการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีใหม่ๆ ก็อาจช่วยหนุนให้เศรษฐกิจโลกเติบโตได้สูงถึง 3.6% ในปีนี้ และเพิ่มอัตราการเติบโตในระยะกลางปีระหว่าง 0.1 - 0.8 จุดเปอร์เซ็นต์ ขึ้นอยู่กับความเร็วในการนำ AI มาใช้งาน และระดับความพร้อมด้าน AI ของแต่ละประเทศทั่วโลก

รายงานของ IMF ยังเตือนด้วยว่า การตั้งคำถามต่อความเป็นอิสระของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) มีแนวโน้มจะนำไปสู่เงินเฟ้อในสหรัฐที่สูงขึ้น และทำให้จำเป็นต้องใช้อัตราดอกเบี้ยที่สูงขึ้น

“หากกระแสการลงทุนด้านเทคโนโลยียังคงดำเนินต่อไป อาจผลักดันให้อัตราดอกเบี้ยที่แท้จริงในระดับสมดุลเพิ่มสูงขึ้น เช่นเดียวกับที่เคยเกิดขึ้นในยุคดอตคอม ซึ่งจะทำให้ต้องใช้นโยบายการเงินที่ตึงตัวมากขึ้น” IMF ระบุ

คงคาดการณ์จีดีพีไทยปีนี้โต 1.6%

สำหรับ "ประเทศไทย" IMF ยังคงคาดการณ์การเติบโตของจีดีพีไทยในปีนี้เอาไว้ที่ 1.6% ก่อนจะฟื้นตัวขึ้นเป็น 2.2% ในปีหน้า 2027 ซึ่งไม่เปลี่ยนแปลงไปจากคาดการณ์ครั้งก่อนในรายงาน WEO ฉบับเดือนต.ค.

อย่างไรก็ตาม IMF ปรับขึ้นคาดการณ์จีดีพีของ "มาเลเซีย" ในปีนี้อีก 0.3 จุดเปอร์เซ็นต์ ไปเป็น 4.3% และเพิ่มคาดการณ์ของ "อินโดนีเซีย" อีก 0.2 จุดเปอร์เซ็นต์ ไปเป็น 5.1% 

นอกจากนี้ IMF ยังปรับเพิ่มคาดการณ์การเติบโตของเศรษฐกิจ "จีน" ในปี 2026 เป็น 4.5% จากเดิม 4.2% และของ "อินเดีย" เป็น 6.4% จาก 6.2% โดยระบุว่าทั้งสองประเทศกำลังแยกตัวออกจากประเทศกำลังพัฒนาอื่นๆ ในลักษณะเดียวกับที่สหรัฐเคยเติบโตนำหน้าประเทศพัฒนาแล้วอื่นๆ

 

 

พิสูจน์อักษร....สุรีย์  ศิลาวงษ์