วันเสาร์ ที่ 31 ตุลาคม 2569

Login
Login

แสนสิริเปิดเกมพูลวิลล่าหรูภูเก็ต ปั้น‘เดอะ เทลส์ ’ดันพอร์ต 8 หมื่นล้าน

แสนสิริสบจังหวะเปิดตัวเดอะ เทลส์ แบรนด์พูลวิลล่าลักชัวรีคอลเลกชันแรก รวม 2 โครงการ มูลค่า 1,400 ล้านบาท บนทำเลบางโจ-ป่าสัก ชูงานออกแบบระดับโลก พร้อมยกระดับบริการหลังการขายครบวงจรดันพอร์ต 8 หมื่นล้าน ภายในปี73

KEY POINTS

  • แสนสิริรุกตลาดพูลวิลล่าหรูในภูเก็ตด้วยการเปิดตัวแบรนด์ใหม่ "THE TALES" (เดอะ เทลส์) ในทำเลบางโจ-ป่าสัก เพื่อตอบรับดีมานด์การอยู่อาศัยระยะยาวของชาวต่างชาติ
  • นำร่อง 2 โครงการ มูลค่ารวม 1,400 ล้านบาท ชูจุดเด่นด้านดีไซน์ระดับโลก บริการหลังการขายครบวงจร และศักยภาพในการลงทุนปล่อยเช่าที่ให้ผลตอบแทนสูง
  • การเปิดตัวครั้งนี้เป็นส่วนหนึ่งของยุทธศาสตร์การลงทุนในภูเก็ต เพื่อผลักดันมูลค่าพอร์ตโฟลิโอโครงการให้เติบโตสู่เป้าหมาย 80,000 ล้านบาทภายในปี 2573

ภูเก็ตกำลังเดินหน้าสู่บทบาทใหม่บนแผนที่เศรษฐกิจโลก จากเดิมที่เป็นจุดหมายปลายทางด้านการท่องเที่ยวระดับนานาชาติ สู่เมืองที่มีศักยภาพรองรับการอยู่อาศัยระยะยาว การลงทุน และการย้ายถิ่นฐานของครอบครัวต่างชาติ (Family Relocation) ซึ่งกำลังกลายเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญของตลาดอสังหาริมทรัพย์ระดับบน

การเปลี่ยนผ่านดังกล่าวไม่ได้เกิดจากเสน่ห์ของชายหาดและธรรมชาติเพียงอย่างเดียว แต่ยังมีปัจจัยสนับสนุนจากโครงสร้างพื้นฐาน การเดินทางระหว่างประเทศ ระบบสาธารณสุข และการศึกษาที่ขยายตัวต่อเนื่อง

นายภูมิชาย มัธยมภพภิญโญ กรรมการผู้จัดการกลุ่มธุรกิจพัฒนาโครงการภาคใต้ บริษัท แสนสิริ จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า ภูเก็ตกำลังก้าวสู่การเป็น “Self-Sustaining International Destination” หรือจุดหมายปลายทางระดับนานาชาติที่มีองค์ประกอบรองรับการใช้ชีวิตได้อย่างครบวงจร

ปัจจุบันภูเก็ตมีเที่ยวบินตรงเชื่อมต่อ 71 เมือง ใน 35 ประเทศทั่วโลก พร้อมโครงการโครงสร้างพื้นฐานขนาดใหญ่ ทั้งทางพิเศษสายกะทู้-ป่าตอง ทางด่วนเมืองใหม่-เกาะแก้ว-กะทู้ และการขยายถนนสายหลัก เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการเดินทางภายในเกาะ
 

อีกหนึ่งแรงหนุนคือการเติบโตของธุรกิจสุขภาพและการแพทย์ที่ยกระดับภูเก็ตสู่การเป็น Regional Wellness Hub รวมถึงการเข้ามาของโรงเรียนนานาชาติและครอบครัวชาวต่างชาติที่เลือกย้ายถิ่นฐานเข้ามาใช้ชีวิต

จำนวนโรงเรียนนานาชาติเติบโตขึ้นกว่า 51% ในช่วง 3 ปี มีนักเรียนจากกว่า 50 สัญชาติ ใน 19 สถาบัน สะท้อนการเปลี่ยนแปลงของประชากรจากนักท่องเที่ยวระยะสั้นสู่กลุ่มผู้อยู่อาศัยระยะยาว

