วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

บล็อกเชน เทคโนโลยีที่น่าส่งเสริม และกำหนดแผนให้ชัด!!

เมื่อนึกถึงเทคโนโลยีบล็อกเชนหลายๆ คนจะไปนึกถึงบิตคอยน์และ Cryptocurrency ทั้งนี้เพราะเทคโนโลยีนี้คิดค้นมาพร้อมกับบิตคอยน์โดยบุคคลหรือกลุ่มบุคคลผู้ใช้นามแฝงว่า Satoshi Nakamoto ในปี 2008

เทคโนโลยี บล็อกเชน เป็นบัญชีแยกประเภทแบบสาธารณะ ไม่รวมศูนย์ และกระจาย เพื่อใช้บันทึกธุรกรรมในระหว่างคอมพิวเตอร์จำนวนมาก ที่ระเบียนจะไม่สามารถเปลี่ยนย้อนหลังโดยไม่เปลี่ยนบล็อกที่สร้างต่อๆ มา และไม่ได้รับการร่วมมือจากเครือข่ายโดยมาก จึงทำให้เป็นเทคโนโลยีที่มีความปลอดภัยสูงโดยเฉพาะเรื่องของการทำธุรกรรมต่างๆ และสามารถที่จะตัดคนกลางออกไปได้

บล็อกเชน พัฒนาเรื่อยมาจนในปัจจุบันทั้งแบบที่ใช้แบบสาธารณะ แบบส่วนตัว และแบบผสม รวมถึงมีความสามารถต่างๆ เพิ่มขึ้นมากมาย จนปัจจุบันมีการคาดการณ์ว่ามีบล็อกเชนรูปแบบต่างๆ มากกว่า 1,000 ชนิด โดยใช้ออกสกุลเงินดิจิทัลไปมากกว่าหมื่นเหรียญ และมีผู้ใช้กระเป๋าเงินบล็อกเชน ( Blockchain wallet) มากกว่า 70 ล้านราย

แม้ บล็อกเชน จะเริ่มต้นมาจากทางด้านการเงิน แต่บล็อกเชนนำไปประยุกต์ใช้ได้ในหลายอุตสาหกรรม ตั้งแต่เรื่องของค้าปลีก การขนส่ง การผลิต รวมถึงการใช้งานภาครัฐต่างๆ โดยเฉพาะเรื่องของการยืนยันตัวตนอย่าง NDID (National Digital Identity) และมีการคาดการณ์ว่าในปี 2022 ธุรกิจบล็อกเชนทั่วโลกจะมีมูลค่าถึง 11,700 ล้านดอลลาร์ โดยจะเติบโตขึ้นไปถึง 20,000 ล้านดอลลาร์ ในปี 2024

มีสถิติที่น่าสนใจเกี่ยวกับเทคโนโลยีบล็อกเชนที่สามารถรวบรวมมาจากหลายแหล่งข้อมูล ที่สะท้อนให้เห็นถึงอนาคตที่ดีของบล็อกเชนในหลายเรื่อง ดังเช่น

ในปี 2020 มีการพบว่า 20% ของบริการ IoT จะมีเทคโนโลยีบล็อกเชนอยู่เบื้องหลังมีการสำรวจพบว่า 86% ของบริษัทด้านเทคโนโลยี เชื่อว่าธุรกิจของบริษัทจะขึ้นอยู่กับศักยภาพในการพัฒนาเทคโนโลยีบล็อกเชนบล็อกเชนจะสามารถลดค่าใช้จ่ายในการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานของธนาคารลงไปได้ถึง 30%

สถาบันการเงินในยุโรปและอเมริกามากกว่า 90% ศึกษาความเป็นไปได้ที่จะประยุกต์ใช้บล็อกเชนในธุรกิจมีธุรกิจค้าปลีก และอุตสาหกรรมอาหารจำนวนมากที่เริ่มทดลองนำบล็อกเชนมาใช้

