เมื่อกีฬาไม่ใช่แค่เรื่องของสุขภาพ แต่กำลังกลายเป็นเครื่องยนต์เศรษฐกิจและแม่เหล็กดึงดูดการลงทุน ซาวิลส์ชี้กระแส Sport & Wellness มาแรง รับมูลค่าเศรษฐกิจกีฬาไทยปี 2568 พุ่งแตะ 238,782 ล้าน
KEY POINTS
- เศรษฐกิจกีฬาไทยที่คาดว่าจะมีมูลค่าสูงถึง 2.38 แสนล้านในปี 2568 กำลังเป็นแรงผลักดันสำคัญให้เกิดการลงทุนในโครงการ Sport Complex โดยมีมูลค่าการลงทุนที่เปิดเผยแล้วรวมกว่า 10,000 ล้าน
- การเติบโตของตลาดได้รับแรงหนุนจากพฤติกรรมผู้บริโภคที่หันมาใส่ใจสุขภาพและการออกกำลังกายมากขึ้นในทุกช่วงวัย ทำให้เกิดความต้องการพื้นที่ด้านกีฬาและสุขภาพเพิ่มสูงขึ้น
- ผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์และนักลงทุนกำลังพัฒนาโครงการ Sport Complex ใน 2 รูปแบบหลัก คือ สโมสรสมาชิกระดับพรีเมียม (Exclusive Membership Clubs) และศูนย์กีฬาที่เปิดให้บุคคลทั่วไปเข้าใช้บริการ (Public-access Complexes) โดยส่วนใหญ่จะตั้งอยู่ในทำเลชานเมืองกรุงเทพฯ
- กีฬาได้กลายเป็นองค์ประกอบเชิงกลยุทธ์ที่ช่วยเพิ่มมูลค่าและดึงดูดผู้คนให้กับโครงการอสังหาริมทรัพย์ประเภทอื่น ๆ เช่น โครงการที่อยู่อาศัยและศูนย์การค้า ไม่ได้จำกัดอยู่แค่การพัฒนาเป็นศูนย์กีฬาโดยเฉพาะ
ตลาดอสังหาริมทรัพย์ไทยกำลังมีโจทย์ใหม่ที่น่าจับตา เมื่อการแข่งขันไม่ได้จำกัดอยู่เพียงการสร้างบ้าน คอนโดมิเนียม หรือศูนย์การค้าให้ตอบโจทย์การอยู่อาศัยและการบริโภคอีกต่อไป แต่กำลังขยายไปสู่การสร้างพื้นที่ที่ตอบรับไลฟ์สไตล์ สุขภาพ และประสบการณ์การใช้ชีวิตอย่างครบวงจร โดยมี “กีฬา” เป็นหนึ่งในแม่เหล็กสำคัญที่กำลังเข้ามาเปลี่ยนเกมการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์
ปรากฏการณ์ดังกล่าวสอดคล้องกับการเติบโตของเศรษฐกิจกีฬาทั้งในระดับโลกและประเทศไทย โดย World Economic Forum ร่วมกับ Oliver Wyman ประเมินว่า เศรษฐกิจกีฬาทั่วโลก (Global Sports Economy) จะมีมูลค่าประมาณ 2.3 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐในปี 2569 ก่อนขยายตัวเป็น 3.7 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐภายในปี 2573
ขณะที่ประเทศไทยมีมูลค่าผลิตภัณฑ์มวลรวมจากภาคกีฬา (Sports Industry Gross Domestic Product: SGDP) สูงถึง 238,782 ล้านบาทในปี 2568 คิดเป็น 1.26% ของ GDP ประเทศ นับเป็นสัดส่วนสูงที่สุดเท่าที่เคยมีการบันทึกมา สะท้อนให้เห็นว่าอุตสาหกรรมกีฬาไม่ได้เป็นเพียงธุรกิจเฉพาะกลุ่ม แต่กำลังขยายบทบาทสู่ระบบเศรษฐกิจที่เชื่อมโยงกับธุรกิจหลายภาคส่วน
