ค่าใช้จ่ายระหว่างไม่มีรถใช้ บริษัทประกันภัยของเราจะรับผิดชอบให้หรือไม่

ค่าใช้จ่ายระหว่างไม่มีรถใช้ บริษัทประกันภัยของเราจะรับผิดชอบให้หรือไม่

สวัสดีครับกลับมาพบกับประกันภัยเรื่องใกล้ตัวกันอีกเช่นเคยครับ กับสาระดีๆ ที่เกี่ยวกับการหลักประกันเพื่อความมั่นคงของสังคม หรือการประกันภัย

หวังว่าเราจะเป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้ทุกท่านได้มีความรู้ความเข้าใจในเรื่องของการประกันภัยมากขึ้นนะครับ ประเด็นในฉบับนี้เป็นอะไรมาติดตามกันครับ

สำหรับประเด็นทำประกันภัยรถยนต์ประเภทหนึ่งไว้หากถูกรถคู่กรณีชนเสียหายต้องนำรถเข้าซ่อมในอู่นานเป็นเวลา 10 วันโดยไม่ได้ใช้รถจึงต้องใช้บริการรถแท็กซี่เสียค่าใช้จ่ายประมาณวันละ 300 บาท ความเสียหายในส่วนนี้ ทางบริษัทประกันภัยของเราจะรับผิดชอบให้หรือไม่เพราะว่าเราเป็นฝ่ายถูกทำให้ได้รับความเสียหายและเราก็ทำประเภทหนึ่งไว้ด้วย

กรณีนี้ผมคิดว่าคงเป็นอีกคำถามหนึ่งที่น่าสนใจ เพราะว่าทำประกันภัยชั้นหนึ่ง(ประเภทหนึ่ง)แล้วบริษัทประกันภัยภัยต้องดำเนินการให้ทั้งหมดสิ!

 ก็ต้องขอเรียนให้ทุกท่านรับทราบดังนี้นะครับ การประกันภัยรถยนต์ประเภทหนึ่ง ไม่ได้หมายความเป็นการประกันภัยชั้นหนึ่ง ตามที่เข้าใจนะครับ เป็นเพียงคำเรียกที่สื่อสารกันทั่วไปจึงทำให้มีความเข้าใจไปว่าการประกันภัยชั้นหนึ่งนั้นต้องคุ้มครองทุกสิ่งทุกอย่าง

...การประกันภัยคือหลักประกันภัยเพื่อให้การคุ้มครองต่อความเสี่ยงภัยในอนาคต เป็นสัญญาอย่างหนึ่งที่ต้องมีการจัดทำขึ้นเป็นหลักฐานที่เรียกว่า กรมธรรม์ประกันภัย และในแต่ละกรมธรรม์นั้นก็จะมีเงื่อนไขหรือกติกาในการกำหนดขอบเขตความรับผิดชอบไว้ โดยเฉพาะในเรื่องของการประกันภัยรถยนต์ประเภทหนึ่งนั้นในตัวสัญญาหรือกรมธรรม์จะเป็นการโอนสิทธิเฉพาะในเรื่องของตัวทรัพย์ที่เอาประกันภัย(ตัวรถยนต์)เท่านั้น

กล่าวคือ เฉพาะตัวรถยนต์คันที่เอาประกันภัยไว้ได้รับความเสียหายตามจริงจำนวนเท่าไรก็ให้บริษัทที่รับประกันภัยประเภทหนึ่งนั้นรับผิดชอบต่อความเสียหายตามของตัวรถยนต์ไปตามจริงนั้น และเมื่อบริษัทผู้รับประกันภัยได้จ่ายความเสียหายตามจริงไปเป็นจำนวนเงินเท่าไรก็ให้บริษัทประกันภัยสามารถรับช่วงสิทธิเพื่อดำเนินการเรียกร้องค่าเสียหายของตัวรถที่บริษัทประกันภัยจ่ายค่าซ่อมให้กับทางอู่ไปแล้วนั้นเอาจากฝ่ายที่กระทำความผิดได้เท่ากับจำนวนเงินที่จ่ายจริงไปเท่านั้น

ทั้งนี้ เป็นไปตามสัญญาและกฎหมายว่าด้วยการรับช่วงสิทธิและการประกันภัยค้ำจุนตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ด้วยเหตุนี้แหละครับที่บริษัทประกันภัยจึงไม่สามารถทำการจ่ายค่าเช่ารถแท็กซี่ให้กับผู้เอาประกันภัยได้เพราะค่าเสียหายดังกล่าวนั้นไม่ใช่ความเสียหายของตัวรถ

