‘แอตต้า’ คาดตลาด ‘นักท่องเที่ยวจีน’ ช่วง 2 เดือนโค้งท้ายปี 69 ร่วง 20% เทียบช่วงเดียวกันของปีที่แล้ว หวังนายกฯ อนุทิน ใช้เวทีประชุมสุดยอดผู้นำ ‘เอเปค’ ที่เมืองเซินเจิ้น ระหว่าง 18-19 พ.ย.นี้ เร่งฟื้นเชื่อมั่นท่องเที่ยวไทย-จีน หลังปมทูตจีนเตือนเที่ยวไทย ฉุดยอดนักท่องเที่ยวจีนหายไป 13% ในเดือน ต.ค.ที่ผ่านมา
หลังจาก “สถานเอกอัครราชทูตจีน” ได้ออกคำเตือนพลเมืองของตนเมื่อต้นเดือน ต.ค.2569 ให้ระมัดระวังการเดินทางมายังประเทศไทย เนื่องจากมีความเสี่ยงที่จะตกเป็นเหยื่อของขบวนการหลอกลวงหางาน ล่าสุด สุรศักดิ์ พันธ์เจริญวรกุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวฯ ระบุว่า ตนมีนัดหารือเรื่องนี้กับเอกอัครราชทูตจีนประจำประเทศไทยในช่วงเย็นวันนี้ (5 พ.ย.)
ขณะที่ “สมาคมไทยธุรกิจการท่องเที่ยว” (ATTA) ประเมินเพิ่มเติมถึงผลกระทบต่อตลาด “นักท่องเที่ยวจีน” ว่า ประกาศเตือนดังกล่าวสะเทือนความเชื่อมั่นด้านการเดินทางเข้าไทยอย่างชัดเจน เห็นได้ชัดจากสถิตินักท่องเที่ยวต่างชาติตลอดเดือน ต.ค. 2569 ตามการรายงานของกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา พบว่านักท่องเที่ยวจีนมีจำนวนเดินทางเข้าไทย 308,942 คน ลดลง 13.57% เทียบเดือนเดียวกันของปีที่แล้ว นับเป็นเดือนแรกที่ตลาดจีนเที่ยวไทยกลับมาติดลบอีกครั้งนับตั้งแต่เดือน ก.พ. 2569 ที่ค่อยๆ ฟื้นตัวจากปัญหาภาพลักษณ์ความปลอดภัย หลังเกิดกรณีนักแสดงชาวจีน หวังซิง ถูกลักพาตัวข้ามชายแดนไทย-เมียนมาเมื่อเดือน ม.ค. 2568 แม้ว่าในเดือน ต.ค.จะมีไฮไลต์สำคัญอย่างหยุดยาววันชาติจีน (1 ต.ค.) แล้วก็ตาม
หวั่น 2 เดือนโค้งท้าย "จีนเที่ยวไทย" หายไป 20%
ธนพล ชีวรัตนพร นายก ATTA (แอตต้า) กล่าวกับ “กรุงเทพธุรกิจ” ว่า จากภาพรวมตลาดนักท่องเที่ยวจีน ทั้งกลุ่มเดินทางด้วยตัวเอง (FIT) และกรุ๊ปทัวร์เมื่อเดือน ต.ค. 2569 ลดลงกว่า 13% เทียบช่วงเดียวกันของปีที่แล้วตามรายงานของกระทรวงการท่องเที่ยวฯ “แอตต้า” คาดการณ์ว่าเฉพาะตลาดกรุ๊ปทัวร์จีนเดือน ต.ค. ติดลบไม่น้อยกว่า 40% และมีแนวโน้มลดลงต่อเนื่องไปจนถึงต้นปี 2570 โดยเฉพาะในช่วงหยุดยาว “เทศกาลตรุษจีน” ที่อาจเห็นกรุ๊ปทัวร์จีนเดินทางเข้าไทยลดลงมากกว่า 50% หากยังไม่สามารถสร้างความมั่นใจแก่นักท่องเที่ยวจีนได้
“ทั้งนี้ยังต้องติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิดว่าจะส่งผลกระทบต่อ 2 เดือนสุดท้าย (พ.ย.-ธ.ค.) ของปี 2569 อย่างไร หากฝั่งภาครัฐของไทยยังไม่ขยับ ประเมินว่าภาพรวมนักท่องเที่ยวจีนเดินทางเข้าไทยใน 2 เดือนสุดท้ายนี้อาจติดลบ 20% เทียบช่วงเดียวกันของปีที่แล้ว หลังเริ่มเห็นแนวโน้มที่ไม่ดีตั้งแต่เดือน ต.ค. ซึ่งติดลบแล้ว 13.5% เฉพาะตลาดกรุ๊ปทัวร์จีนคาดลดลงต่อเนื่องจนถึงโกลเด้นวีคเทศกาลตรุษจีนต้นปีหน้า อาจหายไปมากกว่า 50% หากหน่วยงานภาครัฐฝั่งไทยไม่ขยับมากเท่าที่ควร เพื่อเร่งสร้างความเชื่อมั่นกลับมา”
สมาคมฯ มองว่าภาครัฐของไทยต้องเร่งสร้าง “ความเชื่อมั่น” กลับมาให้ได้ แม้ฝั่งไทยจะมั่นใจว่าภาพลักษณ์ด้านการท่องเที่ยวบ้านเราดี แต่ “ข่าวเชิงลบ” ในประเทศจีนยังมีอยู่! ขณะเดียวกัน อยากให้การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) เร่งทำตลาดสร้างความเชื่อมั่นแก่นักท่องเที่ยวจีนมากขึ้น ควบคู่กับการนำทัพเอกชนไปจัดโรดโชว์ส่งเสริมการท่องเที่ยวในจีน เพราะเรื่องนี้อาศัยแค่เอกชนทำตลาดอย่างเดียวไม่พอ