สำหรับตลาดอสังหาริมทรัพย์ นี่คือโอกาสในการขยายฐานลูกค้าจากผู้ซื้อบ้านพักตากอากาศ ไปสู่กลุ่มครอบครัวต่างชาติ นักลงทุน และผู้มีกำลังซื้อสูงที่ต้องการสินทรัพย์เพื่อการอยู่อาศัยและพักผ่อนในระยะยาว

แสนสิริเปิดเกมพูลวิลล่าหรูภูเก็ต  ปั้น‘เดอะ เทลส์ ’ดันพอร์ต 8 หมื่นล้าน

ปักหมุดบางโจ-ป่าสักNiche Luxury รับที่ดินไพรม์เริ่มหายาก

ท่ามกลางการเติบโตของภูเก็ต ตลาดพูลวิลล่าระดับลักซ์ชัวรีกลายเป็นเซกเมนต์ที่ผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์จับตา ด้วยลักษณะตลาดที่มีความเฉพาะตัว ทั้งด้านทำเล สถาปัตยกรรม ความเป็นส่วนตัว และมาตรฐานการบริการ

ข้อมูลจาก Savills Thailand ระบุว่า ในช่วงครึ่งแรกของปี 2569 มีพูลวิลล่าเปิดใหม่ 763 ยูนิต จาก 52 โครงการ โดยกระจุกตัวในทำเลสำคัญ ได้แก่ บางเทา เชิงทะเล กมลา และราไวย์ ขณะที่คาดการณ์ว่าตลอดปี 2569 จะมีซัพพลายใหม่ประมาณ 1,200 ยูนิต

อย่างไรก็ตาม การเพิ่มขึ้นของซัพพลายไม่ได้หมายความว่าผู้ซื้อจะให้ความสนใจกับทุกโครงการในระดับเดียวกัน โดยเฉพาะตลาด Niche Luxury ที่กลุ่มลูกค้าให้ความสำคัญกับทำเลที่มีศักยภาพ แบรนด์ผู้พัฒนา และเอกลักษณ์ของผลิตภัณฑ์มากกว่าการแข่งขันด้านราคา

แสนสิริจึงเลือกเปิดตัวแบรนด์พูลวิลล่าครั้งแรกในโซนบางโจ-ป่าสัก-เชิงทะเล ซึ่งถือเป็นหนึ่งใน Luxury Lifestyle Corridor ของภูเก็ต รายล้อมด้วยแหล่งไลฟ์สไตล์ระดับพรีเมียม อาทิ Porto de Phuket, Boat Avenue และโรงเรียนนานาชาติอย่าง HeadStart และ Kajonkiet

นอกจากนี้ บริษัทยังมีประสบการณ์พัฒนาโครงการในย่านเชิงทะเลมาอย่างต่อเนื่อง ทั้ง Canvas Cherngtalay, Canvas Palet Cherngtalay, The Base Cherngtalay และ The Society ไลฟ์สไตล์คอมมูนิตี้ฮับที่เข้ามาเติมเต็มกิจกรรมของคนในพื้นที่ความคุ้นเคยกับทำเลและพฤติกรรมผู้ซื้อระดับบนจึงเป็น'แต้มต่อ'สำคัญในการต่อยอดสู่ตลาดพูลวิลล่า โดยเฉพาะในช่วงที่ที่ดินผืนงามในทำเลไพรม์เริ่มมีข้อจำกัดมากขึ้น 

นายภูมิชายกล่าวว่า กลุ่มลูกค้าระดับบนต้องการบ้านที่ให้ความสงบและความเป็นส่วนตัว แต่ยังสามารถเชื่อมต่อกับไลฟ์สไตล์ระดับโลกได้อย่างสะดวก การเลือกทำเลบางโจ-ป่าสักจึงตอบโจทย์ทั้งด้านการอยู่อาศัยและศักยภาพของพื้นที่ในระยะยาว

 ตลาดเช่ายังเป็นแรงดึงดูด พูลวิลล่าหรูขยับสู่สินทรัพย์ลงทุน

อีกปัจจัยที่ทำให้ตลาดพูลวิลล่าภูเก็ตมีความน่าสนใจ คือโอกาสในการสร้างรายได้จากการปล่อยเช่า โดยเฉพาะกลุ่มลูกค้าที่ไม่ได้อยู่อาศัยในภูเก็ตตลอดทั้งปีข้อมูลจากการสำรวจตลาดของ CBRE Thailand และ Sansiri Market Insight ระบุว่า วิลล่าขนาด 3 ห้องนอนในทำเลดังกล่าวสามารถทำค่าเช่าระยะยาวได้ประมาณ 250,000-300,000 บาทต่อเดือน และมากกว่า 500,000 บาทต่อเดือนในช่วงไฮซีซัน

