ศาลปกครองสูงสุดให้ “กัลฟ์” ชนะคดีประมูลโรงไฟฟ้า IPP ขนาด 5,300 MW

ศาลปกครองสูงสุดให้ “กัลฟ์” ชนะคดีประมูลโรงไฟฟ้า IPP ขนาด 5,300 MW

ศาลปกครองสูงสุดปลดล็อกโครงการประมูลรับซื้อไฟฟ้าไอพีพี 5,300 MW พิพากษาให้ “กัลฟ์” ชนะคดี พร้อมยกเลิกหนังสือชะลอการลงทุน-ห้ามยกเลิกสัญญาซื้อขายไฟฟ้า

บริษัท กัลฟ์ เอ็นเนอร์จี ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน) หรือ GULF ชี้แจงถึงความคืบหน้ากรณีการประมูลโครงการโรงไฟฟ้าผู้ผลิตเอกชนรายใหญ่ (IPP) ขนาดกำลังผลิตไฟฟ้า 5,300 เมกะวัตต์ ของบริษัทว่า เมื่อวันที่ 14 ธันวาคม 2564 ศาลปกครองสูงสุดได้มีคำพิพากษาล่าสุด ให้กระทรวงพลังงานยกเลิกหนังสือของกระทรวงพลังงาน ที่มีถึงสำนักงานคณะกรรมการ BOI ในการให้ชะลอการสนับสนุนการส่งเสริมการลงทุนของโครงการของผู้ฟ้องคดี และให้กระทรวงพลังงานแจ้งสำนักงานคณะกรรมการ BOI ทราบ ภายใน 7 วัน นับแต่วันที่มีคำพิพากษา รวมถึงห้ามกระทรวงพลังงาน นำผลการตรวจสอบข้อเท็จจริงการประมูลการรับซื้อไฟฟ้าของโครงการดังกล่าวไปใช้เจรจากับผู้ฟ้องคดีเพื่อยกเลิกสัญญาซื้อขายไฟฟ้าอีกต่อไป ซึ่งคำพิพากษาของศาลปกครองสูงสุดดังกล่าวถือเป็นที่สุด

คำพิพากษาดังกล่าวนี้ สืบเนื่องมาจากบริษัท อินดิเพนเดนท์ เพาเวอร์ ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (IPD) ซึ่งเป็นบริษัทย่อยที่ บมจ.กัลฟ์ ถือหุ้น 70% ได้เข้าร่วมประมูลคัดเลือกผู้ผลิตไฟฟ้าภาคเอกชนรายใหญ่ประจำ ปี 55 (โครงการ IPP) ขนาดกำลังการผลิตไฟฟ้า ติดตั้ง 5,300 เมกะวัตต์ และเป็นผู้ชนะการประมูล โดย IPD ได้ดำเนินการให้บริษัท กัลฟ์ เอสอาร์ซี จำกัด (GSRC) และบริษัท กัลฟ์ พีดี จำกัด (GPD) ซึ่งเป็นบริษัทย่อยที่ IPD ถือหุ้นทั้งหมด เข้าทำสัญญาซื้อขายไฟฟ้ากับการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.)

ไล่เลียงเหตุการณ์ 9 ปี ก่อนชนะคดี

ในปี 2557 คณะกรรมการติดตามและตรวจสอบการใช้จ่ายงบประมาณภาครัฐ (คตร.) ได้มีมติให้คณะกรรมการ กำกับกิจการพลังงาน (กกพ.) เข้าตรวจสอบผลการประมูลของโครงการ IPP เนื่องจากมีการร้องเรียนว่า ขั้นตอนการประมูลคัดเลือกโครงการ IPP ไม่เป็นไปตามแผนพัฒนากำลังการผลิตไฟฟ้าของประเทศ ระเบียบของ กกพ. และเอกสารข้อกำหนดในการเสนอราคา (RFP)

ศาลปกครองสูงสุดให้ “กัลฟ์” ชนะคดีประมูลโรงไฟฟ้า IPP ขนาด 5,300 MW

ทาง กกพ. ได้จัดตั้งคณะอนุกรรมการตรวจสอบ เพื่อตรวจสอบข้อเท็จจริง และรายงานผล รวมถึงส่งผลการตรวจสอบดังกล่าวให้ คตร. ทราบ ซึ่งต่อมา คตร. ได้มอบหมายให้ กระทรวงพลังงานดำเนินการตรวจสอบเพิ่มเติม โดยกระทรวงพลังงานได้แต่งตั้ง คณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงกรณี การดำเนินการประมูล โครงการ IPP และได้เชิญบริษัทฯ เข้าประชุม เพื่อขอเจรจายกเลิก โครงการโรงไฟฟ้า GPD ที่ชนะการประมูลและได้มีการลงนามในสัญญาซื้อขายไฟฟ้ากับ กฟผ. แล้ว อีกทั้งยังได้มีหนังสือแจ้งไปยังคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI) ให้ชะลอการสนับสนุนส่งเสริมการลงทุนของโครงการโรงไฟฟ้าของ GSRC และ GPD ที่ ชนะการประมูล ทั้งโครงการ