สรัลธร นทีธนสาร นักวิเคราะห์ ฝ่ายวิจัยและที่ปรึกษา ซาวิลส์ (ประเทศไทย) กล่าวว่า การเติบโตของตลาดกีฬาและกระแสการดูแลสุขภาพกำลังส่งผลต่อทิศทางตลาดอสังหาริมทรัพย์อย่างมีนัยสำคัญ โดยกีฬาไม่ได้เป็นเพียงสิ่งอำนวยความสะดวกประกอบโครงการอีกต่อไป แต่กำลังกลายเป็นองค์ประกอบเชิงกลยุทธ์ที่ช่วยสร้างความแตกต่าง ดึงดูดผู้ใช้งาน และเพิ่มมูลค่าให้กับอสังหาริมทรัพย์
ปัจจุบันผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์และนักลงทุนเริ่มให้ความสนใจพัฒนา Sport Complex และ Sports & Wellness Facilities มากขึ้น ทั้งรูปแบบสปอร์ตคลับแบบสมาชิกและศูนย์กีฬาที่เปิดให้บริการแก่บุคคลทั่วไป ซาวิลส์พบว่า มีโครงการที่อยู่ในแผนพัฒนาและเปิดเผยมูลค่าการลงทุนแล้วรวมกว่า 10,000 ล้านบาท และยังมีโครงการอื่นที่อยู่ระหว่างการศึกษาและเตรียมพัฒนาเพิ่มเติม สะท้อนถึงโอกาสของตลาดที่กำลังขยายตัว
เศรษฐกิจกีฬาไทย 2.38 แสนล้าน เชื่อมโยงธุรกิจทั้งระบบ
หากพิจารณาองค์ประกอบของเศรษฐกิจกีฬา จะพบว่าเม็ดเงินที่เกิดขึ้นไม่ได้มาจากการแข่งขันหรือการออกกำลังกายโดยตรงเท่านั้น แต่ยังครอบคลุมห่วงโซ่ธุรกิจที่เกี่ยวเนื่อง ตั้งแต่อุปกรณ์กีฬา สถานออกกำลังกาย สนามกีฬา อาหารและเครื่องดื่ม ไปจนถึงโรงแรม การท่องเที่ยว และการเดินทางเพื่อเข้าร่วมกิจกรรมกีฬา
ข้อมูลจากกองทุนพัฒนาการกีฬาแห่งชาติ (National Sports Development Fund: NSDF) และกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ระบุว่า มูลค่าเศรษฐกิจกีฬาไทยในปี 2568 แบ่งเป็นมูลค่าทางตรง (Direct Contribution) ประมาณ 176,000 ล้านบาท และมูลค่าทางอ้อม (Indirect Contribution) ประมาณ 62,000 ล้านบาท
ตัวเลขดังกล่าวสะท้อนบทบาทของกีฬาในฐานะกลไกสร้างรายได้และกระตุ้นการบริโภคที่ส่งต่อไปยังธุรกิจหลากหลายประเภท โดยเฉพาะภาคการท่องเที่ยวและอสังหาริมทรัพย์ ซึ่งสามารถต่อยอดความต้องการด้านพื้นที่ บริการ และประสบการณ์ใหม่ ๆ จากผู้บริโภคได้
เมื่อกีฬาเติบโต ธุรกิจที่เกี่ยวข้องก็มีโอกาสเติบโตตามไปด้วย และหนึ่งในธุรกิจที่มีศักยภาพรับอานิสงส์โดยตรงคืออสังหาริมทรัพย์ ซึ่งสามารถนำพื้นที่และสิ่งอำนวยความสะดวกด้านกีฬามาพัฒนาเป็นจุดขายใหม่ของโครงการ
คนไทยหันออกกำลังกาย เปิดดีมานด์พื้นที่สุขภาพยุคใหม่
อีกหนึ่งปัจจัยสำคัญที่ผลักดันตลาด Sport Complex คือการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมผู้บริโภค โดยกระแสการดูแลสุขภาพและการออกกำลังกายไม่ได้จำกัดอยู่ในกลุ่มคนรุ่นใหม่หรือผู้ที่ชื่นชอบกีฬาเท่านั้น แต่กำลังขยายไปสู่ประชากรทุกช่วงวัย
ซาวิลส์ พบว่า สัดส่วนประชากรที่เข้าร่วมกิจกรรมทางกาย (Physical Activity) เพิ่มขึ้นต่อเนื่อง จาก 87.26% ในปี 2567 เป็น 89.7% ในปี 2568 และขยับขึ้นเป็น 91.7% ในช่วงครึ่งแรกของปี 2569 หรือเพิ่มขึ้น 4.44% ภายในระยะเวลาเพียง 2 ปี
