จับตาศาลสหรัฐชี้ชะตาภาษีทรัมป์ 'ส.อ.ท.' ชี้สะเทือนลูกโซ่-การค้าโลกเปลี่ยนทิศ

จับตาศาลฎีกาสหรัฐชี้ชะตาภาษีทรัมป์ "ส.อ.ท." ชี้กระทบเสถียรภาพผู้นำ-เงินคืนนับแสนล้านดอลลาร์ ทำการค้าโลกเปลี่ยนทิศ
KEY
POINTS
- ส.อ.ท. ชี้ว่าคำตัดสินของศาลฎีกาสหรัฐ ต่อภาษีของทรัมป์มี 2 แนวทาง หาก "เดินหน้าต่อ" จะเพิ่มความเสี่ยงการค้าโลก แต่หาก "ยกเลิก" จะทำให้ไทยกลับสู่โครงสร้างภาษีเดิม
- หากศาลสั่ง "ยกเลิก" จะเป็นผลดีต่อไทยโดยตรงคือ ไม่ต้องแบกรับภาระภาษี และลดปัญหาสินค้าจีนดัมพ์ราคาในไทย เพราะจีนจะกลับไปส่งออกเข้าสหรัฐมากขึ้น
- การยกเลิกภาษีอาจเป็น "จุดเปลี่ยนการค้าโลก" ทำให้แนวโน้มการย้ายฐานการผลิตออกจากจีนที่เกิดจากสงครามการค้าชะลอตัวลง
- หากมีการยกเลิก สหรัฐอาจต้องคืนเงินภาษีกว่า 1.33 แสนล้านดอลลาร์ กระทบเสถียรภาพการคลัง และยังบั่นทอนอำนาจทางการเมืองของทรัมป์
- การยกเลิกภาษีจะเปิดโอกาสให้สินค้าไทยประเภทอื่นๆ โดยเฉพาะสินค้าเกษตร ส่งออกไปสหรัฐได้มากขึ้น
- ส.อ.ท. แนะว่าไทยไม่ควรรอคำตัดสิน แต่ต้องเร่งหาตลาดใหม่ และผลักดันข้อตกลงการค้าเสรี (FTA) เพื่อกระจายความเสี่ยง
นายเกรียงไกร เธียรนุกุล ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) เปิดเผยถึงกรณีศาลฎีกาสหรัฐ (Supreme Court) อยู่ระหว่างพิจารณาคำสั่งการจัดเก็บภาษีนำเข้าแบบตอบโต้ (Reciprocal Tariff) ซึ่งประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ใช้อำนาจกฎหมายฉุกเฉินประกาศบังคับใช้กับประเทศคู่ค้าทั่วโลก รวมทั้งไทย ว่าเป็นการใช้อำนาจเกินขอบเขตหรือไม่
อย่างไรก็ตาม หากศาลมีคำตัดสิน “ให้เดินหน้าต่อ” สำหรับประเทศไทย ภาพรวมสถานะจะไม่เปลี่ยนแปลงมากนัก แต่สิ่งที่น่ากังวลคือ จะยิ่ง “เพิ่มความมั่นใจให้ทรัมป์” ใช้อำนาจประธานาธิบดีมากขึ้น ซึ่งถือเป็นความเสี่ยงต่อระบบการค้าระหว่างประเทศในรูปแบบหนึ่ง
ในทางกลับกัน หากศาลมีคำสั่ง “ยกเลิก” โดยเห็นว่าเป็นอำนาจที่ควรอยู่ในมือสภาคองเกรส จะทำให้มาตรการต่างๆ ที่ประกาศไปกลับสู่สถานะเดิม ประเทศคู่ค้าที่ถูกเก็บภาษีสูงรวมทั้งจีน และไทย จะกลับไปสู่โครงสร้างภาษีเดิมก่อนมีมาตรการดังกล่าว
นายเกรียงไกร กล่าวว่า หากมีการสั่งยกเลิก ต้องจับตาว่าสหรัฐ จะต้องคืนเงินภาษีที่จัดเก็บไปก่อนหน้านี้หรือไม่ ซึ่งจากการประเมินเบื้องต้นอาจสูงถึง ประมาณ 1.33 แสนล้านดอลลาร์ และจะกลายเป็นภาระการคลัง ทำให้เสถียรภาพทางการเงินของสหรัฐ สั่นคลอนได้
ด้านการเมือง หากศาลสั่งยกเลิก ยังอาจบั่นทอนอำนาจ และความชอบธรรมทางการเมืองของทรัมป์ ส่งผลโดยตรงต่อคะแนนนิยม และศึกเลือกตั้งกลางเทอมที่กำลังจะเกิดขึ้น รวมถึงประเด็นการใช้อำนาจในกรณีอื่นๆ ที่ถูกตั้งคำถามก่อนหน้านี้
นายเกรียงไกร ระบุว่า หากมีการยกเลิกภาษีนำเข้า 19% จะเป็นผลดีต่อไทยโดยตรง เพราะไม่ต้องแบกรับภาระภาษีนำเข้า อีกทั้งจะช่วยลดแรงกดดันจาก สินค้าจีนที่ทะลักออกสู่ตลาดโลก เนื่องจากจีนจะกลับไปส่งออกเข้าสู่ตลาดสหรัฐ มากขึ้น ทำให้ปัญหาดัมพ์ราคาสินค้าในประเทศต่างๆ รวมถึงไทยลดลง
นายเกรียงไกร กล่าวว่า การตัดสินของศาลในครั้งนี้อาจเป็นจุดเปลี่ยนของการค้าโลก เพราะสงครามการค้าช่วงที่ผ่านมา เป็นแรงผลักสำคัญที่ทำให้เกิดการย้ายฐานการผลิตจากจีนไปยังประเทศอื่นจำนวนมาก หากการเก็บภาษีถูกยกเลิก ก็ต้องติดตามว่าแนวโน้มการลงทุนโดยตรงจากจีน (FDI) และการย้ายฐานผลิตจะเริ่มชะลอตัวลงหรือไม่
สำหรับการส่งออกของไทย นายเกรียงไกร มองว่า หากสหรัฐ ยกเลิกการเก็บภาษี จะเปิดโอกาสให้สินค้าไทยประเภทอื่นๆ นอกจากอิเล็กทรอนิกส์ ส่งออกไปได้มากขึ้น โดยเฉพาะสินค้าเกษตร และสินค้าในหมวดที่เคยถูกจำกัดการแข่งขันจากภาษีนำเข้า
อย่างไรก็ตาม เขาระบุว่า ไทยต้องไม่รอคำตัดสินเท่านั้น แต่ควรเร่งหาตลาดใหม่ และผลักดันการทำข้อตกลงการค้าเสรี (FTA) กับประเทศต่างๆ เพื่อลดการพึ่งพาตลาดหลักและกระจายความเสี่ยง
นายเกรียงไกร กล่าวว่า เชื่อว่าประเทศต่างๆ ทั่วโลก “หวังให้ศาลฎีกาสหรัฐ ตัดสินว่าการใช้อำนาจของทรัมป์เกินขอบเขต” เพราะจะช่วยคลี่คลายบรรยากาศการค้า และความตึงเครียดระหว่างประเทศ ลดความไม่แน่นอนจากการใช้อำนาจฝ่ายบริหารแบบเหนือความคาดหมาย
พิสูจน์อักษร....สุรีย์ ศิลาวงษ์