อย่างไรก็ตามสิทธิในการเรียกร้องค่าเสียหายอันเนื่องจากการที่ไม่ได้ใช้รถนี้จึงเป็นสิทธิของเจ้าของรถซึ่งเป็นผู้เสียหายโดยตรงที่ยังคงสามารถดำเนินการเรียกร้องเอาเองจากผู้ที่ต้องรับผิดหรือผู้กระทำผิดหรือบริษัทประกันภัยที่เป็นฝ่ายผิดนั้นเองครับ

ต่อประเด็นปัญหาเรื่องค่าเช่ารถหรือค่ารถแท็กซี่ที่ผู้เอาประกันภัยต้องจ่ายไปนั้นในบางบริษัทประกันภัยก็มีข้อเสนอให้ผู้เอาประกันภัยสามารถซื้อความคุ้มครองเพิ่มเติมในเรื่องของค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นอันเนื่องจากรถเกิดอุบัติเหตุซึ่งเป็นเรื่องของการรับประกันภัยอันเนื่องจากการใช้รถ เพื่อให้การคุ้มครองเพิ่มเติมให้กับผู้เอาประกันภัยหากรถยนต์คันที่ทำประกันภัยรับความเสียหายตามประเด็นดังกล่าวเอาไว้ด้วย

การจ่ายค่าเบี้ยประกันภัยในส่วนนี้เพิ่มขึ้นนอกเหนือจากค่าเบี้ยประกันภัยปกติ หากเป็นกรณีนี้ทางบริษัทประกันภัยของเราก็จะรับผิดชอบในเรื่องค่าแท็กซี่ให้ตามจำนวนและระยะเวลาตามที่ตกลงกันไว้ หรือบางบริษัทประกันภัยบางแห่งอาจมีการเสนอบริการ ด้วยการมีรถให้ผู้เอาประกันภัยใช้ในระหว่างการซ่อม เพื่อลดปัญหาเรื่องค่าแท็กซี่ให้กับทางลูกค้าที่ทำประกันภัยไว้กับบริษัท ซึ่งคิดว่าท่านผู้อ่านคงเคยได้ยินกันบ้างปัจจุบันก็ยังคงมีการให้บริการส่วนนี้อยู่นะครับ แต่ว่ามีเพียงบางบริษัทเท่านั้นก็ต้องพิจารณากันตามความสมัครใจของเจ้าของรถหรือผู้เอาประกันภัยละครับ

แต่หากเป็นอีกกรณีหนึ่งหากทางบริษัทประกันภัยนำรถประกันภัยที่ได้รับความเสียหายไปทำการจัดซ่อมยังอู่ในเครือของบริษัทประกันภัย โดยที่ทางอู่บอกว่าจะทำการซ่อมเสร็จภายใน 15 วัน นับแต่วันที่ได้รับรถ เอาไว้ซ่อมแล้ว แต่ปรากฎว่าทางอู่ซ่อมไม่เสร็จตามกำหนดโดยไม่สมเหตุสมผล ทำให้เจ้าของรถต้องมีค่าในจ่ายในการที่ได้ใช้รถนั้น จนกว่าทางอู่จะซ่อมจนแล้วเสร็จ

อย่างนี้ก็จะถือว่าเป็นความบกพร่องของอู่ในเครือของบริษัทประกันภัย อย่างนี้ทางผู้เอาประกันภัยก็สามารถร้องเรียนเข้าไปยังบริษัทประกันภัยของเราและแจ้งว่าทางอู่ในเครือบริษัทผิดนัดสัญญาการซ่อมทำให้เราต้องเสียค่าใช้จ่าย ทางบริษัทประกันภัยก็จะมีการดำเนินการให้โดยอาจมีการจ่ายค่าเสียหายดังกล่าวให้กับทางผู้เอาประกันภัยแล้วจึงค่อยไปหักออกจาเงินค่าซ่อมที่บริษัทประกันภัยต้องจ่ายให้กับทางอู่ในภายหลัง หรืออาจจะแจ้งให้ทางอู่นั้นต้องจ่ายค่าเสียหายที่เป็นค่าแท็กซี่นั้นให้กับผู้เอาประกันภัยหรือเจ้าของรถได้เช่นกัน

 เพราะว่าหากการซ่อมของอู่ในเครือบริษัทมีการร้องเรียนเรื่องการซ่อมล่าช้าแบบนี้บ่อยๆ แล้วละก็บริษัทประกันภัยอาจทำการยกเลิกสัญญาการเป็นอู่ในเครือของบริษัทก็อาจเป็นได้เช่นกัน...... แล้วกลับมาพบกันใหม่ในครั้งต่อไป..สวัสดีครับ