แนวโน้มนี้กำลังเปลี่ยนโจทย์การพัฒนาโครงการอสังหาฯจากเดิมที่ให้ความสำคัญกับพื้นที่ส่วนกลางเพื่อการพักผ่อน มาเป็นการออกแบบพื้นที่ที่ส่งเสริมสุขภาวะอย่างจริงจัง ไม่ว่าจะเป็นฟิตเนส สระว่ายน้ำ สนามกีฬา ลู่วิ่ง สวนสาธารณะ และพื้นที่กิจกรรมกลางแจ้ง
ทุกวัยพร้อมจ่ายหนุนตลาด Sport & Wellness
ความน่าสนใจของตลาดกีฬาไม่ได้อยู่ที่จำนวนผู้เข้าร่วมกิจกรรมเพียงอย่างเดียว แต่ยังรวมถึงกำลังซื้อที่กระจายตัวอยู่ในหลายช่วงวัย ซึ่งเปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการพัฒนาบริการได้หลากหลายกว่าตลาดกีฬาแบบเดิม
ข้อมูลของซาวิลส์ระบุว่า กลุ่มอายุ 30–39 ปี เป็นกลุ่มที่มีค่าใช้จ่ายด้านกีฬาต่อคนสูงที่สุด เฉลี่ยประมาณ 7,700 บาท รองลงมาคือกลุ่มอายุ 40–49 ปี เฉลี่ยประมาณ 7,600 บาท ขณะที่กลุ่มอายุ 60–69 ปี มีค่าใช้จ่ายเฉลี่ยประมาณ 7,300 บาทต่อคน ใกล้เคียงกับกลุ่มวัยทำงาน
สะท้อนว่า ตลาดกีฬาไม่ได้มีฐานลูกค้าเฉพาะคนหนุ่มสาว แต่ครอบคลุมตั้งแต่วัยทำงาน ครอบครัว ไปจนถึงผู้สูงอายุ ซึ่งแต่ละกลุ่มมีความต้องการแตกต่างกัน ทั้งการออกกำลังกายเพื่อสุขภาพ การเล่นกีฬาเพื่อความบันเทิง กิจกรรมสำหรับครอบครัว และบริการฟื้นฟูสุขภาพ
จึงเป็นโอกาสของการพัฒนา Sport Complex ให้ก้าวข้ามจากการเป็นเพียงศูนย์รวมสนามกีฬา ไปสู่ Sports & Wellness Destination ที่รวบรวมฟิตเนส สนามกีฬา สระว่ายน้ำ ศูนย์ฝึกสอนกีฬา พื้นที่กิจกรรมสำหรับครอบครัว ตลอดจนบริการ Wellness และการฟื้นฟูร่างกายสำหรับผู้สูงอายุ
การมีฐานลูกค้าหลากหลายช่วงวัยยังช่วยลดการพึ่งพารายได้จากกลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง และเปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการสร้างรายได้จากบริการหลายรูปแบบ ทั้งค่าสมาชิก ค่าเช่าสนาม ค่าฝึกสอน และบริการสุขภาพ
แห่ปักหมุด Sport Complex ผุด 2 โมเดลธุรกิจ
เมื่อดีมานด์ด้านกีฬาและสุขภาพขยายตัว การลงทุนใน Sport Complex จึงเริ่มได้รับความสนใจจากทั้งนักลงทุนต่างชาติและผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์ในประเทศ โดยเฉพาะพื้นที่ชานเมืองกรุงเทพฯ ที่ยังมีที่ดินขนาดใหญ่รองรับการพัฒนา
ซาวิลส์พบว่า นักลงทุนต่างชาติเริ่มเข้ามาศึกษาโอกาสลงทุนในธุรกิจ Sport Complex โดยแต่ละโครงการคาดว่าจะใช้เงินลงทุนประมาณ 100–300 ล้านบาท ขณะที่ผู้ประกอบการในประเทศก็เริ่มขยายธุรกิจเข้าสู่ตลาดนี้มากขึ้น
ปัจจุบันสามารถแบ่งรูปแบบการพัฒนาออกเป็น 2 กลุ่มหลัก ได้แก่
1. Exclusive Membership Clubs เจาะตลาดพรีเมียม เน้นสมาชิกและครอบครัว
โมเดลแรกเน้นกลุ่มลูกค้าระดับบนและครอบครัว โดยผสมผสานกีฬาเข้ากับไลฟ์สไตล์และบริการด้านสุขภาพ สร้างประสบการณ์การใช้บริการที่มากกว่าการเช่าสนามหรือเข้าใช้ฟิตเนสทั่วไป
