แสนสิริ ผนึกโตคิว ร่วมทุนเปิดตัวไอริส เฮาส์ คอนโดLow Rise 2.8 พันล้าน T77 Community ชูจุดขาย Pets Welcome เจาะตลาดครอบครัวและคนรักสัตว์ รับกระแส Well-Living
KEY POINTS
- แสนสิริร่วมทุนกับ โตคิว คอร์ปอเรชั่น จากญี่ปุ่น พัฒนาโครงการคอนโดมิเนียม ‘ไอริส เฮาส์’ มูลค่า 2,800 ล้าน
- ชูจุดเด่นเป็นคอนโดมิเนียมที่อนุญาตให้เลี้ยงสัตว์ได้ โดยจัดสรรอาคารสำหรับผู้พักอาศัยที่มีสัตว์เลี้ยงโดยเฉพาะ เพื่อตอบรับเทรนด์ Pet Humanization
- โครงการตั้งอยู่ในทำเล T77 Community ย่านสุขุมวิท-พระโขนง มุ่งเจาะตลาดระดับพรีเมียม กลุ่มคนรักสัตว์ และครอบครัวหลายช่วงวัย
เกมรุกตลาดอสังหาริมทรัพย์ระดับพรีเมียมของแสนสิริยังคงเดินหน้าผ่านกลยุทธ์พันธมิตรข้ามชาติ ล่าสุดจับมือ ‘โตคิว คอร์ปอเรชั่น’ ยักษ์ใหญ่ด้านธุรกิจจากญี่ปุ่น ผ่านบริษัท โตคิว ดีเวลลอปเม้นท์ (ประเทศไทย) จำกัด สานต่อความร่วมมือเชิงยุทธศาสตร์ (Strategic Partnership) เข้าสู่ปีที่ 9 ด้วยการประกาศร่วมทุนพัฒนาโครงการคอนโดมิเนียม ‘eiris HAUS’ (ไอริส เฮาส์) มูลค่า 2,800 ล้านบาท
ความเคลื่อนไหวครั้งนี้ไม่เพียงเป็นการต่อยอดความสำเร็จของแบรนด์ HAUS แต่ยังสะท้อนทิศทางการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ที่ขยับจากการแข่งขันด้านทำเลและราคา ไปสู่การสร้างประสบการณ์การอยู่อาศัยที่ตอบโจทย์คุณภาพชีวิตเฉพาะกลุ่มมากขึ้น
โดย eiris HAUS นับเป็นโครงการที่ 6 ภายใต้ซีรีส์ HAUS บนทำเล T77 Community ใจกลางสุขุมวิท ซึ่งเป็นคอมมูนิตี้ที่มีทั้งผู้อยู่อาศัยชาวไทยและชาวต่างชาติ โดยมุ่งเจาะตลาดที่อยู่อาศัยระดับพรีเมียมในย่านสุขุมวิท-พระโขนง ซึ่งบริษัทระบุว่ายังมีความต้องการทั้งซื้อเพื่ออยู่อาศัยจริงและเช่าอย่างต่อเนื่อง
นายอุทัย อุทัยแสงสุข กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท แสนสิริ จำกัด (มหาชน) ระบุว่า ความร่วมมือที่ดำเนินต่อเนื่องเข้าสู่ปีที่ 9 สะท้อนความเชื่อมั่นของพันธมิตรระดับโลกต่อศักยภาพการพัฒนาโครงการ มาตรฐานคุณภาพ และการบริหารจัดการของแสนสิริ
ขณะเดียวกัน การพัฒนา eiris HAUS ยังเป็นการนำองค์ความรู้ด้านการอยู่อาศัยและแนวคิดการสร้างสุขภาวะที่ดี (Well-being) ของไทยและญี่ปุ่นมาผสานเข้าด้วยกัน เพื่อตอบรับความต้องการที่อยู่อาศัยระดับพรีเมียมที่ให้ความสำคัญกับคุณภาพชีวิตมากกว่าการมีเพียงพื้นที่พักอาศัย
เจาะเทรนด์ Pet Humanization ผุดคอนโดPets Welcome
อีกหนึ่งจุดขายสำคัญที่ทำให้ eiris HAUS แตกต่างจากคอนโดมิเนียมทั่วไป คือการออกแบบพื้นที่รองรับการเลี้ยงสัตว์ (Pets Welcome) โดยจัดสรรอาคารพักอาศัย 2 อาคารจากทั้งหมด 3 อาคาร ให้เป็นพื้นที่สำหรับผู้อยู่อาศัยที่มีสัตว์เลี้ยงโดยเฉพาะ
แนวคิดดังกล่าวสอดรับกับพฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลงไป เมื่อสัตว์เลี้ยงกลายเป็นสมาชิกสำคัญของครอบครัว การเลือกที่อยู่อาศัยจึงไม่ได้พิจารณาเพียงขนาดห้อง ทำเล หรือสิ่งอำนวยความสะดวก แต่ยังรวมถึงสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการใช้ชีวิตร่วมกันของคนและสัตว์เลี้ยง
นายองอาจ สุวรรณกุล รองกรรมการผู้จัดการสายงานพัฒนาโครงการคอนโดมิเนียม บริษัท แสนสิริ จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า โครงการได้รับแรงบันดาลใจจากความสงบ สง่างาม และความบริสุทธิ์ของธารน้ำแข็ง (Glacier) ถ่ายทอดผ่านงานสถาปัตยกรรมที่เน้นความโปร่ง เบา และสบาย ภายใต้แนวคิด Airy & Elegant