หวังเห็นนายกฯ "อนุทิน" เยือนหมู่บ้านบรรพบุรุษ หนุนข่าวดีกระจายในเมืองจีน
โดยรัฐบาลไทยภายใต้การนำของ “อนุทิน ชาญวีรกูล” นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ควรใช้เวทีการประชุมผู้นำเขตเศรษฐกิจเอเปค (APEC) ซึ่งจะจัดในเมืองเซินเจิ้น สาธารณรัฐประชาชนจีน ระหว่างวันที่ 18-19 พ.ย.นี้ ช่วยสร้าง “ข่าวดี” เกี่ยวกับประเทศไทยให้ถึงหูตาชาวจีนมากขึ้น
“แอตต้ามองด้วยว่าการเยือนจีนของนายกฯ เพื่อเข้าร่วมประชุมผู้นำเอเปคกลางเดือน พ.ย. ที่เมืองเซินเจิ้น ซึ่งตั้งอยู่ในมณฑลกวางตุ้ง ควรถือโอกาสนี้ไปเยี่ยมหมู่บ้านบรรพบุรุษของนายกฯ ซึ่งตั้งอยู่ในมณฑลกวางตุ้งเช่นกัน เพื่อทำให้ชาวจีนเห็นว่านายกฯ ไทยมีเชื้อสายจีน ไทยกับจีนหาใช่คนอื่นไกล”
ผู้ประกอบการท่องเที่ยวโอดหนัก ทั้ง "เหนื่อย" และ "อ่อนแอ"
ธนพล กล่าวเพิ่มเติมว่า แนวโน้มภาพรวม “นักท่องเที่ยวต่างชาติ” เดินทางเข้าไทยช่วงไฮซีซัน 2 เดือนสุดท้ายปีนี้ พบว่าตลาดความหวังอย่างนักท่องเที่ยว “ยุโรป” ทรงตัว ไม่ได้เพิ่มจากไฮซีซันปีที่แล้ว ส่วนนักท่องเที่ยว “ตะวันออกกลาง” ซึ่งเป็นตลาดที่มีการใช้จ่ายสูงก็ยังติดลบในเชิงจำนวนจากสถานการณ์ความขัดแย้งด้านภูมิรัฐศาสตร์
“ยิ่งพอมีข่าวสงครามและหลายๆ ประเทศเตือนประชาชนให้กักตุนเสบียงอาหาร ยิ่งทำให้คนทั่วโลกจิตใจไม่นิ่ง ต้องเตรียมตัวไว้ล่วงหน้าเหมือนกัน และด้วยสถานการณ์หลายๆ อย่างตอนนี้ ประกอบกับการท่องเที่ยวของบ้านเราไม่ขยับ หรือหดตัว ยอมรับเลยว่าวันนี้ผู้ประกอบการท่องเที่ยวรู้สึกเหนื่อยและอ่อนแอ จึงขอฝากความหวังให้หน่วยงานรัฐช่วยสนับสนุนภาคเอกชน ทั้งการเร่งหารือกับทางการจีนเพื่อฟื้นความเชื่อมั่นตลาดนักท่องเที่ยวจีน ซึ่งมีขนาดใหญ่อันดับ 1 ของภาคท่องเที่ยวไทย พร้อมอัดงบประมาณเพิ่มเติมเพื่อสนับสนุนการทำตลาดอย่างต่อเนื่อง”
10 เดือนแรก "จีนเที่ยวไทย" สะสม 4.2 ล้านคน
ด้านกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา รายงานสถิติ “นักท่องเที่ยวต่างชาติ” เดินทางเข้าไทยในช่วง 10 เดือนแรกของปี 2569 ตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค. - 31 ต.ค. มีจำนวนสะสม 25,464,306 คน ลดลง 4.59% เทียบช่วงเดียวกันของปีที่แล้ว สร้างรายได้จากการใช้จ่ายแล้ว 1,241,067 ล้านบาท ลดลง 2.85%
สำหรับ 10 อันดับแรกของตลาดนักท่องเที่ยวต่างชาติที่มีจำนวนสะสมสูงสุดในช่วง 10 เดือนแรกปีนี้ พบว่า 1.จีน มีจำนวน 4,244,376 คน เพิ่มขึ้น 12.44% 2.มาเลเซีย 3,226,484 คน ลดลง 16.34% 3.อินเดีย 1,924,417 คน ลดลง 3.05% 4.รัสเซีย 1,414,341 คน ลดลง 0.27% 5.เกาหลีใต้ 932,066 คน ลดลง 26.86% 6.ไต้หวัน 877,729 คน เพิ่มขึ้น 6.71% 7.ญี่ปุ่น 838,893 คน ลดลง 4.41% 8.สหรัฐ 838,365 คน เพิ่มขึ้น 0.94% 9. สหราชอาณาจักร 808,214 คน ลดลง 3.43% และ 10.เยอรมนี 712,316 คน ลดลง 2.9%
เมื่อดูเฉพาะ “เดือน ต.ค. 2569” ซึ่งยังอยู่ในช่วงโลว์ซีซัน พบว่ามีนักท่องเที่ยวต่างชาติจำนวน 2,265,000 คน ลดลง 12% เทียบช่วงเดียวกันของปีที่แล้ว โดยตลาดที่เดินทางเข้าไทยมากอันดับ 1 คือ “จีน” จำนวน 308,942 คน ลดลง 13.57% รองลงมาคือ มาเลเซีย 276,157 คน ลดลง 26.97% ขณะที่อินเดีย 196,980 คน ลดลง 7.89% รัสเซีย 143,638 คน ลดลง 1.46% และสหรัฐ 83,525 คน ลดลง 0.48%