ตัวอย่างสำคัญ ได้แก่ Eden Country Club บนพื้นที่ 24 ไร่ บริเวณถนนบางนา–ตราด มูลค่าการลงทุนประมาณ 2,400 ล้านบาท ภายในประกอบด้วยสนามเทนนิส พาเดล ศูนย์กีฬาแร็กเก็ต สระว่ายน้ำ และสิ่งอำนวยความสะดวกด้านสุขภาพ โดยตั้งเป้าเปิดให้บริการเต็มรูปแบบในปี 2571
อีกโครงการคือ Reignwood Park ซึ่งพัฒนา Reignwood Sports and Performance Center ด้วยมูลค่าการลงทุนประมาณ 1,400 ล้านบาท เป็นส่วนหนึ่งของโครงการขนาดใหญ่ที่ผสานสนามกอล์ฟระดับเอ็กซ์คลูซีฟ Robinswood Golf Club ที่พักอาศัย และโรงเรียนนานาชาติเข้าด้วยกัน
โมเดลนี้สะท้อนการยกระดับธุรกิจกีฬาไปสู่บริการไลฟ์สไตล์ระดับพรีเมียม โดยใช้ระบบสมาชิกเป็นฐานสร้างรายได้ประจำ และสร้างความสัมพันธ์ระยะยาวกับลูกค้า
2. Public-access Complexes เปิดกว้าง เจาะตลาดแมสและคนเมือง
อีกโมเดลหนึ่งคือศูนย์กีฬาที่เปิดให้บุคคลทั่วไปเข้าถึงได้ ผ่านการจองสนามหรือสมัครเข้าร่วมกิจกรรม โดยไม่จำเป็นต้องเป็นสมาชิกส่วนตัว ช่วยขยายฐานลูกค้าไปสู่กลุ่มคนทำงาน ครอบครัว และผู้ที่ต้องการใช้บริการเป็นครั้งคราว
ตัวอย่าง ได้แก่ The O2 Bangkok บริเวณบางอ้อ ใกล้สถานี MRT เป็นอาคารกีฬา 4 ชั้น พื้นที่ประมาณ 10,200 ตารางเมตร มูลค่าลงทุนประมาณ 200 ล้านบาท ประกอบด้วยสนามแบดมินตัน บาสเกตบอล ฟุตบอล 5 คน ฟิตเนส และพื้นที่ฟื้นฟูร่างกาย
ขณะที่ Sterling Sport and Wellness ย่านสุขุมวิท 24 รวบรวมสนามเทนนิส พาเดล และพิคเคิลบอล พร้อมสตูดิโอออกกำลังกายและบริการกายภาพบำบัด ส่วน Theá Sports Club มีแผนพัฒนาในย่านพรานนก–กาญจนาภิเษก สะท้อนการขยายตัวของธุรกิจไปยังกรุงเทพฯ ฝั่งตะวันตก
นอกจากนี้ ยังมีผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์รายใหญ่เข้ามาร่วมชิงโอกาสในตลาดนี้มากขึ้น อาทิ พราว เรียลเอสเตท ซึ่งมีแผนนำที่ดินเดิมของบิ๊กซี บางใหญ่ ขนาดกว่า 27 ไร่ มาพัฒนาเป็นโครงการ Mixed-use ประกอบด้วย Arena, Sport Club และ Sport Complex เพื่อรองรับตลาด Sport Tourism & Wellness
ด้าน K.E. Group ผู้พัฒนา Crystal Sports ย่านเลียบด่วนรามอินทรา มีแผนพัฒนาคอมมูนิตี้เทนนิสระดับเวิลด์คลาส ประกอบด้วยสนามเทนนิสในร่ม 9 คอร์ต เพื่อยกระดับกีฬาเทนนิสสู่ Premium Lifestyle
ดึงกีฬาเป็นแม่เหล็กเพิ่ม Traffic
นอกจากการพัฒนาศูนย์กีฬาโดยเฉพาะแล้ว เทรนด์ที่น่าจับตาคือการนำกีฬาเข้าไปเป็นส่วนหนึ่งของโครงการที่อยู่อาศัยและศูนย์การค้า เพื่อสร้างจุดขายใหม่และเพิ่มความถี่ในการเข้ามาใช้บริการ
ในกลุ่มที่อยู่อาศัย Sansiri กำลังพัฒนา S QUARTER บนพื้นที่ 24 ไร่ ในย่านกรุงเทพกรีฑา ด้วยมูลค่าการลงทุนประมาณ 100 ล้านบาท ประกอบด้วยสนามฟุตบอล เทนนิส พาเดล และพิคเคิลบอล สตูดิโอกิจกรรม และคาเฟ่ โดยมีกำหนดแล้วเสร็จในไตรมาส 4 ปี 2569