ขณะที่วิลล่าขนาด 4 ห้องนอนสามารถทำค่าเช่าได้ประมาณ 350,000-500,000 บาทต่อเดือน และอาจสูงกว่า 600,000 บาทต่อเดือนในช่วงไฮซีซัน โดยมีอัตราการเข้าพักเฉลี่ยประมาณ 70% ต่อปี

ตัวเลขดังกล่าวสะท้อนโอกาสของตลาดบ้านพักตากอากาศที่สามารถต่อยอดสู่สินทรัพย์สร้างรายได้ อย่างไรก็ตาม ผลตอบแทนที่แท้จริงยังขึ้นอยู่กับราคาซื้อ ต้นทุนการบริหารจัดการ ค่าบำรุงรักษา ฤดูกาลท่องเที่ยว และอัตราการเข้าพักในแต่ละช่วงเวลา

สำหรับผู้พัฒนาโครงการ การสร้างความแตกต่างจึงไม่ได้จบที่การออกแบบบ้านให้สวยหรือมีสระว่ายน้ำส่วนตัว แต่ต้องสามารถตอบโจทย์การบริหารจัดการทรัพย์สินหลังการขาย เพื่อให้ลูกค้าทั้งกลุ่มผู้ซื้อเพื่ออยู่อาศัยและนักลงทุนสามารถถือครองได้อย่างมั่นใจ

THE TALES เปิด2 โครงการ 1,4พันล้าน 

เพื่อต่อยอดโอกาสในตลาดลักซ์ชัวรี แสนสิริเปิดตัว “THE TALES” (เดอะ เทลส์) แบรนด์พูลวิลล่าคอลเลกชันแรก ภายใต้แนวคิด “Your Endless Story – Everyday, A Story to Tell” ถ่ายทอดเรื่องราวการอยู่อาศัยผ่านสถาปัตยกรรมที่ผสานธรรมชาติ ภูมิอากาศเขตร้อน และไลฟ์สไตล์ของนักเดินทางระดับโลก

โครงการนำร่องประกอบด้วย 2 โครงการ มูลค่ารวม 1,400 ล้านบาท จำกัดจำนวนเพียง 27 ครอบครัว โดยเน้นพูลวิลล่าสร้างเสร็จพร้อมเข้าอยู่ (Ready to Move In) เพื่อให้ผู้ซื้อสามารถสัมผัสคุณภาพงานออกแบบ วัสดุ และมาตรฐานการก่อสร้างจริงก่อนตัดสินใจ

The Tales Story One Bangjo งานออกแบบระดับตำนาน ถ่ายทอดความสงบเหนือกาลเวลาโครงการมูลค่า 650 ล้านบาท บนพื้นที่ประมาณ 7 ไร่ จำกัดเพียง 13 ครอบครัว ราคาเริ่มต้น 45 ล้านบาท ภายใต้แนวคิด “Grounded Serenity” ถ่ายทอดความเรียบง่ายและความสง่างามของสถาปัตยกรรม Tropical Modernity

จุดเด่นอยู่ที่การออกแบบโดยทีมสถาปนิกของ Edward Tuttle ผ่านสตูดิโอ Design Realization Siam โดย Edward Tuttle เป็นสถาปนิกผู้อยู่เบื้องหลังผลงานรีสอร์ตระดับโลกอย่าง Amanpuri ภูเก็ต และ Amankila บาหลี

การออกแบบให้ความสำคัญกับความสมดุลของสถาปัตยกรรมและธรรมชาติ ผ่านการวางแนวแกนสมมาตรตั้งแต่ทางเข้า สระว่ายน้ำ ไปจนถึงพื้นที่ภายในบ้าน ผสานรูปทรงหลังคาจั่วและจังหวะ Zigzag Pattern ที่ช่วยสร้างมิติของแสงและเงา พร้อมคำนึงถึงการระบายความร้อนให้เหมาะกับสภาพอากาศเขตร้อน

ตัวบ้านมีพื้นที่ใช้สอย 317-413 ตารางเมตร บนที่ดินขนาด 532-747 ตารางเมตร วางผังโอบล้อมสระว่ายน้ำส่วนตัวซึ่งเป็นหัวใจของพื้นที่พักผ่อน