ต่อมาเมื่อวันที่ 23 กรกฎาคม 2558 IPD GSRC และ GPD (รวมเรียกว่า “ผู้ฟ้องคดี”) ได้ยื่นฟ้อง (1) กกพ. (2) สำนักงานคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (สกพ.) (3) กระทรวงพลังงาน และ (4) คณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริง (รวมเรียกว่า “ผู้ถูกฟ้องคดี”) ต่อศาลปกครองกลาง เนื่องจาก ผู้ฟ้องคดีเห็นว่า การตรวจสอบการ ประมูลคัดเลือก โครงการ IPP ไม่ชอบด้วยกฎหมาย เนื่องจากบุคคลที่มีอำนาจหน้าที่ในการตรวจสอบเป็นคนผู้มีส่วนได้เสีย และข้อมูลที่นำมาใช้ประกอบการตรวจสอบพิจารณานั้น เป็นข้อมูลที่ถูกบิดเบือนจากความจริงการตรวจสอบ ทำให้ผู้ฟ้องคดีได้รับความเสียหายจากการที่มีอุปสรรคไม่สามารถดำเนินโครงการโรงไฟฟ้าต่อไปได้

ทั้งนี้ ผู้ฟ้องคดีขอให้ศาลปกครองกลางมีคำสั่งห้ามผู้ถูกฟ้องคดีดำเนินการตรวจสอบหรือนำผลการตรวจสอบการประมูลโครงการ IPP ที่ไม่ชอบด้วยกฎหมายนั้นไปใช้หรืออ้างอิง

กระทั่ง 8 ธันวาคม 2559 ศาลปกครองกลางมีคำพิพากษาว่า ถูกฟ้องคดีมีอำนาจดำเนินการตรวจสอบตามกฎหมาย แต่ได้กระทำนอกเหนือเกินขอบเขตอำนาจในการใช้ผลการตรวจสอบดังกล่าว จนเป็น เหตุให้ผู้ฟ้องคดีได้รับความเสียหาย และให้กระทรวงพลังงานแจ้งยกเลิกหนังสือที่ส่งไปถึงคณะกรรมการ BOI เกี่ยวกับการชะลอการพิจารณาอนุมัติการส่งเสริมการลงทุน โดยเมื่อวันที่ 24 มีนาคม 2560 กรรมการส่งเสริมการลงทุนได้อนุมัติการส่งเสริมการลงทุนแก่ผู้ฟ้องคดีเป็นที่เรียบร้อยแล้ว เมื่อวันที่ 4 มกราคม 2560 กระทรวงพลังงานได้ยื่นอุทธรณ์คำพิพากษาของศาลปกครองกลาง เนื่องจาก กระทรวง พลังงานเห็นว่า การกระทำของกระทรวง สั่งงานไม่ได้เป็นการกระทำละเมิดต่อผู้ฟ้องคดี และผู้ฟ้องคดีได้ยื่นคำแก้อุทธรณ์ต่อศาลปกครองสูงสุดในวันที่ 20 มิถุนายน 2560

ห้ามนำผลการตรวจสอบข้อเท็จจริงใช้เจรจายกเลิกสัญญาซื้อขายไฟฟ้า

ล่าสุด เมื่อวันที่ 14 ธันวาคม 2564 ศาลปกครอง สูงสุดได้มีคำพิพากษาการกระทำของกระทรวงพลังงานทั้งในส่วนของการส่งหนังสือถึงคณะกรรมการ BOI หรือการเรียกผู้ฟ้องคดีเข้าไปเพื่อเจรจาไกล่เกลี่ยยกเลิกสัญญา ขายไฟฟ้านั้นเป็นการกระทำที่ละเมิดต่อผู้ฟ้องคดีได้รับความเสียหาย

ศาลปกครองสูงสุดจึงพิพากษาให้กระทรวงพลังงานยกเลิกหนังสือของกระทรวงพลังงานที่มีถึงสำนักงานคณะกรรมการ BOI ในการให้ชะลอการสนับสนุนการส่งเสริมการลงทุนของโครงการของผู้ฟ้องคดี และให้กระทรวงพลังงานแจ้งสำนักงานคณะกรรมการ BOI ทราบภายใน 7 วัน นับตั้งแต่ที่มีคำพิพากษา รวมถึงห้ามกระทรวงพลังงานนำผลการตรวจสอบข้อเท็จจริงการประมูลโครงการดังกล่าวไปใช้เจรจากับผู้ฟ้องคดีเพื่อยกเลิกสัญญาซื้อขายไฟฟ้าอีกต่อไป ซึ่งคำพิพากษาของศาลปกครองสูงสุดดังกล่าวถือเป็นที่สุด

ศาลปกครองสูงสุดให้ “กัลฟ์” ชนะคดีประมูลโรงไฟฟ้า IPP ขนาด 5,300 MW