ส่วนธุรกิจค้าปลีก Talent Sport Academy ณ The Walk ราชพฤกษ์ ซึ่งได้รับการลงทุนจาก Index Living Mall ประมาณ 80–100 ล้านบาท พัฒนาบนอาคารกีฬา 2 หลัง พื้นที่รวมประมาณ 7,000 ตารางเมตร ประกอบด้วยสนามเทนนิส พิคเคิลบอล และบาสเกตบอล มุ่งเน้นกลุ่มครอบครัวและนักเรียนจากโรงเรียนนานาชาติในบริเวณใกล้เคียง
การนำกีฬามาผนวกกับอสังหาริมทรัพย์จึงมีความหมายมากกว่าการเพิ่มสิ่งอำนวยความสะดวก เพราะยังเป็นเครื่องมือสร้าง Traffic ดึงดูดผู้ใช้งาน เพิ่มระยะเวลาการใช้บริการ และต่อยอดรายได้ให้กับธุรกิจภายในโครงการ
สำหรับศูนย์การค้า การมีสนามกีฬาและสถาบันฝึกสอนช่วยดึงดูดกลุ่มครอบครัวและนักเรียนให้เข้ามาใช้พื้นที่อย่างสม่ำเสมอ ขณะที่โครงการที่อยู่อาศัยสามารถใช้สิ่งอำนวยความสะดวกด้านกีฬาเป็นจุดขายเพื่อสร้างความแตกต่างจากคู่แข่ง
ชานเมืองกรุงเทพฯ ทำเลทอง
เมื่อพิจารณาตำแหน่งที่ตั้งของโครงการ Sport Complex พบว่าส่วนใหญ่กระจุกตัวอยู่ในพื้นที่ชานเมืองกรุงเทพฯ ทั้งบางนา–ตราดและกรุงเทพกรีฑาทางฝั่งตะวันออก รวมถึงราชพฤกษ์และพรานนก–กาญจนาภิเษกทางฝั่งตะวันตก ตลอดจนบางอ้อในพื้นที่ฝั่งธนบุรี
ทำเลเหล่านี้มีข้อได้เปรียบทั้งด้านขนาดที่ดินและต้นทุนการพัฒนาเมื่อเทียบกับพื้นที่ CBD อีกทั้งยังอยู่ใกล้แหล่งที่อยู่อาศัยของครอบครัวและโรงเรียนนานาชาติ ซึ่งเป็นกลุ่มลูกค้าสำคัญของธุรกิจ Sport & Wellness
อีกหนึ่งทิศทางที่เริ่มเห็นชัดคือการพัฒนาโครงการจาก Sport Complex ไปสู่แนวคิด Sports City ซึ่งไม่ได้มีเพียงสนามกีฬา แต่เชื่อมโยงกีฬา สุขภาพ การศึกษา ที่อยู่อาศัย และธุรกิจบริการเข้าด้วยกัน
ตัวอย่างสำคัญคือ AREA 340 โดย Woraluk Property ในอำเภอบางไทร จังหวัดพระนครศรีอยุธยา บนพื้นที่ประมาณ 1,200 ไร่ ด้วยแผนการลงทุนมากกว่า 5,000 ล้านบาท ประกอบด้วยสนามกีฬา สนามกอล์ฟ ที่อยู่อาศัย สถานศึกษา สุขภาพ และพื้นที่ชุมชน
โครงการดังกล่าวยังมีความร่วมมือกับมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ในการพัฒนาหลักสูตรด้านวิทยาศาสตร์การกีฬาและการจัดการกีฬา โดยมีแผนแล้วเสร็จในปี 2572
โมเดลนี้สะท้อนการขยายขอบเขตของธุรกิจกีฬาไปสู่การพัฒนาเมืองและระบบเศรษฐกิจในพื้นที่ โดยการเชื่อมโยงกีฬาเข้ากับการศึกษา สุขภาพ และการอยู่อาศัย สามารถสร้างกิจกรรมทางเศรษฐกิจใหม่ ดึงดูดประชากร และเพิ่มความต้องการใช้บริการในระยะยาว
พอร์ตลงทุนกว่า 10,000 ล้าน จับตาโครงการใหม่ปี 2570
ภาพรวมการลงทุนที่เกิดขึ้นสะท้อนให้เห็นว่าตลาด Sport Complex ของไทยเริ่มมีขนาดและความหลากหลายมากขึ้น โดยซาวิลส์ (ประเทศไทย) พบว่า มีโครงการ Sport Complex และโครงการอสังหาริมทรัพย์ที่ผสานองค์ประกอบด้านกีฬา ซึ่งเปิดเผยมูลค่าการลงทุนแล้วอย่างน้อย 6 โครงการ รวมมูลค่ากว่า 10,000 ล้านบาท