พื้นที่ Grand Living Space มีหน้ากว้าง 7 เมตร พร้อมเพดาน Double Volume สูง 5.2-5.5 เมตร ขณะที่ฟังก์ชัน Double Master Bedroom จำนวน 2 ห้อง เชื่อมต่อกับสระว่ายน้ำโดยตรงผ่าน Direct Pool Access เติมเต็มด้วย Pavilion และสวนเขตร้อน พร้อมระบบกำแพงกันดินรอบโครงการ

โครงการสร้างเสร็จพร้อมเข้าอยู่ ราคาเริ่มต้น 45 ล้านบาท มุ่งเจาะกลุ่มผู้ซื้อที่ให้ความสำคัญกับงานออกแบบ ความเป็นส่วนตัว และเอกลักษณ์ของที่อยู่อาศัยมากกว่าการซื้อบ้านเพื่อการใช้งานทั่วไป

แสนสิริเปิดเกมพูลวิลล่าหรูภูเก็ต  ปั้น‘เดอะ เทลส์ ’ดันพอร์ต 8 หมื่นล้าน

 นิยามใหม่ของบ้านพักตากอากาศ

โครงการที่สอง “The Tales Story Two Pasak” มูลค่า 750 ล้านบาท ตั้งอยู่บนพื้นที่กว่า 8 ไร่ จำกัดเพียง 14 ครอบครัว ราคาเริ่มต้น 49.5 ล้านบาท ถ่ายทอดแนวคิด “The Contemporary Rhythm of Coastal Sanctuary” ผ่านแรงบันดาลใจจากธรรมชาติและมรดกชายฝั่งของภูเก็ต

งานออกแบบนำองค์ประกอบของแสงสีทองในช่วง Golden Hour โขดหิน ผืนทราย และเกลียวคลื่น มาตีความเป็นสถาปัตยกรรมร่วมสมัย พร้อมสวนส่วนกลางขนาดกว่า 2,000 ตารางเมตร ที่ทำหน้าที่เป็นพื้นที่สีเขียวสร้างบรรยากาศแห่งการพักผ่อน

พูลวิลล่ารูปแบบ 2 ชั้น มีพื้นที่ใช้สอยสูงสุด 491 ตารางเมตร บนที่ดินเริ่มต้น 558 ตารางเมตร โดดเด่นด้วยพื้นที่ Grand Double Volume สูง 6 เมตร และประตูกระจก Full-height ที่เปิดรับแสงธรรมชาติและเชื่อมต่อพื้นที่ภายในกับสระว่ายน้ำระบบเกลือและ Jacuzzi ส่วนตัว

อีกหนึ่งจุดขายคือการออกแบบพื้นที่ให้ยืดหยุ่น รองรับครอบครัวยุคใหม่ ทั้ง Double Master Bedroom และ Flexible Multi-Purpose Space ที่สามารถปรับเปลี่ยนเป็น Home Office สตูดิโอ หรือห้องรับรองแขกได้ตามความต้องการ

โครงการสร้างเสร็จพร้อมเข้าอยู่ ราคาเริ่มต้น 49.5 ล้านบาท ตอบโจทย์ผู้ซื้อที่ต้องการพื้นที่ขนาดใหญ่และความเป็นส่วนตัวในบรรยากาศ Coastal Luxury

ไม่ได้ขายแค่บ้าน แต่ขายความมั่นใจ 

ในตลาดพูลวิลล่าระดับบน การส่งมอบบ้านคุณภาพสูงอาจเป็นเพียงจุดเริ่มต้นของความสัมพันธ์ระหว่างแบรนด์กับลูกค้า เพราะเจ้าของจำนวนไม่น้อยไม่ได้พำนักอยู่ในภูเก็ตตลอดทั้งปี ขณะที่การดูแลบ้าน สระว่ายน้ำ สวน ระบบรักษาความปลอดภัย และการบริหารผู้เช่า ล้วนเป็นภาระสำคัญหลังการซื้อ

แสนสิริจึงนำประสบการณ์บริการหลังการขายตลอด 42 ปี และความเชี่ยวชาญในภูเก็ตกว่า 15 ปี มาพัฒนา “Sansiri Service Phuket” ภายใต้แนวคิด “OWN WITH CONFIDENCE” เพื่อยกระดับการดูแลทรัพย์สินให้ครอบคลุมทั้งการอยู่อาศัย การลงทุน และไลฟ์สไตล์