ทั้งนี้ คาดการณ์ว่ามูลค่าตลาดของบล็อกเชนในอุตสาหกรรมเกษตรจะสูงถึง 1,400 ล้านดอลลาร์ในปี 2028อุตสาหกรรมด้านสุขภาพจะมีค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวกับเทคโนโลยีบล็อกเชนมูลค่า 5,610 ล้านดอลลาร์ในปี 2028

นอกจากนี้ในปัจจุบันก็ยังรัฐบาลหลายๆ ประเทศให้ความสำคัญกับการนำเทคโนโลยีบล็อกเชนเข้ามาใช้งาน เช่น ประเทศเอสโทเนียที่นำมาใช้ในหลายๆ ด้านตั้งแต่การลงคะแนนไปจนถึงบริการด้านสาธารณสุข

ประเทศบาฮามาสใช้บล็อกเชนมาออกสกุลเงินดิจิทัลที่ชื่อ Sand dollars หรือแม้แต่รัฐบาลจีนที่อาจมีข่าวในการแบนการขุดเหมืองหรือการทำธุรกรรมด้าน Cryptocurrency แต่ก็พบว่าเป็นหนึ่งในประเทศชั้นนำของโลกที่มีการนำบล็อกเชนมาประยุกต์ใช้ในงานธุรกิจและงานภาครัฐในหลายๆ ด้าน

แต่เทคโนโลยีบล็อกเชนยังมีข้อจำกัดหลายด้าน เช่น เวลาทำธุรกรรมของบล็อกเชน ยังมีข้อจำกัดและล่าช้า จึงมีการพัฒนาบล็อกเชนรูปแบบใหม่ๆ ขึ้น และด้วยมีบล็อกเชนหลายรูปแบบ จึงทำให้ขาดมาตรฐานที่ดี ขณะที่ บางครั้งหน่วยกำกับต่างๆ ทั่วโลกก็ไม่สามารถควบคุมความเสี่ยงการใช้เทคโนโลยีบล็อกเชนได้ดีพอ ดังนั้นเทคโนโลยีนี้ยังคงต้องใช้เวลาพัฒนาอีกระยะหนึ่ง แต่ก็ควบคู่ไปกับการนำมาประยุกต์ใช้งานที่แพร่หลายมากขึ้น ในบ้านเราก็เป็นที่น่าดีใจที่เห็นนักพัฒนาไอทีและบริษัทด้านนี้มาให้ความสนใจกับเรื่องเทคโนโลยีบล็อกเชนมากขึ้น

โดยเริ่มเห็นมีการเรียนการสอนทางด้านนี้มากขึ้น มีบริษัทที่เข้ามารับงานทางด้านนี้มากขึ้น กลุ่มนักพัฒนาส่วนหนึ่งสามารถที่จะแข่งขันกับนักพัฒนาทั่วโลกได้ ข้อสำคัญชุมชนทางด้านนี้ใหญ่ขึ้น เราเริ่มมีการจัดงานใหญ่ๆ ทางด้านนี้หลายครั้งเช่น งาน Block Mountain ที่เชียงใหม่ หรือล่าสุดเมื่อต้นเดือนนี้ก็มีจัดงาน Block on the beach ที่ภูเก็ต

ในแง่ของหน่วยงานภาครัฐทางสำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล (depa) สำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (NIA) สำนักงานพัฒนารัฐบาลดิจิทัล (DGA) และหน่วยงานอื่นๆ ต่างก็ให้ความสำคัญกับการพัฒนาเทคโนโลยีบล็อกเชน ดังนั้นหากเรากำหนดแผนงานที่ชัดเจน นำบล็อกเชนมาประยุกต์ใช้งานภาครัฐและเอกชนมากขึ้น ก็เชื่อว่าบ้านเราจะสามารถแข่งขันในเรื่องนี้ได้ และนำมาใช้ประโยชน์มากกว่าแค่เรื่องของ Cryptocurrency