โครงการที่มีมูลค่าการลงทุนสูงสุด ได้แก่ AREA 340 มากกว่า 5,000 ล้านบาท ตามด้วย Eden Country Club ประมาณ 2,400 ล้านบาท และ Reignwood Sports and Performance Center ประมาณ 1,400 ล้านบาท
ขณะที่ The O2 Bangkok มีมูลค่าการลงทุนประมาณ 200 ล้านบาท ส่วน S QUARTER และ Talent Sport Academy มีมูลค่าการลงทุนโครงการละประมาณ 100 ล้านบาท
นอกจากนี้ ยังมีโครงการที่อยู่ระหว่างแผนการพัฒนาแต่ยังไม่ได้เปิดเผยมูลค่าการลงทุน ได้แก่ Theá Sports Club, Crystal Sports และ Arena Bangkok Club
การเข้ามาของผู้ประกอบการจากหลากหลายธุรกิจ ทั้งธุรกิจกีฬา ผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์ และธุรกิจค้าปลีก สะท้อนให้เห็นว่าตลาด Sport & Wellness กำลังได้รับความสนใจในวงกว้างมากขึ้น โดยคาดว่าในปี 2570 จะมีการลงทุนใหม่เพิ่มเติมอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะในทำเลชานเมืองและเมืองเศรษฐกิจที่มีศักยภาพรองรับโครงการขนาดใหญ่
Sport Complex โอกาสทองเพิ่มมูลค่าที่ดิน
ซาวิลส์ มองว่า Sport Complex กำลังเปลี่ยนผ่านจากธุรกิจเฉพาะทางไปสู่หนึ่งในองค์ประกอบสำคัญของการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ยุคใหม่ โดยเฉพาะโครงการที่สามารถผสานกีฬา สุขภาพ การศึกษา ที่อยู่อาศัย และธุรกิจค้าปลีกเข้าด้วยกัน ซึ่งมีศักยภาพสร้างความต้องการใช้พื้นที่และขยายฐานลูกค้าได้หลากหลายกลุ่ม
สำหรับเจ้าของที่ดินและนักลงทุน การนำกิจกรรมกีฬามาเป็นส่วนหนึ่งของการพัฒนาไม่เพียงช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการใช้ประโยชน์ที่ดิน (Land Utilisation) แต่ยังสามารถสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับพื้นที่โดยรอบ (Land Value Enhancement) ผ่านการดึงดูดประชากร ผู้ใช้งาน และธุรกิจที่เกี่ยวเนื่องเข้ามาในพื้นที่
ขณะเดียวกัน ยังมีโอกาสสร้างรายได้ประจำ (Recurring Income) จากค่าสมาชิก ค่าเช่าสนาม และบริการด้านสุขภาพ ซึ่งช่วยเพิ่มความหลากหลายของแหล่งรายได้ให้กับโครงการอสังหาริมทรัพย์
อย่างไรก็ตาม ความสำเร็จไม่ได้ขึ้นอยู่กับขนาดการลงทุนหรือจำนวนสนามกีฬาเพียงอย่างเดียว แต่ต้องเริ่มจากการเลือกทำเลและวางรูปแบบธุรกิจให้สอดคล้องกับกำลังซื้อและความต้องการของตลาด การประเมินพื้นที่รับบริการ (Catchment Area) การกำหนดประเภทกีฬาและสิ่งอำนวยความสะดวก ตลอดจนการเลือกพันธมิตรที่มีความเชี่ยวชาญด้านการบริหารจัดการ
ในระยะยาว Sport Complex ยังมีโอกาสต่อยอดไปสู่ Mixed-use Development และ Sports City ที่สามารถสร้างจุดหมายปลายทางแห่งใหม่ กระตุ้นเศรษฐกิจในพื้นที่ และเพิ่มศักยภาพในการสร้างมูลค่าอสังหาริมทรัพย์อย่างยั่งยืน





