'ส.อ.ท.' หนุน 10 สมาคมเหล็กไทย ชูกฎเข้ม ค้านผลิตเหล็กเส้นนอก มอก.

'ส.อ.ท.' หนุน 10 สมาคมเหล็กไทย ชูกฎเข้ม ค้านผลิตเหล็กเส้นนอก มอก.

กลุ่มอุตสาหกรรมเหล็ก สอท. สนับสนุน 10 สมาคมเหล็กไทย คัดค้านการอนุญาตให้ผลิตเหล็กเส้นด้วยกรรมวิธีที่ไม่เป็นไปตาม มอก.

นายบัณฑูรย์ จุ้ยเจริญ ประธานกลุ่มอุตสาหกรรมเหล็ก สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) กล่าวว่า ตามที่ 10 สมาคมเหล็กไทยได้ยื่นหนังสือถึงนายกรัฐมนตรีเพื่อคัดค้านการอนุญาตให้ผลิตเหล็กเส้นที่ไม่เป็นไปตามข้อกำหนดของ มอก. 20-2559 เหล็กเส้นกลม และ มอก. 24-2559 เหล็กข้ออ้อย กล่าวคือ คัดค้านโรงงานที่ไม่มี ‘กระบวนการทำให้น้ำเหล็กบริสุทธิ์ (refining process) อย่างเหมาะสม เช่น มีเตาปรุง (ladle furnace) หรือการลดฟอสฟอรัส และการลดกำมะถัน รวมทั้งปรับแต่งค่าส่วนประกอบทางเคมี ขจัดสารฝังใน (inclusion) ได้อย่างเหมาะสม’ ตามที่ได้กำหนดไว้อย่างชัดเจนใน มอก. เหล็กเส้น ซึ่งเป็นมาตรฐานบังคับ

ในกระบวนการทำให้น้ำเหล็กบริสุทธิ์ (refining process) นั้น กระบวนการเช่นเตาปรุง (ladle furnace) ถือเป็นกระบวนการขั้นพื้นฐานที่แพร่หลายมากที่สุด หากไม่มี ladle furnace ก็จะต้องมีกระบวนการปรุงแต่งคุณภาพน้ำเหล็กภายหลังการหลอม (melting) ที่เรียกว่า secondary metallurgy หรือ ladle metallurgy ที่มีสมรรถนะเทียบเท่าหรือดีกว่า ด้วยเหตุผลทางเทคนิคกล่าวคือกระบวนการหลอมเหล็กแต่เพียงอย่างเดียวด้วยเตาหลอมบางประเภท มีข้อจำกัดในการลดฟอสฟอรัส กำมะถัน การปรับแต่งค่าส่วนประกอบทางเคมี และไม่สามารถขจัดสารฝังใน (inclusion) ออกจากน้ำเหล็กได้อย่างเหมาะสม

ซึ่งข้อบกพร่องที่ส่งผลต่อสมบัติทางกลของเหล็ก ที่เกิดจาก ฟอสฟอรัส กำมะถัน ส่วนประกอบทางเคมี และ สารฝังใน (inclusion) อาจส่งผลเสียอย่างร้ายแรงต่อคุณสมบัติต้านทานการวิบัติของเหล็ก โดยเฉพาะอย่างยิ่งภายใต้การสั่นสะเทือนที่ทั้งรอบต่ำ เช่น กรณีแผ่นดินไหว และการสั่นสะเทือนที่รอบสูง เช่นที่เกิดกับถนน สะพาน ทั้งนี้ ในการทดสอบเหล็กเส้นตาม มอก. เหล็กเส้นไทยในปัจจุบันยังไม่มีข้อกำหนดให้ประเมินปริมาณของสารฝังใน (inclusion)

ข้อเสนอให้มีผู้ตัดสินว่า ‘มีกระบวนการทำให้น้ำเหล็กบริสุทธิ์ (refining process) อย่างเหมาะสม เช่น มีเตาปรุง (ladle furnace) หรือการลดฟอสฟอรัส และการลดกำมะถัน รวมทั้งปรับแต่งค่าส่วนประกอบทางเคมี ขจัดสารฝังใน (inclusion) ได้อย่างเหมาะสม’ หรือไม่นั้นก็เป็นข้อเสนอที่สมเหตุสมผล เนื่องจากการที่คณะกรรมการวิชาการของ สมอ. ซึ่งเป็นผู้ยกร่าง มอก.เหล็กเส้นทั้งสองฉบับก่อนกำหนดเป็นมาตรฐานในปี 2559 ได้มีข้อกำหนดไว้ในลักษณะนี้ พิจารณาได้ว่า ก็เพื่อให้มีกระบวนการเพื่อป้องกันการเกิด defect (process-based safeguard) ที่การทดสอบตามข้อกำหนดของ มอก.อาจไม่สามารถตรวจจับได้

เนื่องจากแนวทางในอดีตนั้น มอก. เหล็กเส้นก่อนที่จะแก้ไขในปี 2559 จะมีลักษณะที่ให้การทดสอบปลายทาง (product-based compliance) เป็นตัวตัดสิน ซึ่งพิจารณาได้ว่าเป็นเพราะมีข้อกำหนดกรรมวิธีการผลิตให้เหล็กเส้นต้องมาจากเตา basic oxygen furnace หรือ electric arc furnace เท่านั้น มีลักษณะเป็น process-based safeguard อยู่แล้ว ต่อมาเมื่อมีการแก้ไข มอก.เหล็กเส้นในปี 2559 เปิดทางให้หลอมเหล็กด้วยกระบวนการอื่น เช่น เตา IF จึงมีการขยายข้อกำหนดเรื่อง refining process เพื่อให้มี process-based safeguard ที่เหมาะสม

ดังนั้น กลุ่มอุตสาหกรรมเหล็ก สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย ขอสนับสนุนข้อเสนอของ 10 สมาคมเหล็กไทย ให้โรงงานที่ไม่มีกระบวนการทำให้น้ำเหล็กบริสุทธิ์ (refining process) เช่นเตาปรุง (ladle furnace) ทุกโรงงานต้องนำเสนอกระบวนการทำให้น้ำเหล็กบริสุทธิ์ที่เทียบเท่าเตาปรุง โดยต้องนำเสนอกรรมวิธีในการ ลดฟอสฟอรัส ลดกำมะถัน และปรับแต่งค่าส่วนประกอบทางเคมี ขจัดสารฝังใน (inclusion) ได้อย่างเหมาะสม

ทั้งนี้ เพื่อให้คณะกรรมการวิชาการของ สมอ.พิจารณาข้อเท็จจริงทางเทคนิคเพื่อให้ความเห็นชอบตามเจตนารมย์ของ มอก. เหล็กเส้นทั้งสองฉบับ และสนับสนุนการคัดค้านการอนุญาตให้มีการผลิตเหล็กเส้นโดยไม่มีกระบวนการทำให้น้ำเหล็กบริสุทธิ์ (refining process) เนื่องจากจะส่งผลกระทบต่อความมั่นคงแข็งแรงของสิ่งก่อสร้างซึ่งเป็นความปลอดภัยสาธารณะ ซึ่งเป็นสิ่งสำคัญที่สุด โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ในบริบทที่เปลี่ยนแปลงไปของภัยธรรมชาติ และสิ่งก่อสร้างสมัยใหม่ที่ต้องการเหล็กเส้นที่รองรับการออกแบบเพื่อใช้งานด้วยความแข็งแรงทนทานได้อย่างมั่นใจ