บริการดังกล่าวแบ่งออกเป็น 4 ด้านหลัก

 LIV-24 SECURITY TECHNOLOGY – ความปลอดภัยตลอด 24 ชั่วโมง

ผสานระบบ AI CCTV ศูนย์ควบคุม Command Centre และทีมรักษาความปลอดภัย เพื่อเฝ้าระวัง ตรวจจับความเสี่ยง และตอบสนองต่อเหตุการณ์อย่างทันท่วงที

  •  LIVING – ดูแลบ้านพร้อมอยู่อาศัย

ให้บริการบำรุงรักษาวิลล่าโดยทีมผู้เชี่ยวชาญ ครอบคลุมระบบน้ำ ระบบไฟฟ้า สระว่ายน้ำ สวน และการกำจัดปลวก เพื่อรักษาสภาพบ้านและมูลค่าทรัพย์สินในระยะยาว แม้เจ้าของไม่ได้พักอาศัยเป็นประจำ

  • LEASING – บริหารการปล่อยเช่าครบวงจร

ดูแลตั้งแต่การจัดหาผู้เช่า ตรวจรับยูนิต บริหารค่าใช้จ่าย ไปจนถึงการเปลี่ยนผ่านผู้เช่า ช่วยลดภาระของเจ้าของที่ต้องการใช้พูลวิลล่าเป็นสินทรัพย์สร้างรายได้

  • LIFESTYLE – เชื่อมต่อประสบการณ์การใช้ชีวิต

อำนวยความสะดวกผ่านบริการ À La Carte Service เช่น แม่บ้าน การจัดซื้อของใช้ การจัดงานสังสรรค์ และบริการรับ-ส่งสนามบิน

นอกจากนี้ ยังมี Villa Welcome Experience มูลค่ารวมกว่า 350,000 บาท สำหรับการต้อนรับและดูแลความพร้อมในช่วงปีแรก พร้อม Plus Concierge Phuket ทำหน้าที่เป็น One Point of Contact ประสานบริการต่าง ๆ ให้ลูกบ้านเข้าถึงได้จากจุดเดียวการพัฒนาระบบบริการดังกล่าวสะท้อนการปรับโมเดลธุรกิจของผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์ จากการสร้างและขายบ้าน ไปสู่การดูแลวงจรชีวิตของทรัพย์สิน ซึ่งมีความสำคัญอย่างยิ่งในตลาดบ้านพักตากอากาศระดับลักซ์ชัวรี

 ปักธง 80,000 ล้าน เดิมพันตลาดอสังหาฯ ภูเก็ต

การเปิดตัว THE TALES จึงไม่ได้เป็นเพียงการเพิ่มแบรนด์ใหม่เข้าสู่พอร์ตอสังหาริมทรัพย์ของแสนสิริ แต่เป็นการขยายบทบาทสู่ตลาดพูลวิลล่าระดับบนที่ต้องใช้ทั้งความเชี่ยวชาญด้านการออกแบบ การเลือกทำเล และระบบบริหารจัดการหลังการขายขณะเดียวกัน ยังเป็นส่วนหนึ่งของยุทธศาสตร์ผลักดันพอร์ตโฟลิโอในภูเก็ตสู่มูลค่า 80,000 ล้านบาท ภายในปี 2573 สอดรับกับทิศทางของเกาะที่กำลังขยับจากเมืองท่องเที่ยวสู่ศูนย์กลางการใช้ชีวิตระดับนานาชาติ

โจทย์สำคัญหลังจากนี้จึงไม่ใช่เพียงการเพิ่มจำนวนโครงการหรือขยายมูลค่าพอร์ต แต่เป็นการรักษามาตรฐานผลิตภัณฑ์และบริการให้สอดคล้องกับความคาดหวังของผู้ซื้อระดับโลก ท่ามกลางการแข่งขันและซัพพลายใหม่ที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง

เพราะในตลาดลักชัวรี ความหรูหราอาจเริ่มต้นจากสถาปัตยกรรมและทำเล แต่การสร้างความเชื่อมั่นในระยะยาวต้องอาศัยคุณภาพการอยู่อาศัยและการดูแลที่เกิดขึ้นจริง ทั้งหมดนี้คือเดิมพันของแสนสิริในการเปลี่ยนประสบการณ์กว่า 15 ปีบนเกาะภูเก็ต ให้กลายเป็นฐานธุรกิจพูลวิลล่าระดับมาสเตอร์พีซ พร้อมขยับพอร์ตอสังหาริมทรัพย์สู่เป้าหมาย 8 หมื่นล้านบาทในอีกไม่กี่ปีข้างหน้า