โครงการตั้งอยู่บนพื้นที่กว่า 5 ไร่ ประกอบด้วยอาคารพักอาศัย 3 อาคาร สูง 7 ชั้น รวม 320 ยูนิต โดยให้ความสำคัญกับการจัดวางฟังก์ชันเพื่อรองรับทั้งครอบครัวขนาดใหญ่และกลุ่มคนรักสัตว์ พร้อมพื้นที่ส่วนกลางที่ออกแบบให้สอดรับกับไลฟ์สไตล์ของผู้อยู่อาศัยหลากหลายรูปแบบ
ขยายไซซ์ห้องถึง 140 ตร.ม. เจาะครอบครัว Multi-Generations
นอกจากตลาดคนรักสัตว์แล้ว eiris HAUS ยังวางตำแหน่งสินค้าเพื่อรองรับครอบครัวหลายช่วงวัย (Multi-Generations) ผ่านการออกแบบห้องพักอาศัยที่มีขนาดหลากหลาย ตั้งแต่ 1 ห้องนอน ขนาด 35 ตารางเมตร ไปจนถึงห้องขนาดใหญ่พิเศษ 4 ห้องนอน พื้นที่ 140 ตารางเมตร
การขยับขนาดห้องให้มีทางเลือกมากขึ้น สะท้อนความพยายามขยายฐานลูกค้าจากกลุ่มคนทำงานและคู่รัก ไปสู่ครอบครัวที่ต้องการพื้นที่ใช้ชีวิตร่วมกันในระยะยาว ซึ่งเป็นอีกเซ็กเมนต์ที่ให้ความสำคัญกับฟังก์ชันการใช้งาน ความเป็นส่วนตัว และคุณภาพของพื้นที่ส่วนกลาง
ด้านสิ่งอำนวยความสะดวก โครงการจัดเตรียมที่จอดรถแบบ Conventional ในสัดส่วนมากกว่า 60% พร้อมจุดชาร์จรถยนต์ไฟฟ้า (EV Charger) รองรับการเปลี่ยนผ่านของพฤติกรรมการเดินทางและการใช้รถยนต์ไฟฟ้าที่เพิ่มขึ้น
T77 Community แม่เหล็กทำเลสุขุมวิท
อีกปัจจัยที่แสนสิริให้ความสำคัญคือศักยภาพของทำเล T77 Community ซึ่งไม่ได้มีเพียงที่อยู่อาศัย แต่เป็นคอมมูนิตี้ที่รวบรวมสิ่งอำนวยความสะดวกและองค์ประกอบของการใช้ชีวิตไว้อย่างครบวงจร
โดยมีโรงเรียนนานาชาติ Bangkok Prep เป็นหนึ่งในแม่เหล็กสำคัญของพื้นที่ ตลอดจนสภาพแวดล้อมที่รองรับกลุ่มครอบครัวชาวไทยและชาวต่างชาติ ทำให้ทำเลดังกล่าวมีความน่าสนใจทั้งในมิติของการอยู่อาศัยเองและการลงทุนปล่อยเช่า
มิสเตอร์ฮิโรฮิสะ ฟูจิวาระ Director & Senior Managing Executive Officer บริษัท โตคิว คอร์ปอเรชั่น จำกัด และมิสเตอร์คาซูโอะ วาชิซู กรรมการผู้จัดการ บริษัท โตคิว ดีเวลลอปเม้นท์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า โตคิวมีความยินดีที่ได้สานต่อความร่วมมือกับแสนสิริ ซึ่งเป็นพันธมิตรที่มีความเชี่ยวชาญในตลาดอสังหาริมทรัพย์ไทย
โดยมองว่า T77 Community มีศักยภาพจากองค์ประกอบด้านสภาพแวดล้อม สิ่งอำนวยความสะดวก โรงเรียนนานาชาติ และการเดินทางที่สะดวกสบาย ซึ่งจะช่วยสนับสนุนการเติบโตของโครงการและตอบโจทย์ทั้งผู้ซื้อเพื่ออยู่อาศัยและนักลงทุนระยะยาว
ชู Rental Yield สูงสุด 6% เจาะทั้งอยู่เอง-ลงทุน
ในด้านการลงทุน แสนสิริระบุว่า eiris HAUS มีโอกาสสร้างผลตอบแทนจากการปล่อยเช่า (Rental Yield) สูงสุด 6% และ Capital Gain สูงถึง 15% โดยวางตำแหน่งเป็นคอนโดมิเนียมที่รองรับทั้งกลุ่มผู้ซื้อเพื่ออยู่อาศัยเองและนักลงทุนที่มองหาอสังหาริมทรัพย์ในทำเลสุขุมวิท
อย่างไรก็ตาม ตัวเลขผลตอบแทนดังกล่าวเป็นข้อมูลประมาณการตามที่บริษัทระบุ ซึ่งผลตอบแทนจริงย่อมขึ้นอยู่กับราคาซื้อขาย ค่าเช่า สภาพตลาด และต้นทุนการลงทุนในแต่ละช่วงเวลา
สำหรับโครงการ eiris HAUS เปิดราคาเริ่มต้น 4.99 ล้านบาท มูลค่าโครงการรวม 2,800 ล้านบาท
ภาพรวมของการเปิดตัวครั้งนี้จึงไม่ใช่เพียงการเพิ่มซัพพลายคอนโดมิเนียมในย่านสุขุมวิท แต่เป็นการขยายพอร์ตแบรนด์ HAUS ไปสู่ตลาดที่อยู่อาศัยซึ่งให้ความสำคัญกับคุณภาพชีวิต ครอบครัว และสัตว์เลี้ยงมากขึ้น ภายใต้แรงหนุนจากพันธมิตรญี่ปุ่นและศักยภาพของคอมมูนิตี้ T77 ที่แสนสิริพัฒนาต่อเนื่องมาเป็นฐานสำคัญในการสร้างมูลค่าให้กับโครงการในระยะยาว





